วันที่ จันทร์ กรกฎาคม 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ประชาธิปไตยไทยในเมืองเลโก้



ผู้หญิงหน้าจ. วรรณศิริ ศิริวรรณ @wannasiri_
ประชาธิปไตยไทยในเมืองเลโก้

ในปีที่ 81 ของประชาธิปไตยไทย มีหนังสารคดีการเมืองเข้าโรงฉายบ้านเราอยู่ 2 เรื่อง แม้จะเป็นหนังการเมืองเหมือนกัน เกิดแรงบันดาลใจในการสร้างมาจากวิกฤตการเมืองไทยในรอบสิบปีเหมือนๆกัน แต่โดยรายละเอียดและการนำเสนอค่อนข้างจะต่างกัน

เรื่องแรก "ฟ้าต่ำแผ่นดินสูง" ผลงานของนนทวัฒน์ นำเบญจพล หนังไทยที่หวิดโดนแบน แต่ก็เหมือนแมวเก้าชีวิต กองเซ็นเซอร์กลับคำให้ผ่านซะงั้น หนังเรื่องนี้เลือกที่จะเล่าเรื่องผ่านชนชั้นรากหญ้า ประชาชนในพื้นที่เขาพระวิหารที่รับผลกระทบจากนโยบายรัฐบาล

ขณะที่ "ประชาธิปไทย" ของ เป็นเอก รัตนเรือง กลับตั้งคำถามถึงความหมายและการเดินทางของประชาธิปไตยตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ.2475 จนถึงทุกวันนี้ และเลือกที่จะหาคำตอบจากนักแสดงที่ส่วนใหญ่เป็นชนชั้นนำทางความความคิด

...หันมาอีกด้าน บนโลกที่ตรงกันข้ามกับการเมืองไทยสุดโต่ง  โลกใบเล็กๆที่สร้างความยิ่งใหญ่ผ่านจินตนาการ "LEGO" ของเล่นตัวต่อพลาสติกสีสันสดใสยอดฮิต ก็มีอายุ 81 ปีแล้วเท่ากันพอดี๊ พอดี กับประชาธิปไตยไทย

ทั้งเลโก้ และ ประชาธิปไตยไทย เกิดในปี 2475 เหมือนกัน ต่างกันที่ว่า คนทั้งโลกไม่เคยมีใครต้องตั้งคำถามซ้ำแล้วซ้ำเล่าแบบจริงจังว่า Lego คืออะไร? มีคุณูปการใหญ่หลวงของสังคมไทยอย่างไร?  (บางคนอาจเถียงในลำคอเบาๆว่า แหม..ริอ่านเอาเลโก้ ของเล่นไปเทียบชั้นกับประชาธิปไตยเนี่ยนะ บ้ารึเปล่า?) เอาล่ะ บ้าไม่บ้าเดี๋ยวว่ากัน…

ถ้าไม่มองว่าเรื่องประชาธิปไตย ว่าเป็นเรื่องใหญ่หรือเล็กกว่าLEGO ทั้งสองอย่างนี้ต่างมีคุณูปการและให้บทเรียนกับมนุษยชาติคนละรูปแบบ และต่างก็มีจุดอ่อนจุดแข็งต่างกันไป อย่างน้อยที่สุด ประชาธิปไตยก็ปูทางไว้ให้ทุกคนได้จับต้องอย่างทั่วถึง ขณะที่ Lego ของเล่นสีสันแห่งยุคอุตสาหกรรม ก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เพราะ ถึงวันนี้ LEGO คือโมเดลของเล่นที่คนทั้งโลกยอมรับแล้วว่ามันมีส่วนช่วยเรื่องพัฒนาการของเด็กทั้งด้านร่างกาย สมอง และจิตใจจริงๆ

 
สำหรับเรา ไม่ได้ลำเอียงแต่อย่างใด เราว่าของเล่นอย่าง LEGO แท้ๆยังเจ๋งไม่เท่าประชาธิปไตยในไทยหรอก เพราะของเล่นสีแสบสันต์นั้นราคายังแพงเกินไปสำหรับการเข้าถึงทุกชนชั้น เดาเอาว่าส่วนหนึ่งที่แพงก็คงเป็นเพราะเมืองไทยต้องเก็บภาษีนำเข้าของเล่นอีก 20% ในฐานะที่เป็นของฟุ่มเฟือย เลยทำให้จ้าวยุทธจักรแห่งการประยุกต์อย่างจีน เอา LEGO มาเป็นต้นแบบ ใส่โลโก้ยี่ห้อต่างๆลงไป แถมดีไซน์ซีรีส์ใหม่ๆมาเอาใจแฟนคลับเป๋าแบนอีกด้วย ที่เห็นวางขายกันเกลื่อนทั้งสำเพ็ง ตลาดนัด หรือในเว็ปไซด์นั่นแหละ ที่แตกต่างก็คงเป็นวัสดุซึ่งไม่ได้การันตีว่าคุณภาพของวัสดุจะปลอดภัยเหมือนLEGOของแท้ เพราะ LEGO แท้แต่ละตัว จะผลิตจากพลาสติกที่ไม่เป็นพิษ คือ Acrylonitrile Butadiene Styrene (ABS)

...สารภาพหน้าตาซื่อๆว่า มนุษย์เงินเดือนอย่างเรา หาเช้ากินค่ำ ริจะฝึกจินตนาการให้ก้าวไกลก็ยังไม่มีปัญญา ใจรักแต่เงินไม่มีให้ ก็จำเป็นต้องพึ่งพา เลโกจีน (บริคจีน) ที่เลียนแบบ LEGO จริงอยู่หลายหน

ชื่อ LEGO มาจากภาษาสวีดิชว่า leg godt แปลว่า Play well แปลว่า ‘เล่นให้สนุก’ และมีสโลแกนว่า “Only the best is good enough” “ต้องดีที่สุดเท่านั้น ถึงจะดีพอ”

จะว่าไปเส้นทางของ LEGO ก็ผ่านร้อนผ่านหนาวมาไม่แพ้ประชาธิปไตยไทย... 81 ปีที่ LEGO ยังคงฝ่าความท้าทายสารพัดรูปแบบ ทั้งการเปลี่ยนแปลงของสังคมวัฒนธรรม พฤติกรรมการเล่นของเล่นในเด็ก การตลาดยุคใหม่ การเกิดขึ้นของยุคเกมส์คอมพิวเตอร์   Ole Kirk Christiansen ช่างไม้ชาวเมืองบิลลุนด์ (Billund) ประเทศเดนมาร์ก คือผู้ที่ผลิตของเล่นไม้ขึ้นมาจำหน่ายในช่วงที่เศรษฐกิจตกต่ำใน ค.ศ.1932 (พ.ศ.2475) หนึ่งในนั้นคือตัวต่อที่เรียกว่า “Automatic Binding Brick” จากนั้นก็เริ่มดีไซน์รูปแบบของเล่นให้หลากหลายมากขึ้น ตั้งแต่การวางจำหน่ายของเล่นชุด "LEGO System of Play" ที่ผู้เล่นสามารถต่อตัวต่อได้ตามจินตนาการของตัวเองโดยไม่ต้องทำตามคู่มือ ตามมาด้วยการออกแบรนด์ The DUPLO® brick ให้มีขนาดใหญ่กว่าปกติ สำหรับเด็กเล็กโดยเฉพาะ เพื่อป้องกันเด็กกลืนกินตัวต่อ แม้ในปี 2540 ยุคของเกมส์คอมพิวเตอร์ LEGO ได้ออกเกมคอมพิวเตอร์ Panic on LEGO Island จนกระทั่งได้รับการยกย่องจากนิตยสารฟอร์จูนว่า LEGO นั้นเป็น "ของเล่นแห่งศตวรรษ" จากนั้นก็เริ่มทยอยจับมือกับค่ายหนัง โดยออก Licensed Theme ของ Star Wars เป็นครั้งแรก


 ทุกวันนี้เลโก้เดินทางมาไกลกว่าการเป็นของเล่นสำหรับเด็กแล้ว ดูเหมือนว่าตัวต่อหลากสีสันเหล่านี้จะเป็นสัญลักษณ์ร่วมสมัยของคนหลายวัยไปโดยปริยาย สิ่งที่ทำให้ LEGO มีเอกลักษณ์ชัดเจน สากล ก็คือ การที่ LEGO สามารถสื่อสารกับเด็กและผู้ใหญ่ด้วยภาษาเดียวกันทั้งโลก ทุกคนที่ได้จับตัวต่อหลากสี จะรู้ทันทีว่าเขาจะจัดการกับเจ้าชิ้นส่วนเล็กๆด้วยจินตนาการอย่างไร ประเทศไทยเองก็มีชมรมเลโก้แห่งประเทศไทย  ที่บรรดาผู้ใหญ่ที่คลั่งไคล้เลโก้จะต้องนัดเจอกันเพื่อปล่อยของกันทุกเดือน

 
แต่เพราะโลกของผู้ใหญ่มันอยู่ยากหรือซับซ้อนเกินไปหรือเปล่า เมื่อเจ้าLEGO ได้ลองมาเรียนรู้โลกที่ทับซ้อนกันของจินตนาการกับโลกของความเป็นจริง จึงทำตัวต่อ LEGO ที่เคยยิ้มๆ กลับกลายเป็นยิ้มไม่ออกเสียนี่ ...ชายช่างสังเกตอย่าง คริสตอฟ บาร์ตเน็ค ผู้เชี่ยวชาญหุ่นยนต์มหาวิทยาลัยแคนเทอร์บิวรี ประเทศนิวซีแลนด์ แฟนพันธุ์แท้ของ LEGO ศึกษาพบว่า ตัวต่อเลโกที่ทำเป็นหุ่นมนุษย์จิ๋ว เดิมทีเดียวช่วง 11 ปีแรก มีแต่หน้าตาเปื้อนยิ้มเหมือนๆกันหมด แต่ช่วงปี 2518-2553 หน้าตาของหุ่นมนุษย์จิ๋วกลับยิ้มแย้มน้อยลง กลายเป็นมีหน้าตาแบบโกรธขึ้งเพิ่มจำขึ้น (Lego เพิ่งจะมาผลิตหุ่นมนุษย์จิ๋วตามสีหน้าอารมณ์ 6 อย่าง เหยียดหยาม มั่นใจ กังวล กลัว สุข และโกรธ ในช่วงหลังปี 2533) สะท้อนว่าผู้ผลิตที่อยู่ในโลกแห่งความจริง มีความโน้มเอียงไปในโลกแห่งความขัดแย้งมากขึ้น ซึ่งบ่อยครั้งก็เป็นการแสดงออกผ่านชุดตัวต่อที่เป็นเรื่องราวการต่อสู้ระหว่างฝ่ายธรรมะกับฝ่ายอธรรม

น่าสนใจที่มีผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการของเด็กออกมาแสดงความเป็นห่วงว่า การออกแบบของเล่นที่เกิดขึ้นของ LEGO ในยุคหลังอาจทำให้จินตนาการในโลกแห่งการเล่นของเด็กแยกแยะความดีความชั่วไม่ได้อีกแล้ว เพราะเด็กน้อยจะเห็นโลกที่พระเอกหรือฮีโร่ของเขามีความหวาดกลัว และผู้ร้ายมีรอยยิ้มแบบผู้ชนะ ซึ่งนั่นอาจเป็นปมซับซ้อนที่ส่งผลต่อพัฒนาการของเด็กได้

ยิ่งระยะหลัง LEGO ก็ได้เขยิบตัวเองเข้ามาแฝงตัวด้วยการแอบเข้ามาเดินอยู่ในโลกของมนุษย์จริงๆ ที่มีทั้งอารมณ์และความรู้สึกมากขึ้น ลองดูเรื่องราวของตัวต่อหลากสีสันอย่างเลโก้ ที่ถูกนำมาตีความเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับความสัมพันธ์ความรักผ่านบทเพลงดูละกัน เอากับเค้าสิ!! ... นักร้องนักแต่งเพลง ชาวอังกฤษ Ed Sheeran คือเจ้าของบทเพลง Lego House เทียบอารมณ์เปรียบเปรย บ้านตัวต่อเลโก้ กับการสร้างบ้านที่รื้อใหม่ได้ คล้ายจะเป็นตัวแทนบอกความรู้สึกของผู้ชายที่ทำให้ความสัมพันธ์ทุกอย่างกับผู้หญิงคนหนึ่งพังทลายแต่สุดท้ายก็อยากจะกลับมาแก้ไขในสิ่งที่พลาดไป


I'm gonna pick up the pieces,And build a Lego house.When things go wrong we can knock it down...

ท่อนหนึ่งของเนื้อเพลง ทำให้เราอดคิดไม่ได้ว่า 81 ปีในโลกที่เต็มไปด้วยสีสันอย่างโลกของ LEGO กับ 81 ปีในโลกของความเป็นจริงกับประชาธิปไตยไทย โลกใบไหนจะปลอดภัยกว่ากัน จะเลือกอยู่แต่ในโลกจินตนาการ จับต้องไม่ได้แต่มีข้อดีที่ถ้าหากก้าวพลาด สามารถเริ่มนับหนึ่งใหม่ได้เสมอ กับโลกอีกใบ โลกแบบไทยๆที่ดูยิ่งใหญ่ แต่เปราะบางกว่าที่คิด เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่ประชาธิปไตยไทยถูกพังทลายลงไปแล้วคงจะก่อร่างสร้างตัวขึ้นใหม่ได้ไม่ง่ายเหมือน LEGO แน่!!

โดย wannasiri

 

กลับไปที่ www.oknation.net