วันที่ ศุกร์ กรกฎาคม 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

.....กาญจนบุรี...อาบน้ำแร่ธาราบำบัด ที่วัดวังขนาย อำเภอท่าม่วง ...


.

 

ประโยชน์ของการอาบน้ำแร่น้ำพุร้อน
http://krabionsen.com/index.php/th/krabi-onsen-th

.

น้ำใต้ดินตามแนวเทือกเขาตะนาวศรี  มีแหล่งน้ำพุร้อน  น้ำแร่อยู่มากมายครับ

แต่การจะมุ่งหน้าดั้นด้นไปอาบน้ำแร่กันจริง ๆ จัง ๆ ของนักท่องเที่ยวที่ไปเมืองกาญจน์ฯ  ผมเชื่อว่ามีน้อยมาก

ยกเว้นผู้ป่วย  ที่ประสงค์จะไปอาบน้ำแร่เพื่อบำบัดโรค  เขาจะมุ่งตรงไปที่แหล่งน้ำแร่ทันที และมีกำหนดเวลาที่แน่นอนด้วย

.

.

ใกล้ ๆ บ้านป้าแอ๊ดฯ  มีสถานที่อาบน้ำแร่อยู่แห่งหนึ่ง  เขาจะเรียกกันสั้น ๆ ว่า "บ่อน้ำแร่วัดวังขนาย"

พอพูดถึง "วังขนาย"  ภาพของน้ำตาลทรายบรรจุถุง  มาแทนที่ในอารมณ์ของผมทุกครั้ง  จนผมลืมที่จะไปดูบ่อน้ำแร่วังขนาย

.

วันเสาร์ที่ ๖ กรกฎาคม ๒๕๕๖ ที่ผ่านมา

เมื่อผมออกจากบ้านกลางทุ่ง  และท่องเที่ยวไปตามสถานที่ต่าง ๆ ในเมืองกาญจน์ฯ เท่าที่เวลาอำนวยแล้ว

ตอนขากลับ  ผมจึงขอร้องให้อาจารย์เจี๊ยบขับรถแวะพาไปดูบ่อน้ำแร่วังขนายซะหน่อย

เราเดินทางเข้า กทม.ใช้ทางหลวงหมายเลข ๓๒๓  ถึงแยกเข้าอำเภอท่าม่วง  เลี้ยวขวาเข้าไป ๔ กิโลเมตร

.

.มีป้ายบอกทางขนาดใหญ่  แต่ป้ายนี้ไม่อยู่ในมุมของสายตาคนขับรถ  หากไม่ตั้งใจดู อาจจะเลยเอาง่าย ๆ นะครับ

หากเดินทางมาจาก กทม.  ทางเข้าอำเภอท่าม่วง จะอยู่ซ้ายมือครับ

ส่วนคณะของเราวันนี้ กลับมาจากตัวจังหวัดกาญจนบุรี จึงอยู่ขวามือ  

เมื่อขับรถเลี้ยวเข้าไปจนเลยตัวตลาดอำเภอท่าม่วง  ท่านจะรู้สึกวังเวงสักนิด  ไม่มีป้ายบอกทางเลย  อยู่ตรงไหนน้อ?

ขอให้ขับไปเรื่อย ๆ ไม่ต้องกังวล  อีกนิดเดียวจะเห็น "ป้ายบ่อน้ำแร่วัดวังขนาย" ขนาดใหญ่โตเชียวครับ

.

.บ่อน้ำแร่  อยู่ในวัดครับ  ไม่ได้อยู่ในโรงงานน้ำตาลแต่อย่างใด  ถึงตอนนี้  ผมลืมเรื่องน้ำตาลวังขนายไปจนหมดสิ้น

.

.เลยป้ายขนาดใหญ่  จะมีประตูวัด  เลี้ยวซ้ายเข้าวัด  แล้วจอดรถ  เตรียมตัวเพื่อการอาบน้ำแร่ได้เลยครับ

.

พูดถึงบ่อน้ำแร่  ผมคนหนึ่งล่ะที่มีภาพของบ่อน้ำแร่ธรรมชาติในความรู้สึกเต็ม ๆ เพราะชีวิตนี้ผ่านการไปเที่ยวบ่อน้ำพุร้อนมาเยอะ

ไม่ว่าจะเป็นบ่อน้ำแร่ที่ระนอง  บ่อน้ำแร่ที่ฝาง บ่อน้ำแร่ที่แม่ฮ่องสอน  บ่อน้ำแร่ที่สวนผึ้ง บ่อน้ำแร่ที่กรุงชิง นครศรีธรรมราช ฯลฯ

แต่เมื่อมาที่บ่อน้ำแร่ที่วัดวังขนายแห่งนี้  ผมลบภาพบ่อน้ำแร่ธรรมชาติเหล่านั้นออกไปจนหมด

เพราะบ่อน้ำแร่ที่วัดวังขนาย  ไม่ใช่บ่อธรรมชาติที่น้ำผุดขึ้นมาจากดิน  เป็นบ่อประดิษฐ์ครับ

ผมจะเล่าให้ฟังต่อไปว่า  ทำไมผมจึงเรียกว่าบ่อประดิษฐ์

.

.วันนี้ผู้คนไม่มากนัก  หรือเขาจะตื่นเต้นและนั่งอ่านคลิปสนทนาของชายลึกลับ ๒ คนนั้น กันหมดก็เป็นได้

.

.คำตอบคือ  น้ำแร่ที่วัดวังขนาย  เป็นน้ำบาดาลครับ  ดูดมาจากใต้ดินความลึก ๓๐ เมตร

การอาบน้ำแร่ที่วัดวังขนายต่างจากที่อื่น ๆ ตรงวีธีการแช่  

ที่อื่นเขาแช่รวมกัน แต่น้ำแร่วังขนาย  ต่างคนต่างแช่

น้ำแร่  แช่ครั้งเดียวเททิ้งเลย  ไม่นำกลับมาใช้อีก

ตรงนี้แหละครับที่ผมพึงพอใจ  และเกิดความมั่นใจมาก ๆ 

.

ความร้อนของน้ำแร่ที่อื่น ๆ จะประมาณ ๖๐-๑๐๐ องศาเซลเซียส  ที่เขาว่าต้มไข่สุก และกลิ่นกำมะถันรุนแรง

แต่ของที่วัดวังขนาย  มีความร้อนประมาณ ๔๐ องศาเซลเซียส  เข้าหลักธาราบำบัดพอดี ไม่ได้กลิ่นกำมะถันแม้แต่น้อย

.

.

.เจาะลงไปใต้ดิน  น้ำแร่จะพุ่งขึ้นมายังงี้ครับ (ถ่ายจากภาพ)

.

.

.จากนั้นก็มาสร้างเครื่องปั๊มน้ำปิดเอาไว้ (ถ่ายจากสถานที่จริง)

.

.แล้วต่อท่อไปตามอ่างต่าง ๆ 

.ไม่อยากลงแช่ทั้งตัว  จะแช่เฉพาะเท้าก็ได้

.ว่าแล้ว..แม่มะยงก็เปิดน้ำแช่เท้าเลยครับ

ส่วนผมถือกล้องถ่ายภาพ  เดินเก็บเกี่ยวความรู้สักครู่

.

.

วิธีการอาบน้ำที่นี่ ง่าย ๆ ครับ  กราบพระขอพร  รับน้ำมนต์มา ๑ ขวด และไปขอรับผ้าถุงหรือผ้าขาวม้าที่ทางวัดจัดให้

หรือเราจะใช้เสื้อผ้าของเราเองก็ได้ครับ

.ห้องอาบน้ำแยกหญิงชายเป็นสัดส่วน  ไม่ประเจิดประเจ้อ

ที่อาบน้ำแร่ผู้หญิง  ผู้ชายห้ามเข้า

.ที่อาบน้ำแร่ผู้ชาย  ผู้หญิงห้ามเข้า

.

.มีถังนั่งสำหรับลงไปแช่ครึ่งตัว  เปิดน้ำจากท่อแป๊บเดียวเต็มถัง

.หรือจะลงไปนอนแช่ทั้งตัวก็ได้

.

.

ผมเดินถ่ายภาพจนเหงื่อโทรมกายเหมือนอบซาวน่า  เพราะทั่วทั้งบริเวณดังกล่าว  มีอุณหภูมิสูงพอสมควร

และสุดท้าย  ผมลงแช่น้ำแร่อย่างมีความสุขเกือบ ๒๐ นาที

หากจะถามถึงค่าใช้จ่าย  แล้วแต่จะทำบุญกับทางวัดครับ

.

หากมีโอกาสไปเมืองกาญจน์  ผ่านอำเภอท่าม่วง ท่านลองจัดสรรเวลาสัก ๑ ชั่วโมงเพื่อการอาบน้ำแร่วัดวังขนาย

ท่านจะมีความสุข  และเมื่อเข้าไปถึงวัด  อย่ามัวเขินอาย  หรืออย่าลังเลให้เสียเวลานะครับ

ของดี ๆ อย่างนี้ต้องรีบฉวยโอกาสเพื่อประโยชน์แก่ร่างกายของเราเอง

.

http://chalitacullen.blogspot.com/p/blog-page_30.html

.

.เขาบอกให้แช่น้ำแร่ถังใครถังมัน  แล้ว "อาจารย์เจี๊ยบ" ลงมาแช่รวมกับผมทำไมครับ?

ผมอายนะ..จะบอกให้

.

โดย มะอึก

 

กลับไปที่ www.oknation.net