วันที่ พฤหัสบดี กรกฎาคม 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

.....กาญจนบุรี...อีกแล้วที่บ้านป้าแอ๊ด.บ้านกลางทุ่ง-ออร์แกนิคโฮม..บ้านหนองขาว...


.

.

นับตั้งแต่ผมได้รู้จักกับ  "บล็อกเกอร์เรือนข้าหลวง"  ในโลกออนไลน์ที่โอเคเนชั่นแห่งนี้

เราได้สลายภาพหลอนในโลกอินเทอร์เน็ทด้วยการไปทำความรู้จักตัวตนที่แท้จริงต่อกัน 

ผมและแม่มะยง  ไปเยี่ยม "บล็อกเกอร์เรือนข้าหลวง" ครั้งแรกเมื่อกลางเดือนกรกฏาคม ๒๕๕๒

สมัยนั้น "มะอึก..มะยง" ยังเป็นวัยรุ่นกันทั้งสองคน

 

 (ภาพนี้  ถ่ายเมื่อ กรกฏาคม ๒๕๕๒)

.

จากนั้นเป็นต้นมา  ผมไม่ได้นับจำนวนครั้งหรอกครับว่าผมไปบ้านกลางทุ่งอีกกี่ครั้งกี่ครา  คือนับครั้งไม่ถ้วนนั่นเอง

นอกจากนี้ มีเพื่อนบล็อกเกอร์อีกไม่น้อย มีโอกาสได้ไปพักผ่อนที่บ้านป้าแอ๊ด  ทั้งไปเดี่ยว  แอบไปเป็นคู่ หรือไปเป็นกลุ่ม

.

มีคำถามที่ผมได้ยินเสมอว่า  

"ทำไมผมต้องไปที่บ้านกลางทุ่ง  บ้านหนองขาว  บ้านป้าแอ๊ด ออร์แกนิคโฮม?" บ่อย ๆ 

ผมมีคำตอบเพียงว่า  .....

ยามใดที่ผมอ่อนล้า  ที่นี่เพิ่มพลังให้ผม,  

ยามใดที่ผมอ่อนเพลีย  ที่นี่ทำให้ผมสดชื่น,

ยามใดที่ผมฟุ้งซ่าน  ที่นี่ทำให้ผมสงบ,  

ยามใดที่ผมรุ่มร้อนใจ  ที่นี่ทำให้ผมเยือกเย็น,

ยามใดที่ผมเหงา  ที่นี่ทำให้ผมร่าเริง,

ประมาณนั้นครับ

.

.

เมื่อผมตั้งใจจะไปหาป้าแอ๊ดที่บ้านหนองขาว  ผมกำหนดจัดสรรเวลาของตัวเองให้แตกต่างไปจากคนอื่น ๆ เขา

เช่นผมจะไปบ้านกลางทุ่งในวันธรรมดา  อย่างน้อยไปวันศุกร์ กลับวันเสาร์  เพราะคืนวันเสาร์  บ้านป้าแอ๊ดมีแขกเหรื่อมากมาย

หรือผมจะไม่ไปหาป้าแอ๊ดในวันหยุดยาวหรือวันหยุดนักขัตฤกษ์  เพราะช่วงเวลาเหล่านั้นมีผู้คนไปหาป้าแอ๊ดเป็นจำนวนมาก

และทุก ๆ ครั้งที่ผมจะไปบ้านป้าแอ๊ด  ผมจะต้องโทรศัพท์ไปบอกล่วงหน้า  ผมไม่เคยสร้างความเซอร์ไพรซ์ให้กับป้าแอ๊ดอึดอัดใจ

.

วันศุกร์ที่ ๕ กรกฏาคม ที่ผ่านมา  ผมไปบ้านหนองขาวอีกครั้งพร้อมด้วยแม่มะยง..ลูก ๆ ..และอาจารย์เจี๊ยบ

ครั้งนี้ผมใช้เส้นทางถนนเพชรเกษม  ผ่านนครปฐม  เลี้ยวขวาเข้าบ้านโป่ง มุ่งสู่ท่าเรือ ท่ามะกา 

แวะกราบพระที่วัดพระแท่นดงรังเพื่อความเป็นสิริมงคล  แล้วตรงดิ่งเข้าบ้านหนองขาว อำเภอท่าม่วง  กาญจนบุรี

.

ทุก ๆ ครั้งที่ผมไปบ้านป้าแอ๊ด  ผมจะแวะซื้อ "ผ้าขาวม้าร้อยสี" ของดีบ้านหนองขาว  

ซื้อไปเป็นของฝากของขวัญบ้าง

ซื้อเป็นของตัวเองด้วยนิสัยการสะสมผ้าขาวม้าจากแหล่งผลิตต่าง ๆ ในประเทศไทย ซึ่งเป็นความชื่นชอบเฉพาะตัวของผมครับ

.

(ภาพนี้  ถ่ายไว้เมื่อ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ โดย บล็อกเกอร์ครูทิพย์)

.

ผมซื้อผ้าขาวม้าร้อยสีบ้านหนองขาวมาตั้งแต่ราคาผืนละ ๑๐๐ บาท  และราคาผ้าขาวม้าร้อยสีก็เพิ่มขึ้นไปเรื่อย ๆ

วันนี้ขึ้นราคาเป็นผืนละ ๑๕๐ บาทแล้วครับ

แพงกว่าผ้าขาวม้าทั่ว ๆ ไปนิดหนึ่ง  แต่ผ้าขาวม้าบ้านหนองขาว มีสีสดใส ใช้ดี  ใช้ทน ยิ่งซักยิ่งนุ่ม  คุ้มค่าคุ้มราคามากครับ

ท่านที่ไม่เคยแวะ  อาจจะมีคำถามว่า  เขามีเฉพาะผ้าขาวม้าจำหน่ายเพียงอย่างเดียวหรือ?

ตอบได้ว่า  ชาวบ้านเขาแปรรูปผ้าขาวม้าเป็นของใช้อื่น ๆ อีกมากมาย  ต้องไปเลือกดูกันเอาเองนะครับ

ที่เขียนบอกเล่ามาเช่นนี้  ใช่ว่าจะได้รับค่าจ้างค่าเชียร์แต่อย่างใดนะครับ  

เขาติดราคาขายไว้เท่าไหร่  แม่มะยงก็ต้องควักเงินจ่ายเท่านั้น

.

.ในบริเวณบ้านป้าแอ๊ด  มีมุมสวย ๆ ให้ถ่ายภาพมากมายครับ.

.

วันนั้น  เมื่อผมเข้าไปในบริเวณบ้าน  เจ้าของบ้านไม่อยู่  ออกไปทำธุระนอกบ้าน  

แต่ไม่ได้เป็นปัญหาและอุปสรรคกับพวกเราแต่อย่างใด

เมื่อนำกระเป๋าเก็บวางไว้เรียบร้อย  อาจารย์เจี๊ยบจึงขับรถพาพวกเราออกไปเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ

เช่น หาดทรายบ้านท่าล้อ

ต่อด้วยการไปย้อนรอยบุญผ่องที่ถนนปากแพรก  

พาลูก ๆ ไปเที่ยวสะพานข้ามแม่น้ำแคว  

และชมบรรยากาศเมืองกาญจน์ที่น่าสนใจอีกหลาย ๆ แห่งครับ

.

.หาดทรายบ้านท่าล้อเป็นหาดทรายที่อยู่ติดกับแม่น้ำแม่กลอง ชายหาดมีความยาวประมาณ 500 เมตร ลาดลงสู่แม่น้ำแม่กลอง

อยู่ในบริเวณวัดท่าล้อ หาดทรายและสถานที่แห่งนี้ คล้ายทะเลสาบ

จากชายหาด มองทอดออกไปเห็นสายน้ำแม่กลองที่นิ่งสงบ

ถัดออกไปด้านหน้า เป็นภูเขา ทัศนียภาพสวยงามน่าประใจมากครับ

 

.

.

.ช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา  ผมนั่งชมละครบุญผ่องทางไทยทีบีเอส  ชมจนติด  และอยากสัมผัสสถานที่จริง

ถนนปากแพรก  เป็นสถานที่ที่ชาวเมืองกาญจนบุรีพยายามสร้างให้เป็นถนนคนเดิน

แต่ยังไม่ถือว่าแพร่หลายนักนะครับ  เพราะนักท่องเที่ยว(ชาวไทย) ที่มาเยือนเมืองกาญจน์  มักจะมองข้ามสถานที่แห่งนี้

โดยนั่งรถผ่านเมืองเพื่อเลี้ยวซ้ายไปพักผ่อนแถวไทรโยค  ทองผาภูมิ สังขละ   หรือเลี้ยวขวาออกไปทางเขื่อนศรีนครินทร์ ศรีสวัสดิ์

หรือบางท่านจะมาเช่าแพลากจูงที่หน้าเมือง  เมื่อจอดรถก็จะลงแพไป  ทั้ง ๆ ที่ในละแวกดังกล่าว  ยังมีสิ่งที่น่าค้นหาอีกมาก

.

ในโอเคเนชั่น  มีบล็อกเกอร์ท่านหนึ่ง ชื่อ "บล็อกเกอร์ปากแพรก(pakprak)"  

ท่านได้นำเสนอเรื่องราวเมืองกาญจน์ไว้มากมาย  น่าสนใจติดตามพอสมควรครับ..เสียดายที่ท่านไม่ยอมเปิดเผยตัวให้ผมได้รู้จัก

.

 @ http://www.oknation.net/blog/pakprak  ...บอกเล่าเรื่องราว ปากแพรก กาญจนบุรี

 @ http://www.oknation.net/blog/boonpong  ...บอกเล่าเรื่องราวของคนดีที่คนไทยลืมเลือน "บุญผ่อง สิริเวชชะพันธ์  ณ ปากแพรก กาญจนบุรี"

 @ http://www.oknation.net/blog/boonphong  ...วิพากษ์...ละครบุญผ่อง เรื่องจริง...บนเส้นทางรถไฟสายมรณะ "บุญผ่อง สิริเวชชะพันธ์  ณ ปากแพรก กาญจนบุรี"

.

สะพานข้ามแม่น้ำแคว  (The Bridge of the River Kwai)

ทุก ๆ ท่านรู้จักดี  แต่จะรู้จักแค่ไหนเพียงไร  ยากที่จะมีใครไปกำหนดกฏเกณฑ์ครับ

ความรู้สึกของการได้สัมผัสกับบรรยากาศของสะพานที่ยิ่งใหญ่แห่งนี้

แตกต่างไปตามช่วงเวลาแห่งการขยับตัวเคลื่อนที่ของดวงอาทิตย์

แตกต่างไปตามกลุ่มคือคณะบุคคลที่ร่วมเดินทางไปด้วยกัน

และแตกต่างไปตามอารมณ์ของเราที่เราจะปรุงแต่งในเวลานั้น ๆ 

.

.

.

.

.

.

.

ตะวันบ่ายคล้อยไปมาก  "ป้าแอ๊ดโทรศัพท์สอบถามผมว่าอยู่ที่ไหน?  กลับเข้าบ้านได้แล้วค่ะ......"

เราจึงเข้าบ้านกลางทุ่ง  หิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าเข้าห้องพัก  อาบน้ำแต่งตัวเรียกความสดชื่นให้กับร่างกาย

คืนนี้  เรานอนที่บ้านทรงไทยครับ

.

.

.หากท่านได้ไปพักผ่อนที่บ้านกลางทุ่ง  ท่านจะสัมผัสได้ถึงความสะอาดสะอ้านของอุปกรณ์เครื่องนอนทุก ๆ ห้อง

ผ้าเช็ดตัว ปลอกหมอน ผ้าห่ม  "ป้าแอ๊ด" ใช้ของดีมีราคา  "ป้าแต๋น" เปลี่ยนซักทุกครั้งที่แขกเดินทางกลับ

ตากด้วยแสงแดดที่ร้อนแรง  จนรู้สึกได้ถึงความหอมกรุ่น

.

.มาพักบ้านป้าแอ๊ด  อย่าทำตัวเร่งรีบนะครับ  ทำตัวช้า ๆ สบาย ๆ  ลืมเรื่องราวที่วุ่นวายในชีวิตประจำวันให้หมด

ป้าแอ๊ดมีอะไรทาน  แขกก็จะได้ทานสิ่งนั้น  ไม่ต้องมีการออเดอร์อาหารไว้ล่วงหน้า  มีผักกินผัก  มีปลากินปลา  มีหมูกินหมู

.

.อาหารแบบออร์แกนิคปราศจากสารพิษที่ป้าแอ๊ดบรรจงปลูก  บรรจงทำไว้  จะอร่อย ๆ ทุก ๆ จาน

เช่นไข่เจียว  ทานหมดก็เจียวใหม่ในทันที  เพียงแค่นี้ก็อิ่มหนำสำราญ

.

 

ป้าแอ๊ด....มะอึก...ครูเต่า...คุณหรั่ง

.การพูดคุยในกลุ่มเพื่อน  เราคุยกันอย่างมิตร  สอบถามสารทุกข์สุขดิบ  คุยกันเรื่องอะไรก็ได้ ไม่มีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง

.

.

หลังอาหารเย็นมื้อนั้น  เมื่อได้เวลาพอสมควร  ก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน

ยามนั้น  เหลือเพียงป้าแอ๊ด  อาจารย์เจี๊ยบ  และมะอึก  เรานั่งแต่งไฮกุกันอย่างออกรสออกชาติ

ดึกแล้ว  มีแขกจากอเมริกาเข้ามาพักที่บ้านป้าแอ๊ดเพิ่มอีก ๔ ท่าน

.

.

.รุ่งเช้าวัน  ป้าแอ๊ดเข้าครัวหุงหาอาหารแบบง่าย ๆ สไตน์ป้าแอ๊ด

.

.ทานกันง่าย ๆ สบายทั้งไทยทั้งฝรั่ง

.

.ข้าวต้มออร์กานิค  กาแฟ ไข่ดาว ขนมปังปิ้ง  แม่ลูกกลุ่มนี้อิ่มหนำสำราญ

.

.ชายหนุ่มคนนี้  อิ่มแล้วนั่งผึ่งพุงอย่างมีความสุข

.

.พวกเราออกเดินเล่นในละแวกหมู่บ้าน  สูดอากาศบริสุทธิ์  โหวกเหวกกันตามประสาคนเมือง

.

.บ้านคุณหรั่ง เศรษฐีนีชาวเบตง  ปลูกสร้างไว้ใหญ่โต  นาน ๆ เจ้าของบ้านจะมานอนเล่นสักครั้ง

.

.และนี่  คือมุมคลาสสิคยอดนิยม  ใครมาบ้านป้าแอ๊ดก็ต้องบันทึกภาพกับป้ายแห่งนี้

.

.อาจารย์เจี๊ยบ แม่มะยง  และผมใช้เวลายามเช้ากับบ้านกลางทุ่งพอสมควร  

เราบันทึกความทรงจำไว้ด้วยกันกับป้าแอ๊ดและคุณหรั่งอีกครั้งก่อนกล่าวคำอำลา

ง่ายดายใช่ไหมครับกับบ้านกลางทุ่ง  ที่พักผ่อนสำหรับผู้แสวงหาความเรียบง่ายและความสงบ

.

 

ยามใดที่ผมอ่อนล้า  ที่นี่เพิ่มพลังให้ผม,  

 

ยามใดที่ผมอ่อนเพลีย  ที่นี่ทำให้ผมสดชื่น,

 

ยามใดที่ผมฟุ้งซ่าน  ที่นี่ทำให้ผมสงบ,  

 

ยามใดที่ผมรุ่มร้อนใจ  ที่นี่ทำให้ผมเยือกเย็น,

 

ยามใดที่ผมเหงา  ที่นี่ทำให้ผมร่าเริง,

 

.

อย่าเพิ่งเชื่อในคำกล่าวข้างต้น  จนกว่าท่านจะได้ไปสัมผัสด้วยตัวของท่านเองครับ

.

.

 

@@

"มาเที่ยวบ้านชั้น....ต้องอยู่แบบชั้น"

.

.

 

โดย มะอึก

 

กลับไปที่ www.oknation.net