วันที่ พฤหัสบดี กรกฎาคม 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

บุก!โรงงาน‘ตราช้าง’ เจาะลึกเทคโนโลยีการผลิตกระเบื้องหลังคาไร้แร่ใยหินรายแรกในประ


 

ตราช้าง” โชว์เทคโนโลยีการผลิตกระเบื้องหลังคาไร้แร่ใยหิน ที่คำนึงถึงคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมแบบยั่งยืน เรียกได้ว่าเป็นผู้นำอุตสาหกรรมก่อสร้างรายแรกในไทย เผยลงทุนปรับเปลี่ยนส่วนเตรียมวัตถุดิบ โดยใช้งบลงทุนประมาณ 25 ล้านบาทต่อหนึ่งสายการผลิต โดยมีทั้งหมด 6 สายการผลิต มูลค่าโดยรวมประมาณ 150 ล้านบาท เพื่อพัฒนากระบวนการผลิต

2550 “ตราช้าง”ยกเลิกการใช้แร่ใยหินในกระบวนการผลิตครบทุกผลิตภัณฑ์ 100% เป็นรายแรกในปี พ.ศ 2550 สนองอุดมการณ์ทางธุรกิจในแง่มุมของผู้ประกอบการที่ห่วงใยสังคมและสิ่งแวดล้อม

ข้าพเจ้า มีโอกาสได้ เยี่ยมชมกระบวนการผลิตกระเบื้องหลังคาไร้ใยหิน ตราช้าง พร้อมรับฟังการบรรยายสรุปภาพรวมตลาดกระเบื้องหลังคา ชมกระบวนการผลิตกระเบื้องหลังคาไร้ใยหิน ตราช้าง ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ณ โรงงาน กระเบื้องกระดาษไทย จำกัด โรงงานสระบุรี โดยมี คุณสราวุฒิ สำราญทรัพย์ Managing Director-Marketing Housing Business ธุรกิจ เอสซีจี  ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง และ คุณนพดล ประพันธ์ ผู้จัดการโรงงานสระบุรี บริษัท กระเบื้องกระดาษไทย  จำกัด

นายสราวุฒิ สำราญทรัพย์ กรรมการผู้จัดการ – มาร์เก็ตติ้ง เฮ้าส์ซิ่ง บิสซิเนส (Managing Director -Marketing Housing Business) ธุรกิจ เอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เปิดเผยว่า ตราช้างได้มีการพัฒนานวัตกรรมการผลิตสินค้าในกลุ่มกระเบื้องหลังคาอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นการให้ความสำคัญในเรื่องของคุณภาพ ความแข็งแกร่ง  ทนทาน ปลอดภัย และตอบสนองความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่มเป้าหมาย ตั้งแต่ Economy, Medium, จนถึง High Segment นอกจากนี้ยังนำเสนอความหลากหลายของสินค้าทั้งประเภทวัสดุและรูปลอนที่สวยงาม หลากหลาย ตอบโจทย์ในทุกสไตล์บ้าน (Contemporary, Modern, Thai, Natural)  เราได้พัฒนาสินค้าที่เป็นนวัตกรรมใหม่สู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง   เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านหลังคา ไม่เพียงแต่กระเบื้องหลังคาเท่านั้น  ตราช้างยังมุ่งพัฒนาอุปกรณ์หลังคาตราช้างเพื่อให้ผู้บริโภคสามารถใช้ประโยชน์หลังคาอย่างครบครัน ด้วย 4 ฟังก์ชั่นหลัก ทั้ง กันร้อน กันรั่ว ปลอดภัย และอรรถประโยชน์ซึ่งช่วยเพิ่มความมั่นใจและการใช้ประโยชน์ของหลังคาบ้านได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด  นอกจากนี้เรายังลงทุนปรับเปลี่ยนส่วนเตรียมวัตถุดิบ โดยใช้งบลงทุนประมาณ 25 ล้านบาทต่อหนึ่งสายการผลิต โดยมีทั้งหมด 6 สายการผลิต มูลค่าโดยรวมประมาณ 150 ล้านบาท เพื่อพัฒนากระบวนการผลิต จนกลายเป็นผู้ผลิตกระเบื้องหลังคารายแรกที่ยกเลิกการใช้แร่ใยหินในกระบวนการผลิตครบทุกผลิตภัณฑ์ 100% ในปี พ.ศ. 2550

“เมื่อองค์การอนามัยโลกได้ออกมาประกาศถึงอันตรายของการใช้แร่ใยหินในปีพ.ศ. 2549  พร้อมเปิดเผยข้อมูลว่า ฝุ่นจากแร่ใยหินสามารถเข้าสู่ร่างกายทางจมูกโดยการหายใจเข้าไป และมีความสัมพันธ์กับการเกิดโรคมะเร็งปอด มะเร็งเยื่อหุ้มปอดและเยื่อบุช่องท้อง (Mesothelioma) และแอสเบสโตสิส (Asbestosis) ตราช้างจึงเริ่มที่จะปรับกระบวนการผลิตหลังคาลอนคู่โดยพัฒนาสูตรการผลิตหลังคาที่ปราศจากแร่ใยหินจากนั้นเป็นต้นมา  และยกเลิกการใช้แร่ใยหินในทุกผลิตภัณฑ์ของตราช้าง ทั้งสินค้าประเภทหลังคา ฝ้า ผนัง พื้นและไม้สังเคราะห์ทั้งหมดโดยสิ้นเชิง นับเป็นผู้ผลิตรายแรกในประเทศไทยที่ปรับเปลี่ยนมาใช้นวัตกรรมใหม่ที่เป็นมิตรต่อคนและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้แน่ใจว่าพนักงานในโรงงาน ผู้บริโภค รวมถึงประชาชนทั่วไปจะปลอดภัยจากฝุ่นแร่ใยหินดังกล่าว ซึ่งขณะนี้ข้อมูลจากInternational Ban Asbestos Secretariatล่าสุดพบว่า ประเทศต่างๆ ในโลกจำนวนกว่า 54 ประเทศ อาทิ สหราชอาณาจักร ญี่ปุ่น อิตาลี เยอรมนี ออสเตรเลีย อิสราเอล สเปน ฝรั่งเศส และบรูไน เป็นต้น ได้ยกเลิกการใช้แร่ใยหินอย่างสิ้นเชิง”

 

ทางด้าน นายนพดล ประพันธ์ ผู้อำนวยการ บริษัท กระเบื้องกระดาษไทย จำกัด โรงงานสระบุรี ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการผลิตเพิ่มเติมว่า  เทคโนโลยีที่เรานำมาทดแทนแร่ใยหิน คือ การนำเส้นใยสังเคราะห์ซึ่งเป็นเส้นใยโพลิเมอร์ที่ผลิตจากโรงงานอุตสาหกรรม อันผ่านกระบวนการปั่นและสังเคราะห์ด้วยวิธีหลอมเหลว มีความทนทานต่อจุลินทรีย์  เชื้อรา แบคทีเรีย และสารเคมี ไม่ดูดน้ำ ผสมกับเซลลูโลสที่ทำมาจากไม้สน อันผ่านกระบวนการผลิตที่มีลักษณะพิเศษ ทำให้กระเบื้องหลังคาที่ได้มีคุณสมบัติดีกว่าการใช้แร่ใยหิน โดยจะมีความเหนียว และยืดหยุ่นกว่าเดิมถึง 2 เท่า ลดความเสียหายจากการตกกระทบของแข็งบนที่สูง เช่น ลูกเห็บ ลูกมะพร้าว และการแตกหักจากการเจาะ หรือติดตั้ง   มีความแข็งแรงทนทานมากและ ไม่หดตัว ปลวกไม่กิน รวมทั้งกันความร้อนได้ดีขึ้นกว่าเดิมถึง 5 เท่า ที่สำคัญที่สุดก็คือ ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและร่างกาย

 

นายนพดลกล่าวต่อไปว่า  “การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวถือเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงานไทยให้ปลอดภัยตามมาตรฐานองค์การแรงงานระหว่างประเทศ อีกทั้งยังได้หลังคาที่มีความแข็งแรงตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมกระเบื้องซีเมนต์เส้นใยแผ่นลอน (มอก.1407-2540) อ้างอิงตามมาตรฐานสากลคือ ISO 9933 และผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการวิชาการคือ กรมโยธาธิการ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย สมาคมสถาปนิกสยาม ในปัจจุบันกำลังการผลิตของโรงงานโดยรวมอยู่ที่ประมาณ 640,000 ตันต่อปี เป็นกระเบื้องหลังคาจำนวน 80% และอื่นๆ 20% 

นายสราวุฒิ กล่าวย้ำว่า ปัจจุบันกระแสของการใส่ใจสุขภาพและสิ่งแวดล้อมของคนไทยสูงขึ้นมาก ซึ่งส่งผลมาสู่ความพิถีพิถันของผู้บริโภคในการตัดสินใจเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้นตามไปด้วย
แต่อย่างไรก็ตามยังคงมีความจำเป็นที่จะต้องเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับอันตรายของแร่ใยหินไปสู่ประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการสร้างหรือต่อเติมบ้านในวงกว้างมากยิ่งขึ้น รวมถึงผู้รับเหมาก่อสร้างซึ่งเป็นบุคคลที่มีความเสี่ยงต่อการสูดแร่ใยหินในขณะทำงานมากที่สุด ให้มีความเข้าใจและหลีกเลี่ยงการใช้กระเบื้องหลังคาที่มีแร่ใยหิน เพื่อให้ปลอดภัยต่อสุขภาพของตนเอง

 

 

คุณเหมียว นักข่าวสาวร่วมทดสอบโดยการขึ้นไปย่ำ แผ่นกระเบื้องหลังคาที่สุ่มหยิบมาทดสอบจากLineการผลิต


 

 ตอบข้อซักถาม

กระเบื้องหลังคาไร้แร่ใยหิน ที่พบว่ามีคุณสมบัติดีกว่าการใช้แร่ใยหิน โดยจะมีความเหนียว และยืดหยุ่นกว่าเดิมถึง 2 เท่า ลดความเสียหายจากการตกกระทบของแข็งบนที่สูง เช่น ลูกเห็บ ลูกมะพร้าว และการแตกหักจากการเจาะ หรือติดตั้ง   มีความแข็งแรงทนทานมากและ ไม่หดตัว ปลวกไม่กิน รวมทั้งกันความร้อนได้ดีขึ้นกว่าเดิมถึง 5 เท่า

สื่อร่วมทดสอบ เปรียบเทียบระหว่างกระเบื่องหลังคาไร้ใยหิน กับกระเบื้องหลังคาที่ใช้ใยหิน ด้วยลูกตุ้มน้ำหนัก 700กรัมปล่อยให้ตกกระแทกกระเบื้อง 


 

ภาพซ้าย ภาพการทดสอบกับกระเบื้องหลังคาไร้แร่ใยหิน ตราช้าง

เนื่องจากการทดสอบกลิ้งลูกตุ้มตกกระทบครั้งแรกมีรอยนิดหน่อย

มีรอยเล็กๆ สื่อจึงขอให้ทำการทดสอบซ้ำอีกกับแผ่นกระเบื้องเดิมเป็นครั้งที่สอง ครั้งนี้ มีรอยโหว่ เล็กๆ เกิดตามภาพ ซึ่งเกิดจากการโยนตุ้ม เป็นครั้งที่สอง        

ภาพขวา กระเบื้องหลังคา แบรนด์อื่นที่ยังใช้แร่ใยหินเป็นส่วนประกอบอยู่

เมื่อทำการทดสอบด้วยลูกตุ้มเพียงครั้งเดียว ก็ปรากฎรูโหว่ เป็นรูกว้างมากกว่า

                                        


 

 

คุณบอย (ไม่ใช่บอยปกรณ์ดารา แต่ก็ละม้าย อิอิ)นำชมโรงงาน แบบเจาะลึกทุกขั้นตอนการผลิต

 

 

 

โดย feng_shui

 

กลับไปที่ www.oknation.net