วันที่ พุธ กรกฎาคม 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

บทกวีทิพย์ :: ท่องแดนพระนิพพาน


ท่องแดนพระนิพพาน ภาค1



ท่องแดนพระนิพพาน 

                                         เนิน นราธร นักกลอนกวีทิพย์

พระนิพพานคืออะไร?ใครรู้บ้าง……. “นิพ”คือว่าง….จากกิเลสเป็นเหตุผล……. 
“พานะ”คือเครื่องร้อยรัด….มัดผู้คน…… ให้ทุกข์ทน”จิตไม่ว่าง”คือ”ร่างกาย”…….. 
อันความว่างนั้นหรือ คืออะไร?………… คือ”จิตใจ”ของมนุษย์ไร้จุดหมาย…….. 
มองไม่เห็น….จึงว่างสว่างพราย…….. อาศัย”กาย”….จึงไม่ว่างเหมือนอย่างคิด!!……. 
ทึกทักเอาว่า”ร่างกาย”หมายเป็น”เรา”…… ช่างโง่เขลาหลงปลื้มลืมสนิท…….. 
ว่าร่างกายเป็นของเราเอาเป็นมิตร……. เข้าใจผิด….คิดดูไม่รู้จริง……. 
โดย”ธรรมธาตุ”จิตใจอาศัยร่าง- ………. กายอยู่อย่างชั่วคราวหนุ่มสาวหญิง…….. 
เหมือนคนอาศัยบ้าน….ใช่นานจริง…….. บ้านพังทิ้ง……คนยังอยู่สู้ต่อไป……. 
เมื่อกายพังจิตก็ไปไร้ที่อยู่…….. ติดตามดูอยู่แห่งหนตำบลไหน?…….. 
เป็นมนุษย์-สวรรค์-พรหมได้สมใจ……. หรือจะไปสู่โลกทิพย์….แดนนิพพาน……. 
แม้ร่างกายแท้จริงไซร้อาศัยโลก…… เผชิญโชคเจอทั้งทุกข์และศุขศานติ์……… 
อาศัยโลกอยู่ชั่วคราวใช่ยาวนาน…….. ร้อยปีผ่านไม่เกินก็เดินลง………. 
สู่ความตายกายร่างต้องว่างเปล่า…….. ผลัดกันเข้ากันออกหลอกให้หลง……… 
กายอยู่ได้อาศัย”ธาตุสี่”ธำรง……. “ดิน-น้ำ-คงควบไปกับ-ไฟ-ลม”……… 
ขาดธาตุใดธาตุหนึ่งถึงมรณะ…….. จิตต้องละกายทิ้งทุกสิ่งสม………… 
การเข้าใจ”โลกธาตุสี่”ที่นิยม………. เหมือนโลกกลมต้องหมุนเวียนมีเปลี่ยนแปลง……. 
“ไม่ควรยึดมั่นถือมั่น”ให้มันหนัก……… หากยึดหลัก”ไม่ยึดมั่น”ให้ขันแข็ง…….. 
ปราศจากทุกข์คลุกเคล้าเข้าเสียดแทง…… จะพบแสงแห่งธรรม….ล้ำปัญญา…….. 
จะเข้าใจถึงนิพพานกันหรือไม่?…….. เรียนรู้ได้หากสำนึกหมั่นศึกษา …….. 
การเข้าถึงพระนิพพานมีนานมา……… อยู่ที่ว่าจะเข้าใจหรือไม่?เอง…….. 
“นิพพานคือคุณาของอากาศ”……. เหนือธรรมชาติเจาะประเด็นเห็นตรงเผง……. 
“สิบประการ”เสมือนสร้อยร้อยบรรเลง…….. เป็นบทเพลงพระนิพพานประทานพร……… 
“ไม่มีรูป-ไม่มีสี-ไม่มีกลิ่น”……… ไร้ประทิ่น….”ไม่มีรส”ทั้งหมดถอน……… 
“ไม่มีสัมผัส”…สารพันทุกขั้นตอน………. ไร้อาทรสุขเกษมแสนเปรมปรีดิ์……….. 
“ไม่มีเกิด-ไม่มีแก่-ไม่มีเจ็บ”………… ไร้ร้อนเหน็บหนาวไร้ทุกข์เป็นสุขศรี…….. 
“ไม่มีตาย”….เป็น”ความว่าง”อย่างเสรี……. ให้ปักษีบินไปไร้ร่องรอย……… 
เป็น”เก้าไม่””หนึ่งมี”…..ที่ความว่าง……… เป็น”เก้าอย่าง””เก้าไม่มี”ที่ใช้สอย……. 
คือ”อัตตา-ตัวตน”ยกคนลอย…….. มีไม่น้อยทั้งเราเขามี”เก้ารู”……. 
อย่างละหนึ่ง…..”ทวารหนัก-ทวารเบา”……. “ปาก”ของเจ้า”จมูก”ข้าฯแล”ตา-หู”……. 
อย่างละสองทางออก-เข้ามี”เก้ารู”………. มันว่างอยู่….จึงไม่มี…..ที่ตัวตน ……. 
“ความว่าง”ไร้รั้วรอบ…ไร้ขอบเขต……… สุดสายเนตรคือ”ความว่าง”กระจ่างผล…….. 
ไม่มีเครื่องร้อยรัดมัดตัวตน……… ทุกแห่งหนไม่สิ้นสุดถึง”พุทโธ”…….. 
“ความว่าง”เป็นที่อยู่หมู่”อัตตา”…….. “ตัวตน”ข้าฯหรือเจ้าเศร้าอักโข……. 
คือ”ดิน-น้ำ-ไฟ-ลม”ดั่งร่มโพธิ์……….. แล้วเติบโตเป็นร่างกายจนวายวาง……. 
เป็นที่อยู่ของ”อนัตตา”ชัดแจ้ง………. “นามธรรม”แฝงอยู่เด่นชัดไม่ขัดขวาง……. 
คือ”จิตใจ”ของสัตว์-คนเปิดหนทาง……… เห็น”ความว่าง”….เห็น”นิพพาน”…ไม่นานเกิน….. 
“พระนิพพาน”อยู่สูงสุดในพุทธศาสน์….. ใครสามารถรู้เท่าทันท่านสรรเสริญ…….. 
“พระนิพพาน”อยู่ที่ไหน?ใคร่เชื้อเชิญ……. ร่วมทางเดินชูช่วยไปด้วยกัน……. 
“นิพพานคือความว่าง”…วางกิเลส……….. ว่างจากเหตุ”โลกิยะ”เบ็ญจขันธ์…….. 
ว่างจากตน…..”เหนือโลกและเหนือธรรม์”….. “เลิกยึดมั่นถือมั่น”….จบกันเลย…… 
ทั้ง”อัตตา-อนัตตา”สารพัด……….. ต้องละตัด….แล้วอยู่กลางคือ”วางเฉย”……. 
“อุเบกขา”รักษาไว้ให้ใจเคย………. ที่ชื่นเชย”อัพยากตาธรรม”…….. 
“อัตตา”ละสิ่งที่มีนี้ไม่ยาก……….. แสนลำบาก”อนัตตา”พาถลำ…….. 
เพราะไม่มี-ไม่เห็น….เป็นรูปธรรม…….. ด้วยลึกล้ำฝังจิตสนิทใน……… 
ยึด”นามธรรม”นำใจแก้ไขยาก…….. “รู้ตัว”หากถึง”ตัวรู้”พอสู้ไหว…… 
ศีล-สมาธิ-ปัญญา….จะพาไป…….. แก้ไขได้หากแน่วแน่จะแก้ตัว……. 
การเข้าถึงพระนิพพานใช่การง่าย……… ใช่ยากหลายพอเกลี่ยเฉลี่ยถัว…….. 
ความยากง่ายพอกันมันลงตัว…….. มองให้ทั่วแล้ววกมาหาตัวเรา….. 
ถึง”นิพพาน”คือเข้าไป…เข้าใจ”จิต”…… เข้าปลดปลิด…บาปโทษที่โฉดเขลา……. 
ธรรมชาติจิตคือตัวรู้…..ก็ดูเอา…….. ที่”จิต”เรา”ตัวเรา”เองหากเก่งจริง!!….. 
ความวุ่นวาย…..กำเนิดเกิดจาก”จิต”…….. หยุดสักนิด….ไม่วุ่นวายทั้งชายหญิง……. 
ความสงบ…..เกิดจาก”จิต”ไม่ผิดจริง……… เหนือทุกสิ่ง”จิตเป็นนาย”…กายเป็นรอง…… 
แม้”ความว่าง”ก็กำเนิดเกิดจาก”จิต”…….. หยุดความคิด….ไว้แค่หนึ่งไม่ถึงสอง……. 
สู่”เอกัคคตา”ปัญญาครอง…….. คุมจิตมอง”ให้ว่าง”ไว้อย่างเดียว……… 
ถึงจิตว่าง…..ก็เข้าผ่าน”นิพพาน”ได้……. สว่างไสวจิตสะอาดฉลาดเฉลียว…….. 
ไร้กิเลสก็ถึงสุขไร้ทุกข์เทียว…….. คุมอย่างเดียวให้”จิตว่าง”…ทางนิพพาน……. 
เมื่อ”จิตว่าง”ดวงจิตเป็นอิสระ………. ความคิดละปรุงแต่งแปลงประสาน…… 
เป็น”ผู้รู้-ผู้ตื่น-ผู้เบิกบาน”………. สวรรค์ผ่าน….นรกพ้น….เลิกวนเวียน……. 
ไม่วุ่นวาย…..เพราะมี”สมาธิ”……… มี”สติ”และ”ปัญญา”ใช่พาเหียร…….. 
ไม่หลงโลก-หลงธรรมโน้มนำเพียร……. จิตโล่งเตียน….”ปล่อยวาง”ทุกอย่างลง……. 
ภาวนา…..รู้ตัวอยู่ทั่วพร้อม………. มนัสน้อมแจ่มใสมิใหลหลง……. 
สิ้นตัณหาอุปาทาน….ถึงกาลปลง…….. ไม่ลุ่มหลง”เลิกยึดมั่น”ในทันที…….. 
ไม่มีอกุศล…..บนความคิด……….. ไร้”อวิชชา”จรัสรัศมี……… 
สลัดเครื่องร้อยรัดมัดฤดี………. คืนเข้าที่ธรรมชาติสะอาดจริง…….. 
รู้ผิด-ถูก….ควร-ไม่ควรมวลดี-ชั่ว……. เพราะ”รู้ตัว”….”รู้ใจ”ในทุกสิ่ง……… 
รู้แค่รู้….แล้ววางลงตรงความจริง…….. เพราะ”ทุกสิ่งคือสามัญ “เช่นนั้นเอง….. 
“นิพพานอยู่ในดวงจิต”หากคิดออก…….. ใช่ภายนอกเจาะจงให้ตรงเผง……. 
“เราไม่มีในจิต”…..แค่คิดเอง……….. สิ้นหวาดเกรงความตาย…แค่วายวาง….. 
บริสุทธิ์หยุดคิดจิตก็หยุด…….. สู่”โลกุตตระ”เข้าสะสาง……. 
ดับกิเลส….เหตุกำเนิดเปิดหนทาง……. โลกกระจ่าง….”จิตว่าง”สว่างเบา…… 
สงบเย็นเห็นทุกสิ่งความจริงเปิด………. สุดประเสริฐเลิศประโยชน์ดับโฉดเขลา…. . 
ดับดี-ชั่ว…..ตัวตนผลกล่อมเกลา………. ให้จิตเราสุดสะอาดปราศมลทิน…… 
เห็นสถานวิมานแก้วที่แวววับ…….. งามระยับโปร่งใสใจถวิล……. 
ประดับเพชรล้ำค่าไร้ราคิน…….. เห็นองค์อินทร์….เทวดา..มหาพรหม…… 
มาฟังธรรมกับพระพุทธเจ้า…….. ต่างแหนเฝ้าก้มกราบเรียบราบสม……. 
พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ทรงนิยม…….. แสนชื่นชมพระอรหันต์ตามกันมา…… 
พระปัจเจกพุทธเจ้ามาเฝ้าด้วย……… แสง-สีสวยสุดสว่างกระจ่างหล้า …… 
ดั่งอาทิตย์สักสิบดวงพ่วงกันมา……… เต็มท้องฟ้าสวยงามอร่ามเรือง…….. 
ณ ที่นี่ไม่มีแก่แลเจ็บตาย……… แก้วแพรวพรายระยิบระยับสลับเหลือง….. 
สะท้อนต้องทองคำค่าล้ำเมือง………. จิตต่อเนื่อง…คิดอะไรก็ได้พลัน……. 
จะไปไหนมาไหนดังใจนึก………. ช่างลุ่มลึกงดงามดั่งความฝัน…… 
ไม่มีทุกข์สุขาสารพัน……… รู้เท่าทันสรรพสิ่งมิ่งมงคล……… 
เมื่อเห็นจิตก็เห็นพระนิพพาน……… ซ่อนอยู่นานแจ่มประจักษ์ด้วยมรรคผล…… 
แล้วทบทวนครวญคิดเห็นจิตตน……… เป็นกุศลเปี่ยมอยู่ทุกครู่ยาม…….. 
ดวงจิตทรง”อุเบกขา””เมตตา”ยิ่ง……… เห็นทุกสิ่งทั่วโลกาฟ้าสยาม…… 
ทั่วอนันตจักรวาลผ่านนิยาม………. เห็นความงามแห่งสามัญเป็นอันเดียว…… 
วิมานแก้วประกายเพชรถึงเจ็ดสี…….. หากจิตดีใสสะอาดฉลาดเฉลียว……. 
หากจิตอ่อนเป็นทองคำค่าล้ำเชียว……… เพชร-พลอยเขียว-ทับทิมแดงเปลี่ยนแปลงไป….
แต่ละคนอาจเห็นได้ไม่เหมือนกัน……. ความเชื่อมั่น-ความมั่นคง-ความสงสัย….. 
และบารมีแต่ละคนยลต่างไป……. อยู่ที่ใจจิตตน…ของคนดู…….. 
พระนิพพานเป็นอย่างไรเก็บไว้ก่อน……. อย่าใจร้อนใจเย็นเย็นจะเด่นหรู….. 
เร่งปฏิบัติให้ถึงแล้วพึงดู……… แล้วจะรู้เป็นฉันใด?ในนิพพาน…… 
สำคัญที่ตัวตน….ค้นให้พบ……… นิพพานจบ….บุญญามหาศาล…… 
“เห็นจิตตน”จิตเป็นทิพย์…”เห็นนิพพาน”….. จิตเบิกบานถึง”พุทธะ”ปล่อย-ละ-วาง…… 
ปล่อยทุกอย่าง….วางลงตรงแค่จิต……. ดับนิมิตสารพัดที่ขัดขวาง…… 
ไม่หนาว-ร้อนผ่อนสบายเดินสายกลาง……. ดับทุกอย่างทั้งดี-ชั่วดับตัวตน…… 
เห็นนิพพานในความว่างสว่างจ้า……… เห็น”พุทธา”บรรลุจิตกุศล……. 
เห็นพระธรรม…..ดำริเลิศวิมล…….. เห็นพระสงฆ์คงทนในตนเอง…….. 
พระไตรรัตน์ชัดแจ้งแทงตลอด…….. เป็นเยี่ยมยอดตอบรับกระฉับกระเฉง….. 
คารวะเพราะค้นพบตนเอง………… ลือละเบงพระนิพพานสำราญดี…….. 
ดวงจิตเห็นเป็นดวงแก้วที่แพรวพราย….แสงกระจายดั่งเพชรแผ่เจ็ดสี…… 
อยู่รอบตัวรอบทิศด้วยฤทธี………… และบารมีสิบทัศเข้าจัดแจง…… 
โพธิญาณผ่านล่วงถึงดวงแก้ว……… ตลอดแนวแลโล่งด้วยโปร่งแสง……. 
มองทะลุทุกมิติฤทธิแรง……… ดวงจิตแกร่ง”อมตะ”นิรันดร์…….. 
อยู่เหนือโลก….เหนือธรรมสุดล้ำเลิศ…… แจ่มบรรเจิดเที่ยงแท้ไม่แปรผัน…… 
เหนือจักรวาลผ่านพิภพจบเทวัญ……… เหนือสวรรค์….พรหมสถานพิมานแมน….. 
ณ ที่นี้คือ”โลกทิพย์พระนิพพาน”……….. พระผู้ผ่านดาษดื่นเป็นหมื่นแสน…….. 
ถึงล้านโกฏนับไม่ได้ในดินแดน……… วิมานแมนยังรออยู่ทุกผู้คน…….. 
ตัดสินใจไปนิพพานเสียวันนี้!!…….. ด้วยจิตที่แกร่งดังเพชรสำเร็จผล…… 
มุ่งนิพพานเท่านั้น….มั่นกมล………. เกิดมรรคผลล้วนสัมฤทธิ์ที่จิตเรา…… 
พุทธธรรมนำธรรมะประกาศก้อง......ต่างแซ่ซ้องเพื่อมวลมิตรดับจิตเขลา........
คิด-พูด-ทำแต่กรรมดีที่ตัวเรา .........ดับที่เงาความคิดสนิทเอย..........


นิพพานะ ปัจจโย โหตุ…..สาธุ……สาธุ……..สาธุ 

โดย ชัยแสงทิพย์

 

กลับไปที่ www.oknation.net