วันที่ พุธ กรกฎาคม 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

Yeni Camil มัสยิดใหม่ ที่ไม่ปิดกั้นการเรียนรู้วิถีมุสลิม


 
 
สิ่งหนึ่งที่เป็นตัวกระตุ้นให้ต่อมความอยากรู้อยากเห็นเลือกไปอิสตันบูล ตุรกี เห็นจะเป็นพหุวัฒนธรรมทั้งของเอเซีย ยุโรป และความเป็นประเทศมุสลิมที่มีผู้นับถือมากถึง 99%  ทั้งประเทศ เรียกว่าเป็นประเทศมุสลิมที่ตั้งอยู่บนสองฝั่งทวีป แต่วิถีมุสลิมของประเทศนี้ ไม่ได้นำเอาความเคร่งครัดในศาสนามาเป็นอุปสรรคในการพัฒนาคนและประเทศ จะเห็นได้ว่าในปัจจุบันตุรกีกลายเป็นประเทศท่องเที่ยวที่ผู้คนจากทั่วโลกหลั่งไหลไปค้นหาอารยธรรมอันงดงาม

 

Yeni Camil (New Mosque) มัสยิดใหม่

 

Yeni Camil หรือเรียกอีกชื่อว่า New Mosque ที่แปลว่ามัสยิดใหม่ เป็นมัสยิดที่ไม่ได้อยู่ในความสนใจของนักท่องเที่ยวนัก เนื่องจากไม่ได้เป็นมัสยิดที่ใหญ่โตอลังการ ตั้งใจสร้างจนมีประวัติฮือฮากระเทือนถึงมัสยิดที่เมกกะอย่าง Blue Mosque มัสยิดสีฟ้า Yeni Camil เป็นเพียงมัสยิดที่นักท่องเที่ยวที่ไม่ใช่มุสลิมมักจะแวะเข้าไปดู เพราะอยู่ในบริเวณท่องเที่ยวอย่างสะพานกาลาตา ท่าเรือ Eminonu หรือตลาดอียิปต์ (Spice Bazaar) 
ไม่ค่อยมีข้อมูลเกี่ยวกับ Yeni Camil นัก เท่าที่พอจะค้นได้จากหนังสือ Lonely Planet หรือในเว็บไซต์ จะพูดถึงมัสยิดนี้อย่างแปลกใจในชื่อ "มัสยิดใหม่" เพราะสร้างขึ้นตั้งแต่ราวปี ค.ศ. 1597 ซึ่งก็เก่ากว่า 4-500 ปีทีเดียว แต่กว่าจะสร้างเสร็จก็ในปี ค.ศ. 1663 หลังจากที่มัสยิดต่างๆ เช่น Fatih Camil (1470), Selimiye Camil (1522), Suleymaniye Camil (1557) และ Sultan Ahmet Camil หรือ Blue Mosque (1616) จึงเป็นสาเหตุให้มีชือว่า New Mosque 
อย่างไรก็ตาม สาเหตุความล่าช้าของมัสยิดนี้ เกิดขึ้นจากสถาปนิกถูกประหารเพราะเป็นพวกนอกรีตทางศาสนา สถาปัตยกรรมจึงยังคงอยู่ในสมัยออตโตมัน กระเบื้องที่ใช้ในมัสยิดก็เป็นกระเบื้อง Iznik เช่นเดียวกับมัสยิดสีฟ้า ตัวโครงสร้างของมัสยิดใหม่เองก็ดูดีไม่แพ้มัสยิดอื่นๆ ที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้
แต่ที่นี่กลับเป็นมัสยิดที่ดิฉันมีความประทับใจและตื้นตันจนน้ำตาคลอ เมื่อมีโอกาสได้เข้าไปดูพิธีละหมาดในช่วงก่อนเที่ยงวัน.... หลายๆ คนอาจจะสงสัยว่าทำไม หรือเพราะเหตุใด?
ที่จริง ดิฉันเป็นเพียงพุทธศาสนิกชนที่ไม่เคร่งในเรื่องของการเข้าวัดเข้าวานัก แต่ศรัทธาในธรรมะและคำสอนของพระพุทธเจ้าเสียมากกว่า และชื่นชอบเที่ยวชมโบสถ์ของชาวคริสต์ในเวลาไปต่างประเทศเพราะความงดงามทั้งภายในและภายนอก แต่สำหรับศาสนาอิสลามแล้ว แทบจะไม่รู้อะไรเลย แต่มีความกระหายใคร่รู้ในสิ่งต่่างๆ รอบตัว เมื่อมีโอกาสขันอาสาลงไปทำงานในจังหวัดชายแดนภาคใต้ คิดว่าจะมีโอกาสได้เข้าไปในมัสยิดเพื่อเรียนรู้ในสิ่งที่ไม่เคยรับรู้มาก่อนบ้าง แต่โอกาสนั้นไม่เคยมาถึงสักที
และถึงแม้ว่าที่บลูมอสหรือมัสยิดสีฟ้า จะเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมความงดงามได้ แต่ก็ไม่เปิดให้เข้าชมในช่วงเวลาละหมาดของวันหากว่ามิใช่ชาวมุสลิม
ที่นี่จึงเป็นความประทับใจที่ยังคงตื้นตันและตื่นเต้นจนบัดนี้ 
 

ด้านที่เป็นลานกว้างบริเวณหน้าตลาดอียิปต์

 

 

เด็กน้อยยิ้มดีใจเมื่อเห็นนกพิราบจำนวนมาก

 

 

นกพิราบเยอะจริงๆ

 

นกพิราบเกาะอยู่หน้าทางเข้ามัสยิด

 

 

ด้านล่างเป็นตลาดอียิปต์

 

ประตูทางเข้ามัสยิดด้านนอก

 

ที่ชำระล้างร่างกายก่อนเข้ามัสยิด

 

หนุ่มมุสลิมกำลังชำระล้างทำความสะอาดร่างกายก่อนเข้ามัสยิด

 

ไม่มีกล้องเลนส์กว้าง เลยเก็บภาพมัสยิดเมื่อก้าวพ้นประตูทางเข้าได้ไม่เต็มกรอบ

 

ด้านหน้ามัสยิดมีถุงพลาสติกให้บริการสำหรับใส่รองเท้าเพื่อถอดก่อนเข้าด้านใน

 

ความงดงามบางส่วนของโถงมัสยิดด้านนอก

 

อันที่จริง เมื่อย่างกรายเข้าไปในมัสยิดแล้ว ก็ปฏิบัติตามกฎระเบียบของมัสยิดโดยทั่วไปที่สตรีจะต้องปิดบังบางส่วนของร่างกายให้มิดชิด เช่น สวมเสื้อแขนขาว และปกคลุมศีรษะด้วยผ้าคลุมผม ดิฉันเข้าไปก่อนเวลาละหมาดสักครึ่งชั่วโมง ...ด้านในจะมีไม้กั้นเป็นบริเวณสำหรับนักท่องเที่ยวที่มิใช่มุสลิมมิให้เข้าด้านใน มีเจ้าหน้าที่ที่แต่งตัวเหมือนตำรวจคอยกำกับดูแลอยู่ตลอดเวลา  เจ้าหน้าที่เพียงแค่คอยกำชับไม่ให้ล้ำเส้นออกไป มีนักท่องเที่ยวสตรีบางคนที่ไม่สวมผ้าคลุมผม เจ้าหน้าที่ก็จะมาบอกให้ทำตามกฎ 
นั่งมองดูความงดงามภายในได้สักพัก ก็เห็นอิหม่ามเริ่มเข้าแท่นสวดนำ เริ่มไม่แน่ใจว่าจะต้องออกจากมัสยิดหรือเปล่า ก็คอยถือถุงใส่รองเท้าเตรียมขยับออก แต่เจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้มาไล่ ทั้งยังเห็นมีนักท่องเที่ยวคนอื่นทยอยกันเข้ามาด้านในอยู่เป็นระยะ ก็เลยถือโอกาสนั่งไม่ขยับไปไหนอยู่ตรงนั้น

 

ป้ายกั้นมิให้นักท่องเที่ยวที่มิใช่มุสลิมเข้าไปเกินเขตนี้

 

ความสวยงามของโดมในมัสยิดที่ไม่ยิ่งใหญ่เท่ามัสยิดสีฟ้าแต่ก็คงความงดงาม

 

กระเบื้องบนยอดโดมมาจาก Iznik เมืองที่มีชื่อด้านกระเบื้องสีเช่นเดียวกับมัสยิดสีฟ้า

 

ขณะที่ผู้คนยังไม่มาก หน้าแท่นสวดที่มีอิหม่ามอยู่

 

มุมด้านข้างภายในมัสยิด

 

สักพัก อิหม่ามก็เริ่มต้นเทศน์ (ไม่แน่ใจว่าใช้คำนี้หรือเปล่า) ผู้คนทยอยเข้ามาร่วมในมัสยิด ดิฉันฟังไม่รู้เรื่องหรอกนะคะว่าอิหม่ามเทศน์อะไรบ้าง แต่คิดว่าทุกศาสนาก็คงไม่แตกต่างกัน ในการที่ชักจูงให้ศาสนิกชนของตนเองทำความดี ละเว้นความชั่ว นั่งฟังสลับกับแหงนชมความงามในมัสยิดเป็นระยะ จนกระทั่งเริ่มต้นละหมาดจริง
 
ผู้หญิงมุสลิมเอง ก็ถูกจัดไปละหมาดอยู่อีกบริเวณหนึ่งที่ไม่รวมกับผู้ชายที่ร่วมละหมาดกับอิหม่าม เด็กน้อยชาวมุสลิมหลายคน ที่พ่อแม่ไปละหมาด ก็นั่งรออยู่บริเวณใกล้ๆ กับดิฉัน เล่นยุกยิกกันตามประสาเด็ก 
 
 

ความงดงามในพิธีละหมาด


สังเกตว่าจะมีดวงไฟหลอดเล็กเหมือนเป็นตะเกียงเปิดตลอดเวลา


เป็นอีกมุมที่มีเก้าอี้นั่ง รวมทั้งชั้นบนด้วย แบ่งแยกโดยอะไรก็ไม่รู้


เด็กน้อยเหล่านี้ ขนตายาวและหนา สวยจนน่าอิจฉาเชียว

 

หลังจากเสร็จพิธีละหมาด ผู้คนก็ทยอยกันออกจากมัสยิด ดิฉันยังคงนั่งอ้อยอิ่งดูผู้คนรายรอบ นักท่องเที่ยวสตรีบางคนที่มาเที่ยวคนเดียวเหมือนกันมาสะกิดขอให้ช่วยถ่ายรูปให้หน่อย ก็เลยถือเป็นโอกาสให้ตัวเองได้เก็บรูปในมัสยิดไว้เป็นที่ระลึกอีกครั้งหนึ่ง

 

ผู้หญิงคนขวามือ ถูกเจ้าหน้าที่สะกิดให้ใช้ผ้าคลุมผมในเวลาต่อมา

ฝีมือคลุมผมไม่เก่ง เลยปิดไม่มิดชิดเท่าใดนัก

  

นี่เป็นความอิ่มเอมใจในสิ่งที่ได้พบเห็นซึ่งเป็นความประทับใจอย่างยิ่งสำหรับการไปอิสตันบูลแบบไม่ได้เตรียมเนื้อเตรียมตัว หลังจากออกจากมัสยิดแล้ว ก็ไปเดินตลาดอียิปต์ซึ่งอยู่ด้านข้างมัสยิดต่อ


พูดถึงตลาดในต่างประเทศ นึกถึงการช้อปปิ้งขึ้นมาทันทีรึเปล่าคะ ไว้มาเล่าใหม่ในเอนทรี่หน้านะคะ :)

 

 

Gogobot - Travel Reviews, Tips & IdeasIstanbul
Travel Guide & Reviews
 
 
 

โดย มีนา

 

กลับไปที่ www.oknation.net