วันที่ อังคาร กรกฎาคม 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

Royal Baby … กว่าจะถึงวันประสูติ


การครองราชย์ครบ 60 ปีของ Queen Elizabeth II เมื่อ พ.ศ. 2555 สร้างกระแสความนิยมสถาบันพระมหากษัตริย์ให้พุ่งขึ้นสูงอย่างเป็นประวัติการณ์ ต่อเนื่องถึง พ.ศ. 2556 ที่บรรยากาศการเฉลิมฉลองยังคงอยู่ถึงการครบรอบ Coronation 60 Years on the Throne ตามปีที่ประกอบพิธีจริง

 

 

บริเวณ Buckingham Palace ก็ยังเป็นเป้าหมายสำคัญของผู้มาเยือนกรุงลอนดอนจากทุกมุมโลกอย่างไม่เปลี่ยนแปลง

 

 

 

 

 

เมื่อข่าวดีเรื่องทายาทของ Duke and Duchess of Cambridge ปรากฏสู่สาธารณชน กำหนดการมาถึงของ Royal Baby ยิ่งเป็นที่จับตาของชาวโลกมากกว่าจะเป็นแค่เรื่องภายในของราชวงศ์บริทิช ที่ยังมีอีกหลายอย่างและอีกหลายธรรมเนียมที่แปลกหูชาวโลก

ในรัชกาลปัจจุบัน Queen Elizabeth II ทรงเป็นประมุขของชาติ ใน House of Windsor ราชสกุลวินเซอร์ ซึ่งเป็นราชวงศ์ปัจจุบันที่ครองราชย์ในฐานะ British Monarchy ที่ทรงเป็น Head of State ของอีกหลายประเทศ จึงถูกต้องที่จะเอ่ยถึงว่า ราชวงศ์บริทิช มากกว่าจะเรียกว่าราชวงศ์อังกฤษแค่ประเทศเดียว

 

 

รัชทายาทสืบทอดการครองราชย์ 3 ลำดับแรก คือ HRH The Prince of Wales อันเป็นตำแหน่งสมเด็จพระยุพราช ส่วนพระนามคือ Prince Charles ลำดับที่ตามมา คือ HRH Prince William of Wales และ HRH Prince Henry of Wales

 

 

 

ทายาทที่กำลังจะมาถึงของ Duke and Duchess of Cambridge ที่ ณ ขณะนี้เรียกกันว่า Royal Baby จะกลายมาเป็นรัชทายาทลำดับที่ 3 แทน Prince Harry

Queen Elizabeth II มี Great grandchildren หรือ เหลนมาแล้ว 2 คน คือ ลูกสาวของ Peter Phillips ที่เป็นรัชทายาทลำดับที่ 11 และพี่ชายของ Zara Tindall ผู้ซึ่งกำลังตั้งครรภ์เช่นกัน การมาถึงของ Royal Baby มีความพิเศษแน่นอนในฐานะที่จะเข้ามาแทรกเป็นรัชทายาทลำดับที่ 3 ทำให้รัชทายาทที่ตามมาเปลี่ยนลำดับถัดลงไป แต่ไม่พิเศษจนทำให้ Queen Elizabeth II ต้องทำอะไร ‘เป็นพิเศษ’

เพราะแต่ละราชวงศ์ย่อมต้องมี Protocol หลักการ-ธรรมเนียม-มารยาทในการปฏิบัติ’  และ โพรโทคอล ของ British Monarchy เคร่งครัดมาช้านาน หน้าที่ที่ต้องทรงปฏิบัติจะมาก่อนเรื่องส่วนตัว เมื่อไม่นานมานี้ ที่ Prince Philip ประชวร ต้องเข้ารับการผ่าตัด The Queen ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจตามปกติ - -  ไม่เยี่ยม –ไม่เฝ้า แต่ทรงห่วงใย และรับสั่งขอบใจเมื่อถูกทูลถามถึง

 

 

Protocol เรื่อง Royal Birth และการเลี้ยงดู Royal Baby ในสมัยดั้งเดิมก็ยังมีเรื่องน่าสนใจ

ตามประเพณี Royal birth ไม่เคยเป็นเรื่องส่วนพระองค์ ทั้งที่ตามธรรมเนียมการให้กำเนิดองค์รัชทายาทจะทำกันในวังหลวง โดยขุนนางและผู้บริหารประเทศต้องเข้ามาคอยอยู่พร้อมหน้าเพื่อรับรองผู้สืบทอดบัลลังค์ ช่วงยุคกลางหนักหนากว่านั้นว่าทารกน้อยต้องถูกอุ้มชูให้สักขีพยานเห็นกันพร้อมหน้าว่าเป็นเพศใด สมบูรณ์ครบถ้วนทุกประการหรือไม่

Princess Margaret พระขนิษฐาของ The Queen เป็นเจ้านายองค์สุดท้ายที่มีตัวแทนรัฐบาลอยู่ร่วมสถานที่ ณ เวลาประสูติ ธรรมเนียมนี้เพิ่งถูกยกเลิกไปเมื่อตอนที่ Queen Elizabeth II ทรงพระครรภ์ Prince Charles โดยรัฐบาลเลเบอร์คิดว่าไม่จำเป็นต้องมีผู้แทนรัฐบาลเข้าไปรับรององค์รัชทายาท ณ เวลาส่วนพระองค์นั้น ทั้งที่ Queen Elizabeth II เองทรงไม่เห็นด้วยกับการยกเลิก และไม่ทรงเดือดร้อนที่จะคงธรรมเนียมโบราณนี้ไว้

หากทำความเข้าใจเรื่องราวในราชสำนักโบราณอย่างลึกซึ้ง จึงจะคิดตามได้ว่า Royal birth แต่ละครั้ง คือช่วงเวลาสะดวกต่อการคิดร้ายต่อราชวงศ์ ในรอยต่อของการกำหนดผู้สืบทอดประมุขของชาติ การจัดให้ผู้มีอำนาจในการบริหารราชการมาอยู่รวมกัน ย่อมสอดส่องความเคลื่อนไหวได้ใกล้ชิดกว่า

ครั้นถึงปลายศตวรรษที่ผ่านมา เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เมื่อ Diana Princess of Wales เลือกสถานที่ Royal birth เป็นโรงพยาบาล St Mary’s Hospital แทนวังหลวง

 

 

St Mary’s Hospital เป็นโรงพยาบาลเก่าแก่ ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2388 ปัจจุบันทั้งให้บริการรักษาพยาบาลและเป็นโรงเรียนแพทย์ในความดูแลของ Imperial College School of Medicine มีประวัติศาสตร์ยาวนานด้านการค้นคว้าวิจัยที่เกิดหลายการค้นพบ เช่น Heroin (diacetylmorphine) โดย C.R. Alder Wright และ Penicillin ที่ทำให้ Sir Alexander Fleming ได้รับรางวัลโนเบล

 

 

 

บุคคลสำคัญที่เกิดที่โรงพยาบาลนี้ มีตั้งแต่พระราชโอรสและธิดาของ Prince Charles และ Princess Royal ได้แก่ Prince William, Prince Harry และ Peter Phillips, Zara Phillips หรือคนมีชื่อเสียงอย่าง Elvis Costello และ Kiefer Sutherland 

 

 

St Mary’s Hospital เดียวกันนี้ที่ Duke and Duchess of Cambridge เลือกไว้ให้ Royal Baby ที่กำหนดเวลาไว้ประมาณไม่เกินกลางเดือนกรกฎาคมนี้ และคาดกันว่า Royal birth ครั้งนี้ไม่สามารถเป็นเรื่องส่วนตัวเสียยิ่งกว่าครั้งไหน สังคมบริทิชให้ความสนใจเรื่องกระบวนการคลอด การเลี้ยงดูอย่างสามัญและส่วนตัว เท่าที่ครอบครัว Middleton ของ Duchess of Cambridge จะช่วยเหลือได้ ขณะที่สื่อมวลชนระดับโลกก็ให้ความสนใจในฐานะ future King หรือ Queen ของเกรทบริเทน

31 ปีก่อน ในเดือนมิถุนายน Prince of Wales ใช้เวลา 16 ชั่วโมงที่ Lindo Wing, St Mary’s Hospital เคียงข้าง Diana จน Prince William ประสูติ ซึ่งก่อนหน้าการคาดการณ์มาก เมื่อราชสำนักประกาศว่า Duchess of Cambridge จะคลอดด้วยวิธีตามธรรมชาติที่กำหนดเวลาไม่ได้ สื่อมวลชนทั้งหลายจึงจับประเด็น ว่าเป็นการปัดการเดาเวลาที่ใกล้เคียงความจริง เพื่อลดความวุ่นวายจากการตามติดของนักข่าว

 

 

ต้นเดือนกรกฎาคม จึงเป็นช่วงที่สื่อมวลชนทำงานหนักและจับสังเกตทุกเรื่อง ตั้งแต่การพยายามสืบวันลาของ Prince William จากหน้าที่นักบินที่ Anglesey หน่วยประจำการทางเหนือของ Wales ที่ผู้บังคับบัญชาให้งดปฏิบัติหน้าที่หากภรรยาถึงกำหนดคลอดป้องกันการเสียสมาธิขณะขึ้นบิน และให้ลาคลอดได้ 2 สัปดาห์ จนไปพบการสำรองที่จอดรถฉุกเฉินหน้า Lindo Wing ถึงกลางเดือนโดยไม่บอกว่าเพื่อใคร เมื่อบวกกับคำพูดของ Marcus Setchell สูตินารีแพทย์ส่วนพระองค์ของ Queen Elizabeth II ที่เลื่อนกำหนดเกษียณอายุเพื่อถวายงาน Royal birth อีกครั้ง ที่ประกาศงดดื่มของมึนเมามาสองสัปดาห์แล้ว เพื่อให้ร่างกายมีความพร้อมในการถวายงานที่สุด

สื่อมวลชนจึงตัดสินใจเข้าจับจองมุมดีฝั่งตรงข้าม Lindo Wing ตั้งแต่กลางสัปดาห์แรกของเดือน

 

 

 

 

 

 

ผู้สื่อข่าวและช่างภาพต่างจับกลุ่มหาเรื่องทำฆ่าเวลา คนของ AP บอกว่า เหตุการณ์นี้ใหญ่ระดับโลกจนต้องเฝ้าพื้นที่นี้ทุกขณะจิตห้ามเบื่อ ห้ามเหนื่อย และยืนยันว่า ‘This week…’  แน่นอน

 

 

ถ้ากลุ่มสื่อมวลชนสากล ติดตามสถานการณ์จาก Bookies หรือโต๊ะพนันของบริทิชอาจจะไม่ต้องเหนื่อยนัก เพราะ Bookies ทำนายผลของ Royal birth ครั้งนี้และปล่อยแต้มต่อให้คนร่วมลุ้นไว้เรียบร้อยแล้ว ประสาบริทิชที่พนันได้ทุกอย่าง

Bookies บอกว่าวันดีของ Royal birth นี้ คือ 17 กรกฎาคม และโอกาสเป็นหญิงมากกว่าชาย ชื่อชายที่โผจึงมีเพียง 2 ที่มีความเกี่ยวพันเป็นชื่อคิงทั้งคู่ คือ George และ James ขณะที่ชื่อหญิงที่เดากันไว้อันดับหนึ่ง คือ Alexandra ชื่อกลางของ Queen Elizabeth II ตามมาด้วย Charlotte ชื่อที่นิยมของราชวงศ์ และเป็นชื่อควีนของ King George III และยังพ้องกับชื่อกลางของ Pippa Middleton

อีกชื่อที่กล่าวถึงกันมาก คือ Elizabeth ทั้งเป็นชื่อของ The Queen โดยตรงและชื่อกลางของ Duchess of Cambridge เอง

Royal Baby จะปรากฎเป็นเพศใด ในวันไหนก็เกินคาดการณ์ แต่อนาคตของการเป็นรัชทายาทลำดับที่ 3 แห่ง British Monarchy เป็นสิ่งแน่นอนที่ประชาชนรอร่วมชื่นชมในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

 

*********

 

 

References:

Photo of the Queen: courtesy of Hello Magazine from the book ‘Keepers’ by Alastair Bruce, Julian Calder and Mark Cator  

Post cards from the Buckingham Palace shop

โดย SW19

 

กลับไปที่ www.oknation.net