วันที่ พุธ กรกฎาคม 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ใยช่วงนี้ พีเรียด ขึ้นหม้อเหลือเกินนะเจ้าคะ?


 

หวัดดีค่ะ.. ฮี่ๆๆ

ไม่เจ๊อะกันนาน..คิดถึง จังเล้ยยยยยยย... ( กรุณาร้องเป็นเพลง.. ถึงจะจำชื่อเพลงไม่ได้ แต่ก็รู้ว่า มันเป็นเพลงลูกทุ่งเพลงนึงอ่ะนะ )

เหล่ดูวันเดือนปีครั้งล่าสุดที่เขียนบล็อก.. ก็..ย้อนกลับไปไม่กี่ปีเอง..

ที่จริงมีผลุบๆโผล่ๆบ้าง ..เข้ามาก็เปลี่ยนรูปบ้าง ไรบ้าง..

ไม่นับหาข้อมูลอ่ะนะคะ..

 

หลายวันก่อนเข้ามา เพราะเพื่อนทางธรรมและไสยศาสตร์บอกให้มาหาข้อมูลเองในบล็อกของเขา

เราก็มางกๆหา .. เพราะช่วงนี้ก็ อินเทรนด์.. สนใจในเรื่องพระเรื่องเจ้า  ก็อยากรู้ว่า มันยังไงเล่า..ยังไง?..

ที่จริงเรื่องที่สงสัย ไม่ค่อยได้โฟกัสที่พระรูปที่เป็นข่าวเท่าไหร่ แต่เหมือนกลับสู่สามัญมากกว่า..

อย่ารู้เลยว่าสงสัยเรื่องอะไร... เพราะก็ยังหาคำตอบได้ไม่ชัดนักในระดับชาวบ้านอย่างเรา..

ความเข้าใจในระดับกรวดน้ำยังผิดๆถูกๆเนี่ย ก็ปล่อยๆไปก่อนดีกว่าเนอะ..

 

ที่จริงเรื่องที่คิดว่าอยากเล่า คือ อยู่ๆ ผีอย่างเราสนใจเรื่องพระเรื่องเจ้าได้ไง..อันนี้สิน่าแปลก?

 

ก้อ..ไม่ใช่อะไรหรอกค่ะ.. ที่ผ่านมาเกือบ 2 ปีได้.. วนเวียนอยู่แต่เรื่อง พีเรียด ของไทย.. แล้วก็มีเรื่องพระพ่วงอยู่ในนั้น

ทำให้จำเป็นต้องรู้โดยปริยาย

 

ที่จริงกระแส พีเรียด หรือแนวย้อนอดีตกลับมาฮิตต่อเนื่องกันหลายปีเหมือนกัน  แต่ที่เข้มๆก็น่าจะปีสองปีนี่แหละ

ยิ่งช่วงนี้พีเรียดมาเต็มมาก.. ดูง่ายๆ ก็คือ ..ดูจากละครล่ะนะ..

บางวันพีเรียดชนกัน 2 ช่อง เวลาเดียวกันอีกต่างหาก

 

ทำให้คนสงสัยว่า  เรากำลังโหยอดีตกันอยู่หรือไร?

หากเป็นแบบนั้น.. มันก็ชวนให้คิดต่อนะคะว่า เป็นเพราะอะไร?.. ไม่พอใจในสิ่งที่เป็น ที่มีอยู่รึเปล่า?

ทั้งสภาพสังคม  สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม.. ที่ตอนนี้ก็แตกต่างไปมาก..

 

หรือเพราะแค่อยากรู้ว่า  วังจุฑาเทพนี่อยู่ที่ไหน?

 

ทั้งหมดนี้ไม่มีคำตอบตายตัวหรอกเนอะ เพราะแต่ละคนก็คงมีคำตอบที่แตกต่างกันออกไป..

อันนี้หมายถึงเรื่อง ทำไมพีเรียดถึงได้รับความนิยมนะคะ  ไม่ใช่ที่ตั้งของวังจุฯนะคะ 555

 

เล่าได้เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับตัวเรา..

ที่พีเรียดเข้ามาเกี่ยวข้องใน 2 ปีนี่  ก็มาจาก สารคดีสั้น ที่ชื่อ “หมายเหตุสยามคดี” ทางไทยพีบีเอส

เกี่ยวกับ รัชกาลที่ 4 เน้นๆ

..................................................................

 

ในชีวิต ไม่เคยรู้สึกเหนื่อยยากมากมาย เท่ากับตอนที่ได้ทำงานชิ้นนี้

ถึงกับว่า ..วันนึง..ปัญหามันระดมพล โถมเข้ามาทุบถองเราทุกทางเลย.. (รู้สึกเอง )

พอดีมีคิวถ่ายทำแถววังหน้าเก่า.. แต่กองถ่ายยังไม่มา.. ก็เดินๆอยู่แถวท่าช้าง

เช่าพระมหาชนก ตรงแผงทางเดินนั่นแหละ 1 องค์

ไม่เกี่ยวกับการปลุกเสกหรืออะไรเลยนะคะ.. งานนี้สัญลักษณ์ล้วนๆ

พอจะปรี๊ด..องค์จะลง.. องค์พระมาเลย!! 

ไม่เคยบอกใครเลยว่า ในกระเป๋ามีพระมหาชนกอยู่ตลอด จนกระทั่งงานจบแล้วค่อยบอก

 

เพราะปัญหาเยอะมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก..

แต่ก็ตั้งใจแล้วว่า ..ไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น จะไม่วีน..ไม่ด่า..จะอดทน..และ.. ทำ..ต่อ..ไป

ยากโครต..ค่ะ..

 

แต่..เท่าที่เช็คฟีลทีมงานดู.. ก็รู้สึกดีที่ว่า ไม่มีใครบ่นว่าเราวีนเลยนะคะ อิอิ..(ลับหลังเราไม่รู้ ..เราไม่สนใจ 555)

ก็ต้องขอยกความดีให้กับองค์พระที่เตือนใจ ให้ระงับใจ ระงับปากได้สำเร็จ

 

..................................................................

หลุดจากพระมหาชนกท่าช้าง 150 บาทองค์นั้นแล้ว.. เรื่องที่เกี่ยวกับรัชกาลที่4 ก็มีเรื่องทางพุทธศาสนาเกี่ยวอยู่มาก

    รูปของพระจอมเกล้ารูปนี้อยู่ที่ตำหนักเพ็ชร วัดบวรฯนะคะ

 

ทำให้ได้รู้ได้เห็นอะไรที่ในชีวิตไม่เคยรู้ ไม่เคยเห็นมาก่อน.. ก็เป็นเรื่องดี

หลายๆเรื่อง ดีชนิดที่ พิธีกรของดิชั้น หลังจากดูสคริปท์แล้ว ถามว่า..

”ทำไมไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนเลยอ่ะ?”

 

..จะตอบไงล่ะ.. ก็รู้ก่อนหน้าน้องไม่กี่วันเหมือนกันเนี่ย

จากนั้น.. ก็มีคุยๆกันเรื่องระบบการศึกษาบ้านเราเล็กๆน้อยๆพอเป็นน้ำจิ้มกันไป

 

เรื่องของพระจอมเกล้านี่..หากจะเล่าจริงๆ คงยาวพอดู.. แต่ส่วนตัวยอมรับว่า น่าสนใจมาก

และทำให้เราประทับใจนะคะ.. ในแนวคิด แนวการปกครอง  และอีกหลายอย่าง

ส่วนตัวบ้าดูดาวอยู่พักนึง.. เกือบซื้อกล้องดูดาวแล้วด้วย.. แต่ราคาที่อยากได้  มันแสลงใจเหลือเกิน..เศร้า

 

หากมีโอกาสไว้ค่อยแยกเล่าดีกว่า..

ดูรูปไปพลางๆแล้วกันนะ

ที่ถ่ายทำคิวพิธีกรที่แรก..มิวเซียม สยาม.. ต้องทำพิธีบายศรีกับชุดใหญ่ ก็มีเหตุของมันอยู่

 

 สภาพการทำงาน.. ขณะที่ข้างๆมิวเซียม สยาม กำลังตอกเสาเข็มไปด้วย..

ทีมกล้อง..ทีมไฟ.. จะเซ็ทกันอีกนานมั้ย?..5555

 เอ๊ะไม่ได้เป็นคนให้ใครต้องดูแลอะไรมากมายนะคะ.. แต่รองเท้ามันใส่ยากจริงๆ.. ก็ต้องช่วยน้อง

 นี่อีกที่..พิพิธภัณฑ์ผ้าฯ.. ชุดสีขาวที่เห็นในภาพ ราคา..1 แสนบาาททททททท..แม่เจ้า!

 

 และอีกที่.. ตำหนักเพ็ชร วัดบวรนิเวศวิหาร..จะเห็นรูปปั้นเต็มพระองค์ของพระจอมเกล้าด้วย

ชุดที่แล้ว แสนนึงใช่มั้ย?.. ชุดนี้.. 5 แสนบาท..( รู้หลังถ่ายจบ เส้นไหมเป็นทองคำแท้..ถ้ารู้ก่อนคงไม่เอามาถ่าย..หายล่ะยุ่งเชียว)

.....................................................................

เพราะที่เหนื่อยยากมาทั้งหมด..พอมันเสร็จแล้ว.. ก็..พอใจ

ถึงจะยังไม่ได้อย่างที่คิด  แต่ก็ทำเต็มที่..และก็ยืนหยุ่น  ยอมเสียส่วนน้อยเพื่อรักษาส่วนใหญ่

รู้จักเจรจาต่อรอง.. มานะพยายาม

ไม่กลัวที่จะคิดให้มันใหญ่..  เพราะถ้ามันได้  ก็ได้เองแหละ.. แต่ถ้าไม่ได้ อย่างน้อยเราก็ทำเต็มที่แล้ว..     

 

และส่งผลต่องานชิ้นต่อมา  ที่กึ่งพีเรียด ก็ว่าได้.. แต่อยากเล่าให้เป็นปัจจุบัน

 ผู้ชายข้างบน..น้องแซ็ก.. คนข้างล่าง..วรรณสิงห์..  เป็นพิธีกร

 

เป็นเรื่องของ นาฎศิลป์ไทย.. แต่มันโยงใยไปได้มากมาย

งานนี้หนักกว่า.. เพราะเรื่องระบำรำฟ้อนนี่...อย่างโง่เลยเรา!..

แต่โชคดีเล็กน้อย ตรงที่น้องทีมงานเขาเก่งกันทางนี้ .. เราจะดูภาพรวมให้มากกว่า

 

ไม่อยากออกตัวเลย.. สารภาพว่า สลดหดหู่มาก.. เพราะงานที่ออกมา ไม่ใช่อย่างที่อยากได้

ก็ต้องรับไว้  แล้วเรียนรู้.. ไม่ได้โทษอะไรใครเลย  งานนี้ดิชั้นเต็มๆ 555

หากจะมีเรื่องดีอยู่บ้าง  ก็เช่น ได้ยินคำพูดจากน้องพิธีกรที่พูดขึ้นมาระหว่างถ่ายทำเสร็จแล้ว ที่วัดโพธิ์..

 

“ไม่น่าเชื่อว่าเมืองไทยยังมีอะไรที่ดีๆ น่าสนใจอีกเยอะเลย”

(คาดว่าไปต่างประเทศมาก  อยู่เมืองไทยน้อยกว่านะคะ 555)

 

อย่าเขียนเยอะเลย..ปวดใจ  ดูรูปดีกว่าเนอะ ..(อีกครั้ง)

 ตอนเกี่ยวกับยักษ์.. ก็เอาโขนมาโชว์ที่ยักษ์วัดอรุณกันไป..

 2 คนนี่ก็เล่าถึงความเกี่ยวโยงกันกับตำนานยักษ์ของวัด..และท่ารำยักษ์ที่โขนเขารำกัน

 อันนี้เกี่ยวกับลิง.. อีกมุมของวัดอรุณ..

 ชอบมากที่เห็นคนต่างชาติมาดูกันตรีม แล้วเค้าปรบมือให้นักแสดง.. คนแสดงก็คงภูมิใจเนอะ

นี่อีกที่.. บ้านโซวเฮงไถ่ของพี่ภู่.. กลางเยาวราช ที่มีสระสอนดำน้ำในบ้านอ่ะค่ะ.. สุโค่ยมาก..

พิธีกรตั้งใจทำงานมาก.. สู้ตาย.. ชู 2 นิ้ว ..แต่นอนนะ 55555

รูปนี้เอามาลงทำไมเนี่ยอิชั้น 555.. อ้อ..ถ่ายที่วัดอรุณ..ตรงใกล้ๆท่าเรืออ่ะค่ะ

2 คนลงเรือ  ข้ามไปถ่ายอีกวัด..คือ วัดโพธิ์..บรรยากาศสวอนเลคมาก 555

นี่ที่วัดโพธิ์.. จะร้อนไปไหน

เพราะถ้าพีเรียดแรกว่ายากแล้ว.. พีเรียดสองนี่.. ดับเบิ้ลเข้าไปอีก!!

 

แต่..อย่างนึงที่ได้จากการทำงาน คือ ถ้าเรารู้สึกเรื่องราวที่ทำนั้นดี มีประโยชน์  เราจะนำมาใช้ในชีวิตนะคะ

เช่น.. ในการทำงานนั้น.. หากดูแล้วว่า เราแก้ปัญหาไม่ได้  ไม่ว่าปัญหานั้นมันจะเกิดจากที่ใด ..เมื่อไหร่

แต่เมื่อมาถึงเราแล้ว.. อย่ามัวโบ้ยหาคนผิด หรือคิดจะติกันเอง

เป็นเวลาในการ  แก้ปัญหา..

ก็ต้องหาวิธีแก้ให้ดีที่สุด.. ระดมสมองของทุกคนมาช่วยกัน.. อย่าคิดว่าเราถูกอยู่คนเดียว

แต่..เราต้องตัดสินใจนั้น...ก็ใช่..

 

นี่วัดเฉลิมพระเกียรติ..ไม่เคยมาเลย..เรื่องปี่พาทย์มอญ ..สิงห์ได้ตีเปิงมางกับเค้า มีความสุข ดูฟิน555

แซ็กรำมอญอะไรซักอย่าง..แบบ..เทพมากๆ..น่าชื่นชม

 

ไม่ว่าจะดีหรือร้าย ก็ต้องรับล่ะนะ.. ซึ่งส่วนตัวแล้ว เป็นปกติของการทำงาน  อัตตาเราไม่ได้อยู่ตรงที่เราต้องสำคัญอะไรเลย..  แต่อยู่ที่งานต้องออกไปดีที่สุดมากกว่า..เพราะฉะนั้น  อะไรที่ทำให้มันดี ก็ทำ..

ถ้าทำแล้วไม่ดี..แก้ปัญหาไม่ได้... ทางแก้ที่ดีที่สุดในช่วงนั้น  ทางนึงอาจจะเป็น..

ถอยออกมาให้คนอื่นได้ทำ.. ก็ได้นะคะ

 

วิธีนี้เรียนรู้จากการได้อ่านประวัติศาสตร์.. 

พระจอมเกล้าท่านเป็นคนละเอียด  ไม่นับว่าทรงมีวิชาความรู้ในศาสตร์ต่างๆมากมาย และก็ได้มาด้วยการเพียรศึกษา

เวลาทรงงานก็จะมีคณะปรึกษาถวายความเห็น  รับฟังความคิดผู้อื่น  บางอย่างอาจเห็นว่าดี มีประโยชน์กว่า แต่หากมีเหตุให้ตัดสินใจในทางนั้นไม่ได้  ก็ทรงรับ.. และค่อยทำเมื่อพร้อมด้วยพระองค์เอง.. เช่น เรื่องบูรณะพระปฐมเจดีย์เป็นต้น

 

แอบเสียใจเล็กน้อย ที่ผู้บริหารประเทศ ไม่ว่าทั้งข้าราชการหรือนักการเมือง ไม่ค่อยสนใจประวัติศาสตร์เท่าไหร่.. โดยเฉพาะเมื่อเป็น  ผู้นำ..

เพราะประวัติศาสตร์เหมือน “ตาหลัง”

ขณะที่เรามองตรงไปข้างหน้า  มันคืออนาคตเนอะ.. แล้วก็ทำอะไรของเราไป  ในปัจจุบัน..

แต่ “ตาหลัง” จะเหมือนสิ่งที่คอยมองหลัง ว่ามีอะไรเกิดขึ้น และอาจส่งผลตามมา หากเราทำอะไรคล้ายๆกันก็ได้..

 

เท่ากับว่า..เราคงใช้ตาเดียวในการเดินทางชีวิตเราไม่ได้ ..จะมองหลังอย่างเดียว ก็คงไม่ต้องไปไหนกันแล้ว

จะมองไปข้างหน้าอย่างเดียว ไม่สนใจอะไรข้างทางที่ผ่านมาเลย..ก็ไม่ไหวเหมือนกันนะ..หน้าทิ่มเอาง่ายๆ

แต่ถ้ามองไปข้างหน้า  เหลียวดูข้างๆบ้าง มองข้างหลังบ้าง.. ระหว่างเดินไป..

อย่างน้อยมันก็ทำให้เราอุ่นใจว่า เราคงไม่ตกหล่มข้างหน้า..พลาดวิวข้างทาง..แล้วคอยระวังดูว่า..

ผลของอดีต มันจะไม่มาป๊ะเข้าหน้าโดยที่เราไม่รู้ตัว เพราะก็คอยมองอยู่เหมือนกัน

..อันนี้ส่วนตัวนะคะ

ถ้านึกภาพไม่ชัด..ในหัวนี่ ภาพที่ชัดมากๆคือ กรณีปราสาทพระวิหาร วาบมาทันใด 555..

 

..............................................................................

 

ตรงนี้ต้องเขียนขอบคุณทุกคนในการทำงานทั้งสองงานเลยว่า ..ช่วยกันจริงๆ.. ก็เต็มที่..

ขอบคุณผู้ใหญ่หลายท่านที่เมตตาช่วยเหลือ..รวมทั้งท่านที่ให้โอกาสด้วย

แม้แต่พิธีกรอย่างเอ๊ะ..ในรายการแรก.. หรือสิงห์ ในรายการหลัง

ทำเกินหน้าที่พิธีกรไปมาก 555

 

ไว้มีโอกาสค่อยเล่าดีกว่าเนอะ..  ก็เป็นเรื่องดี..ฮาดี.. ได้ความรู้อะไรมากมาย

บางคนก็ช่วยติดต่อสถานที่ให้ด้วยก็มี.. บางคนช่วยเขียนสคริปท์ก็มี.. เยอะค่ะ

 

หลังจากนี้..ก็ไม่แน่ใจว่า งานต่อไปจะยัง พีเรียด อยู่รึเปล่า?

ลึกๆมีคำตอบในใจอยู่เหมือนกัน  แต่ไม่รู้จะทำได้หรือไม่ได้

ก็ทำของเราไปให้ดีที่สุด..

มีบางเรื่องที่ อยากทำ.. และถึงจุดนึง..ก็จะเลิกทำล่ะนะ 

 

เพราะสุดท้ายแล้ว..จะพีเรียดหรือไม่ มันไม่ใช่ประเด็นใหญ่เท่าไหร่เลย 

 

มันเหมือนขนมห่อนึง ที่มีแพ็จเกจแบบเก่าๆ ย้อนยุค.. แต่แก่นของมันคือ รากเหง้า ภูมิปัญญาทั้งหลายที่สะสมกันมาของไทยเรา มันสามารถถ่ายทอด สืบต่อกันได้ในรูปแบบอื่นอีกมากมาย..

 

ขอแค่เราเห็นคุณค่า และเข้าใจแก่นแล้ว  ที่เหลือ  ก็คงไม่กระไรแล้วล่ะนะคะ

อันนี้คิดของเราเอง.. ปัจเจกมาก.. คนอื่นก็ต่างกันไป อย่าได้ยึดเป็นสรณะเชียว

 

ไปล่ะ..

 

เราเอง..

โดย beckyblooms

 

กลับไปที่ www.oknation.net