วันที่ จันทร์ กรกฎาคม 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

คิดถึง...คิดถึงบ้าน


 

เมื่อสองสัปดาห์ก่อน

นรองกลับไปบ้านแม่ที่ อ.หลังสวน

 กลับบ้านครั้งนี้มีเป้าหมายจะเดินทางไปที่ อ. พะโต๊ะ

ทั้งสองพื้นที่อยู่ในจังหวัดชุมพรค่ะ

พื้นที่ อ. พะโต๊ะ ติดกับพื้นที่ อ. หลังสวน

ห่างกันไม่ไกลนัก

แต่นรองก็ยังไม่เคยไป

วันนี้โอกาสดี

ได้ไปสักที "พะโต๊ะ" ไปด้วยกันมั๊ยคะ

นรองจะไปที่นี่ค่ะ

โรงเรียนต้นน้ำบ้านหลางตาง

 

ข้อมูลจาก

http://203.155.20.178:8080/phatotonnam/school.html  

บอกไว้ว่า

 

        โรงเรียนต้นน้ำบ้านหลางตาง ตั้งอยู่ในหมู่บ้านหลางตาง  ม.  19  ต.พะโต๊ะ  จ.ชุมพร  หมู่บ้านหลางตางเป็นหมู่บ้านที่อยู่กลางป่า  สภาพภูมิประเทศ  มีภูเขา  ป่าไม้ล้อมรอบ  เป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร  มีประชากรอาศัยอยู่มาก  ถนนเป็นดินแดงขึ้นลงเขา  ระยะทางจากอำเภอพะโต๊ะ  จนสุดทางในหมู่บ้าน ถึง  11  กิโลเมตร  ในฤดูฝนถนนไม่สามารถใช้การได้  ต้องเดินทางโดยเรือหางยาวเพียงอย่างเดียว 
โรงเรียนต้นน้ำบ้านหลางตาง  เป็นห้องเรียนพิเศษที่แยกมาจากโรงเรียนบ้านในหยาน เป็นอาคารเรียนชั้นเดียวทำด้วยไม้  จัดสร้างร่วมกับนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ชมรมค่ายเศรษฐศาสตร์เปิดทำการเรียนการสอนในปีการศึกษา  2540  
          ปัจจุบันมีนักเรียนรวม  ชาย-หญิง  ตั้งแต่ชั้นอนุบาล  1-ป.6   มีห้องเรียน  3  ห้องใน  1  อาคารครูอาสา  ปัญญาชนที่เสียสละเข้ามาสอนหนังสือให้กับเด็กๆ กลางป่า  โดยได้รับเงินเดือนจากหน่วยอนุรักษ์และจัดการต้นน้ำพะโต๊ะเพียงน้อยนิด  เมื่อเทียบกับกับการศึกษาของคณะครูอาสาที่จบมา 

 .

.

.

ออกเดินทางจากหลังสวนค่ะ

ใช้เวลาไม่นานนักก็เข้าสู่เส้นทางสายนี้

มุ่งหน้าไป "พะโต๊ะ" ค่ะ

 

 

 ท้องฟ้าอึมครึม  แต่อากาศเย็นสบาย  ฝนพรำเล็กน้อย ตลอดเส้นทาง

 

 

  

 

 

   

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

  

 

 

 

 

 

 

 

เข้าสู่ "พะโต๊ะ" แล้วค่ะ

 ถึงจุดนัดพบกับผู้ใหญ่บ้านหลางตางตอนบ่ายโมง

จะต้องเปลี่ยนจากกระบะธรรมดาไปขึ้น 4WD ค่ะ จะต้องให้คนพื้นพาขึ้นไปค่ะ

 

 

 

 

 

เรากำลังจะไปที่นี่ค่ะ

โครงการคนอยู่-ป่ายัง บ้านหลางตาง

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก หน่วยอนุรักษ์และจัดการต้นน้ำพะโต๊ะ   

 

 บทคัดย่อโครงการคนอยู่-ป่ายัง

              โครงการคนอยู่-ป่ายัง เป็นโครงการจัดการชุมชนที่อยู่อาศัยในพื้นที่ป่าต้นน้ำลำธาร โดยเน้นให้ชุมชนมีส่วนร่วม (people participation) ในรูปแบบของคณะกรรมการโครงการคนอยู่-ป่ายัง มีภาระหน้าที่ในการจัดการชุมชนด้านต่าง ๆ เช่น การใช้สอย การอนุรักษ์ทรัพยากร ดิน น้ำ ป่าไม้ ซึ่งแต่ละหมู่บ้านโครงการจะมีกติกาชุมชนเป็นแบบแผนการดำเนินงานของคณะกรรมการ มีเวทีชาวบ้านเป็นสถานที่ทำกิจกรรมต่าง ๆ ขององค์กรชาวบ้านเสมือนสภาของหมู่บ้าน มีเจ้าหน้าที่ของหน่วยอนุรักษ์และจัดการต้นน้ำพะโต๊ะ เป็นที่ปรึกษาและผู้แนะนำ

              โครงการนี้เป็นแผนงานการจัดการลุ่มน้ำของส่วนอนุรักษ์ต้นน้ำ กรมป่าไม้ ซึ่งดำเนินการในลักษณะวนศาสตร์ชุมชน (Community Forests) อันเป็นไปตามแนวพระราชดำริ ในองค์สมเด็จพระบรมราชินีนาถ เกี่ยวกับการให้คนอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างสันติ

              การดำเนินการต่าง ๆ ของโครงการต้องสร้างความมั่นคงด้านเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ภายใต้กรอบการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
มีการจัดการการใช้ประโยชน์การรักษาปกป้องทรัพยากร ผสมผสานกับภูมิปัญญาชาวบ้านและนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาใช้ในการจัดการ เพื่อเกิดประโยชน์ต่อชุมชนและเกิดความยั่งยืน ทั้งทรัพยากรธรรมชาติและมนุษย์  สิ่งสำคัญที่สุดของโครงการคือ การให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการคิดทำและการตัดสินใจ ตลอดจนการสร้างความสัมพันธ์อันดี ความเอื้ออาทร ความรักความเข้าใจ ความผูกพันด้านจิตใจระหว่างชุมชนต่อชุมชน และชุมชนต่อเจ้าหน้าที่

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมที่นี่ค่ะ

http://203.155.20.178:8080/phatotonnam/forestman_brief.html

 

 

 

ฝนตกตลอด

จึงเก็บมาแต่ภาพบรรยากาศสองข้างทางค่ะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

  

  

 

 

 

 

 

 

   

 

 

 

  

 

 

 

 

 

 

  

 

 

ผู้ใหญ่บ้านหลางตางนำทางพานรองกับพี่ชายมาถึงแล้วค่ะ

 

 

 นรองมาเก็บข้อมูล

เพื่อนำเสนอ บริษัท ยูนีซัน จำกัด

ในโครงการมอบห้องพยาบาลและเวชภัณฑ์ยาให้กับโรงเรียนในถิ่นทุรกันดาร

 

 

 

ที่นี่มีห้องหับพร้อมแล้ว

รอเพียงการปรับปรุงให้เหมาะต่อการใช้งานเท่านั้น

 

 

เด็กๆ ที่นี่ยังขาดอุปกรณ์กีฬาค่ะ

ส่วน "คุณครูปาน" บอกว่าอยากได้คอมพิวเตอร์ไว้ให้เด็กๆ ได้ฝึกฝน

ไม่ต้องใหม่นัก แค่ใช้งาน Microsoft Office (Word, Excel, PowerPoint) เท่านั้นค่ะ

อุปกรณ์สำหรับอินเตอร์เน็ตที่นี่ไม่ต้องการค่ะ เพราะสัญญาณไม่มี

นรองมีคอมพิวเตอร์เตรียมไว้ ๖ เครื่องแล้วค่ะ

หากพี่ๆ เพื่อนๆ จะเปลี่ยนคอมฯ เครื่องใหม่

เครื่องเก่าหิ้วไปให้เด็กๆ ที่ห้องเรียนพิเศษบ้านต้นน้ำหลางตางก็ได้นะคะ

 

 

 

  

 

   

 

  

 

พบ "พะโต๊ะ" แต่เพียงเท่านี้ก่อนนะคะ

ประมาณต้นเดือนกันยายน

นรองจะเก็บภาพบรรยากาศมาฝากให้มากกว่านี้ค่ะ

พี่ๆ เพื่อนๆ จะขึ้นไปเก็บบรรยากาศ "ป่าพะโต๊ะ" ด้วยตนเองก็ได้นะคะ

ยินดีต้อนรับทุกท่านค่ะ

 

 

 

รุ่งเช้าวันอาทิตย์

ต้องเตรียมเดินทางกลับกรุงเทพฯ แล้วค่ะ

กลับมาบ้านใต้ทีไรแม่จะต้องเตรียมของกินให้ทุกครั้ง

เอาไปไว้ทำกิน...เวลา...คิดถึง...คิดถึงบ้าน

 

 

บ้านแม่นรองอยู่ใกล้ทะเล ใกล้ปากน้ำ จึงหาอาหารทะเลสดๆ กินได้ไม่ยาก

ไม่แพงเลยสักอย่าง เพราะนรองไม่ได้จ่ายตังค์เอง

น้าจ่ายมั่ง น้องจ่ายมั่ง แม่จ่ายมั่ง

เค้าบอกว่าให้นรองเก็บตังค์ไว้จ่ายค่าเทอมลูกค่ะ

อืมห์...เป็นอีกข้อดีของการมีลูก

 

 

 

ครั้งนี้ได้ "ปลาทู" กลับมาฝากลูกๆ ค่ะ

๔๐ บาทซื้อปลาทูนึ่งที่กรุงเทพได้แค่สองตัวเอง

แต่ซื้อปลาทูสดๆ แบบนี้ที่หลังสวนได้ตั้ง ๑  กิโลแน๊ะ

น่าสนมั๊ยคะ 

 

 

ไม่แพงเลยจริงๆ เพราะเจ้าปลาทูนี่นะ

 หาง หัว หู ลูกกะตา กินได้ทุกส่วนเลยล่ะค่ะ เว้นก้างไว้นะคะ

ตัวไม่ใหญ่แต่มีไข่เกือบทุกตัว

เก็บไว้ในช่องแช่แข็ง(ที่กรุงเทพ)หนึ่งสัปดาห์เอาออกมาทอดได้หน้าตาแบบนี้ถือว่าโอเค..นะคะ

 

 

และส่วนนี้ค่ะ...คือส่วนสำคัญเลยทีเดียว...เป็นส่วนที่เอาไปทำ "ไตปลา" ค่ะ

บีบเอาส่วนที่เป็นขี้ปลาเขียวๆ ทิ้งไป ล้างให้สะอาด ตัดส่วนเหงือกทิ้งไป

เอาเกลือใส่ เสร็จแล้วเอาไปใส่ในขวดสะอาด ทิ้งไว้สักสองสัปดาห์

แล้วเอาไปทำ "แกงไตปลา" หรอยส์อย่างแรงเลยนิ

 

 

ปลาทูสองตะกร้า ทำไตปลาได้สองขวด

เก็บไว้ให้แม่ขวดนึง นรองเอามากรุงเทพขวดนึง 

ขวดเท่านี้นรองทำแกงได้สองครั้ง 

 

  

สองสัปดาห์พอดีค่ะ

วันนี้ได้เวลาทำ "แกงไตปลา" แล้ว

 

 

เครื่องปรุงนี่ก็ซื้อมาจากปักษ์ใต้(แม่จ่ายจ้ะ)

แม่บอกว่าให้โขลกพริกกับตะไคร้เพิ่มสักหน่อยแกงจะได้ห้อม..หอม

 

 

แกงไตปลาทางปักษ์ใต้มีหลายสูตร

แกงไตปลาสูตรของปากพนัง เจ้าประจำที่ ม.สัมมากร ก็อร่อยเด็ด เผ็ดน้ำตาไหลเลย

นรองทำเป็นเฉพาะ "แกงไตปลา" สูตรประตูสู่ภาคใต้ จ. ชุมพรค่ะ

จะต้องใส่ "ใบรา หรือ ใบยี่หร่า" ให้รสร้อนแรง

 

 

บ้านอื่นอาจจะไม่ใส่ผัก แต่นรองชอบฟักทองค่ะ ขอใส่นิดนึง

 

 

ต้องใช้ "น้ำกะทิ" คั้นเองค่ะ

ถ้าอยู่ที่ปักษ์ใต้แม่ให้ขูดมะพร้าวเองด้วย

 

  
"หัวกะทิ" พร้อมแล้วค่ะ

 

 

พริกแกงก็พร้อม

 

 

ลงหม้อเลยจ้ะ

 

 

ไตปลาลงหม้อไปก่อน สักพักฟักทองก็ลงตาม ส่วนยี่หราลงตามหลังท้ายสุดเลยค่ะ

 

 

ทำง่ายๆ แค่นี่เองค่ะ..แกงไตปลาที่บ้านนรอง

 

 

กินก็ง่ายค่ะ...ตักราดข้าวแบบนี้

 

 

กินกับผักแบบนี้...หรอยส์อย่างแรงเลยนิ

 

 

หม้อนี้อุ่นไว้กินได้อีกหลายมื้อเลยค่ะ

ถ้าเพื่อนๆ ชอบตักได้เลยนะคะ

 

 

"แกงไตปลา" ที่หลังสวนบ้านนรองเรียก "แกงขี้ปลา"

แกงแบบนี้ หน้าตาแบบนี้

นี่ล่ะค่ะ...เมนูโปรดของชาวหลังสวน

 

 

เผ็ด...ไม่น้อยเลยค่ะ

ลำไยแก้เผ็ดสักหน่อยนะคะ ล้างน้ำเกลือไอโอดีนเรียบร้อยล่ะ 

 

ลำไยทานเยอะแล้วร้อน รับลองกองแทนก็ได้นะคะ 

 

 

ยังมีอีกค่ะ

มี "กุ้งแชบ๊วย" มาด้วย

แล้วก็ไม่แพงเหมือนเดิมเลยค่ะ

 

 

  

สองถุงใหญ่แช่แข็งไว้ เก็บได้เป็นเดือนเลยค่ะ 

 

 

 

วันก่อนเห็นอาจารย์ทำเนื้อผัดพริกอ่อนน้ำมันหอย

นรองไม่ทานเนื้อ แต่มีพริกอ่อนกะกุ้ง อยากจะลองมั่ง

"กุ้งแชบ๊วยผัดพริกอ่อนน้ำมันหอย"

รสชาติเป็นอย่างไร

 

 

... เมื่อไม่ลอง แล้วใยเล่าเจ้าจะรู้... 

 

 

...เมื่อไม่ดู แล้วใยเล่าเจ้าจะเห็น...

 

 

 ...เมื่อไม่ทำ แล้วใยเล่าเจ้าจะเป็น...

 

 

...พอทำเป็น ก็ไม่ยากนะเจ้าเอ้ย... 

 

 

 "กุ้งแชบ๊วยผัดพริกอ่อนน้ำมันหอย"

สำหรับจานนี้ ห้านาทีเสร็จ ห้านาทีหมด นรองได้กินกุ้งตัวเดียวเอง

 

 

ขอบคุณอาจารย์เจ้าค่ะ

ที่ดลบันดาลให้ผัดพริกอ่อนจานนี้มาเป็นอีกหนึ่งเมนูประจำบ้าน

 

  

กลายเป็นเมนูโปรดของเจ้าลูกสาวเลยค่ะ

 

 

แบ่งจานนี้ฝากทุกท่านค่ะ

ส่วนวิธีทำตามไปที่ห้องครัวท่าน อ.ดงละคอน นะคะ

 

 

กลับมาที่ครัวชาวใต้กันต่อ กุ้งมีเยอะ สะตอมีหน่อย

ทำ "กุ้งผัดสะตอ" ก็ไม่ยากค่ะ

 

 

พี่ๆ เพื่อนๆ ชอบทานกันไหมคะ

 

 

ห้อม...หอม...ค่ะ 

 

 

นรองตักข้าวสวยร้อนๆ มาให้ค่ะ

 

 

 

"ไข่เจียวกุ้งสับ" อีกสักจานนะคะ

 

 

 แถม "แกงส้มกุ้งมะละกอ" มาให้อีกถ้วยนะเจ้าคะ

 

 

อาหารใต้ ...รสชาติเข้มข้น หน้าตาประมาณนี้

คนใต้...เมื่อต้องไกลบ้าน

จะไปอยู่ถิ่นไหน จะอยู่ไกลเพียงใดก็ตาม

มักจะ... คิดถึง...บรรยากาศปักษ์ใต้

คิดถึง...กับข้าว  คิดถึง...บ้าน

คิดถึง...แม่...ใช่มั๊ยคะ

 

  

    ขอขอบคุณบทเพลง "คิดถึงบ้าน" ศิลปิน อรวี สัจจานนท์

 

 ขอขอบคุณ "โอเคเนชั่น" พื้นที่แห่งการเรียนรู้และแบ่งปัน 

 ขอขอบคุณทุกท่าน

ที่แวะมาเยี่ยมชมและเป็นคอยกำลังใจให้เสมอ  

 _/\_ ขอบคุณมากค่ะ _/\_  

    

 

โดย นรอง

 

กลับไปที่ www.oknation.net