วันที่ เสาร์ กรกฎาคม 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เพราะฉะนั้นฉันจึงกลับมา (เขียน)


 

สวัสดีค่ะ เพื่อนบล็อกเกอร์ที่น่ารัก

-- หลังจากห่างหายไปนาน.. จากวันเป็นเดือน จนถึงปีหนึ่งเหลือเพียง 3 เรื่องก็เคยมาแล้ว มีปัจจัยมากมายที่ทำให้อยากเขียน แต่หลายปัจจัยอีกเช่นกันทำให้เขียนแล้วต้องทิ้งไว้ให้ตกตะกอนโดยไม่โพสต์

ความอยากเป็นนักเขียนมืออาชีพยังอยู่ในใจเสมอ ได้แต่ผลัดวันกับตัวเองว่ายังไม่ถึงเวลาๆ แต่ก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้เวลานั้นสักที เหมือนพรุ่งนี้ที่ยังมาไม่ถึง

ในโลกออนไลน์ บนพื้นที่เฟสบุ้ค คุณพร สิงห์มือซ้ายได้นำลิ้งค์เชื่อมโยงไปยังบล็อกของบังมะ – (เรียกซะสนิทสนมเชียว-ขออนุญาตนะบังนะ) บล็อกเกอร์ smile-andaman เขียนบล็อกมา 4 ปีแล้วได้อะไร (คลิกลิ้งค์) เข้าไปอ่านมาแล้วค่ะ ลองตามไปอ่านกันดูนะคะ

ในลิ้งค์ของคุณพร มีการคุยกันเรื่องกลับมาเขียนอีกรอบ บล็อกเกอร์นิลสมัย เป็นคนชวนค่ะ สีน้ำฟ้าก็บอกว่า ได้ๆ จะลองกลับมาเขียนดู ก่อนพูดเราเป็นนายคำพูด..หลังพูดเราต้องรับใช้คำเคยพูดให้ได้.. เย้ -- ในที่สุดก็ทำได้จนได้ค่ะ

 

ภาพนี้คัดลอกมาจากบล็อก smile-andaman

คลิกที่ภาพจะเชื่อมโยงไปยังบล็อกเของคุณสไมล์-อันดามันค่ะ


 

---

 

ในโลกออนไลน์ บนพื้นที่เฟสบุ้ค.. อีกแล้ว เฟสบุ้ค ยุคนี้เฟสบุ้คครองโลกจริงๆ กับการได้ทราบข่าวคราวและสั่งซื้อหนังสือ ริมฝั่งแม่น้ำหัวใจสลาย ของคุณพิบูลศักดิ์ ละครพล ได้รับหนังสือมาหมาดๆ เมื่อวานนี้ ประโยคในหน้าคำนำผู้เขียน ช่างสะกิดใจ ทุ่มแทงย้ำซ้ำลงไปในหลุมลึกก้นบึ้งหัวใจ ชวนให้สะท้านสะเทือนอารมณ์ยิ่งนัก

 

คลิกภาพจะลิ้งค์ไปยังเฟสบุ้คของคุณพิบูลศักดิ์ ละครพลค่ะ


 

คัดมาบางตอน “... ยังมีเรื่องที่ไม่น่าอภิรมย์ใจอีกมากมาย ที่แน่นอนคงไม่มีคุณผู้อ่านคนไหนอยากรับรู้สักเท่าไหร่หรอก ผมจะกลายเป็นคนขี้บ่น มองโลกแง่ร้ายไปก็ได้ จากการเอ่ยถึงความจริงที่เกิดขึ้น ความขื่นและขมอย่างนี้กระมังที่ทำให้ผมเขียนไม่ได้ ไปไม่เป็น มันจุกในอก บอกไม่ถูก ...”

แต่อย่างไรก็ตาม .. ฉันนับตัวเองว่าเป็นนักอยากเขียนคนหนึ่ง ในขณะอารมณ์นักเขียนมืออาชีพร้าวรานขนาดนั้น เขายังถ่ายทอด เพื่อให้ผู้อ่านได้ตัดสินใจเอง เพราะฉะนั้นฉันก็จะเขียน

ให้ผู้อ่านได้ตัดสินใจเอาเอง เพราะฉันไม่ใช่พระเจ้าที่จะส่งเพียงบทสรุปดีๆ ให้ผู้อ่าน โลกมันหลากมุมมองยิ่งนัก ใช่ไหม ? เห็นด้วยไหมคะ ?

 

---

-- เพราะฉะนั้น ฉันจึงเขียน

เรื่องที่แล้ว 24 กุมภาพันธ์ เป็นเรื่องแมวๆ เรื่องที่ผู้เขียน เขียนแล้วมีความสุข ดูเหมือนได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากผู้อ่าน หลายคลิก หลายเม้นท์ บางคนก็คลิกมาอ่านหลายรอบ วนเวียนกันมา ขอบคุณมากนะคะ ตอนนี้เมรีโตเป็นสาวแล้ว มีเพื่อนใหม่วนเวียนมาหลายตัว ในภาพคือ สีหมอก แมวหนุ่มน้อยหลงทางมา จนคนข้างบ้านเห็นความน่ารัก พาไปนอนด้วย เก็บไว้ในบ้าน แต่สีหมอก(ลาย) สีน้ำฟ้าเรียกเจ้าเหมียวหนุ่มเช่นนั้น ก็เหลือเกินนะ.. กินที่บ้าน แอบเข้าส้วมน้อง เผลอๆ กลางคืนก็ไม่ยอมกลับบ้าน นอนกับน้องซะเลย


“นี่ๆ เห็นนะยะ เลี้ยงต้อยลูกชั้น..” เข้าวัยหนุ่ม-สาวแล้วค่ะ ทั้งคู่เลย กำลังกิ๊กกันหวานจ๋อย เลียขนให้ เล่นกัน กอดกัน มีแอบจุ๊บกันด้วยนะ แถมยังนอนด้วยกันทู้กวัน แต่ยังเป็นช่วงหวานอยู่ค่ะ ยังไม่ล่วงเกินกว่านั้น ฮิฮิ ใครอยู่กับแมวจะทราบดี วัยหวานๆ โลกยังเป็นสีชมพูอยู่

 


 

นอกจากสีหมอก ก็ยังมี แมวจรจัดที่แม่คลอดทิ้งๆ ขว้างๆ ไว้ ตัวหนึ่งตาบอดไปเสียข้างหนึ่งเพราะติดเชื้อตาแดงในแมว เราเห็นหลังจากตาเขาบอดไปแล้ว แล้วตัวนี้แหละก็แพร่เชื้อ เล่นลามไปทั่ว จนต้องเก็บขึ้นฝั่ง พาไปหาหมอ ได้ยามา ทากัน กินกัน รักษากันอยู่พักใหญ่ ตอนนี้ดีๆ กันแล้ว

ตั้งชื่อบ้าง ไม่ตั้งชื่อบ้าง เพราะแมวผ่านมาเพื่อพึ่งพิงนับสิบๆ ตัว ไม่ทันได้ตั้งชื่อ เค้าก็จะจากไปตามทาง มาเพียงกินอาหาร เป็นบางครั้งคราวเท่านั้น

ทั้งนี้บ้านเราเป็นแหล่งอาหาร บ้านข้างๆ เป็นแหล่งยา และ ลุงใหญ่กับป้าไก่ (คลิกลิ้งค์) เป็นผู้อุปการะเวลาต้องพาแมวขึ้นฝั่งไปหาหมอ ช่วยๆ กันไป พอได้รอดชีวิตกัน

---

 

 

--- ที่นี่ค่ะ สีน้ำฟ้ายังอยู่ที่นี่ เกาะพีพี มรกตแห่งอันดามัน

วันเวลาไหลเรื่อยไป หนังสือน่าอ่าน แมวเมรี กับกลอนกล้อมแกล้ม วันนี้จึงเป็นบล็อกที่มารายงานตัวหลังจากห่างหายไปนาน จะกลับมาเขียนบ่อยๆ อีกไหม ตั้งใจแต่ไม่สัญญา

เพราะว่าสีน้ำฟ้าเป็นคนที่ชอบเขียนกลอนมาเป็นอันดับหนึ่ง แล้วก็ตามด้วยชอบเขียนบันทึกขี้โกง เพราะไม่เคยได้เขียนประจำทุกวันสักที สุดท้ายไว้ที่เรื่องสั้น, นิยาย -- เรื่องสั้นพอไหวคะ เพราะสั้นนั่งพิมพ์เดี๋ยวเดียวก็จบ ถ้ามีโครงเรื่องในใจแล้ว อะไรแล้ว แต่นิยาย น้อยนักที่จะจบ มีนิยายขนาดสั้นเคยเขียนจบอยู่ ตอนนั้นเขียนในสมุด ลืมไว้ในรถเมล์ (สมัยอยู่กรุงเทพฯ) ฟื้นได้ แต่ไม่เหมือนเดิม

มีเรื่องที่เคยคิดว่าจะเขียนประกวด พิมพ์ในคอมพิวเตอร์ สลับสับเปลี่ยนที่เก็บข้อมูลไปเรื่อย เพราะคอมพิวเตอร์กับไวรัสร้ายเป็นของคู่กัน เก็บไว้ในแฟลชไดร์ แล้วไปกรุงเทพฯ – กลับมาเกือบเป็นลมล้มพับ คุณสามีหยิบมาใช้แล้วลืมเก็บ ไปหมดค่ะ... เด็กนักเรียนที่มาใช้บริการ (สมัยหลังสึนามิไปเปิดร้านที่กระบี่ 4ปี) ยืมไปใช้ รู้ตัวคนหยิบไปด้วยนะคะ เด็กเอาไปล้างข้อมูล ซึ่งสมัยนั้นน้านพยังไม่เก่งพอขนาดกู้ข้อมูลได้ เลยตามเลยกันไป หายก็คือหาย ช่างมัน

โกรธมั้ย – ไม่โกรธค่ะ แต่เสียใจ ก็อุตส่าห์เขียนเนอะ ตอนนั้นคิดแค่่ว่าไม่เป็นไรช่างเถอะ ก็แค่เขียนใหม่อาจดีกว่าเดิมก็ได้ ในโลกไม่เคยมีอะไรจีรังค่ะ เก็บข้อมูลในคอมพ์ ไวรัสกินก็หาย กู้ไม่ได้ .. เด็กขโมยแฟลชไดร์ฟ หาย ก็คือหายนั่นแหละ วิธีแก้ไขแบบไม่เครียดก็คือ ทำใจ

 

วันเวลาผ่านไป เรื่อยไหลตามเข็มนาฬิกา

ภาพนี้จากเฟสบุ้คของเพื่อนค่ะ

 

ล่าสุดวันนี้ – เพื่อนในกลุ่มโปสการ์ดเดินทาง (เฟสบุ้คอีกแล้ว) โพสต์ภาพการ์ดสีน้ำ มีภาพต้นตาล สวยค่ะ สวยๆ เป็นผลงานของใครยังไม่ได้รับคำตอบจากคุณพร บล็อกเกอร์สิงห์มือซ้าย ค่อยเข้ามาแก้ไขตอนได้คำตอบจากคุณพรแล้วนะคะ 

เห็นภาพแล้วได้ความคิดจะเขียนกลอน

 

งานเก่าๆ ก็อยู่ที่บล็อก บ้านริมธาร

เป็นงานกลอนกับเรื่องท่องเที่ยว คลิกตรงนี้เปิดไว้ก่อนก็ได้นะ

บ้านสิรินทร์  จิตเกษม สำหรับเรื่องสั้นและนิยายค่ะ

 

นักอยากเขียนค่ะ เมื่ออยากแล้วต้องลงมือ ไม่งั้นหายหมด 

แล้วไง.. แล้วไง 

 

 

นั่งแช่ ติดอยู่ตรงนี้ราวๆ ครึ่งชั่วโมง เพราะใจก็คิด ตาก็มองดูภาพ หูได้ฟัง บังดิดคนข้างบ้านกำลังโม้อย่างเมามันเรื่องรถฮาเล่ย์ ไม่มีทางเบรคอยู่

สีน้ำฟ้า --- (จิ้มคีย์บอร์ด)      ตาลเดี่ยวดูโดดเด่น จากที่เห็นตาลเด่นเดี่ยว

บังดิด -- (คุยเสียงดังโขมง)  "เนี่ยนะ ฮาเลย์คันนี้นะ เราว่าจะเอาไปปล่อย ... (บอกราคา)"  

สีน้ำฟ้า -- (จิ้มคีย์บอร์ด)       เหงาไหมตาลต้นเดียว ... (คิดไม่ออกแล้ว นิ่งก่อนๆ)

บังดิด -- (คุยดังกว่าเก่าอย่างเมามันส์)  "เอาฮาเลย์ไปปล่อย รวบรวมเงินมาดาวน์บ้าน เอ..หรือจะสร้างเองดี"

 

บลาๆๆๆๆ

 

บลาๆๆๆๆ

 

ฮ่าๆๆๆ ครึ่งชั่วโมงผ่านไปก็แล้ว หนึ่งชั่วโมงผ่านไปก็แล้ว

 

พิมพ์ไป แก้ไป ขำก็ขำ มึนก็มึน คิดแล้วพิมพ์ พิมพ์แล้วแก้ ฟังเรื่องฮาเลย์แล้วต้องคุยตอบด้วยนะ เกรงใจค่ะ เดี๋ยวบังจะน้อยใจหาว่าให้คุยอยู่ฝ่ายเดียว เกือบๆ จะเอาฮาเล่ย์บังดิดไปจอดไว้ใต้ต้นตาลซะแล้ว ฮ่าๆ

 

ค่ะ  วนอยู่อย่างนั้นจนฮาเลย์กับกลอน จบบริบูรณ์ จนได้ แฮ่กๆ ...

 

ฉะนั้นจึงได้กลอนมากล้อมแกล้มพอปิดท้ายเอ็นทรี่นี้

 

ตาลเดี่ยวดูโดดเด่น
จากที่เห็นตาลเด่นเดี่ยว
เหงาไหมตาลต้นเดียว
ยืนเดี่ยวเดี่ยวเด่นกลางลาน

ต้นเด่นดูโดดเดี่ยว
เราคนเดียวเหงาอยู่บ้าน
วาดแต้มอย่างต้องการ
เขียวเต็มลานตาลมากมาย

ตาลเด่นไม่โดดเดี่ยว
เราคนเดียวเหงาไม่หาย
จมเจ็บเหงาเจียนตาย
ใครจะชายตามองเรา

ตาลต้นยืนเคียงคู่
เราคุ้ดคู้อยู่อับเฉา
ตาลเอย..ได้ไหมเจ้า
โบกใบเบาให้ชื่นใจ

ตาลเด่นเป็นคู่คู่
โอ้ยอดชู้อยู่หนไหน
สายลมโชยโบกใบ
บอกบางใคร คิดถึงจัง

 

พบกันใหม่นะคะ ตั้งใจ แต่ไม่สัญญา 

สีน้ำฟ้า

 

ปล. คำว่า "ตั้งใจแต่ไม่สัญญา" จิกมาใช้โดยเพิ่งมาบอกเอาตอนนี้แหละค่ะ .. คำนี้ป๋าโซดาเป็นคนใช้เป็นเอกลักษณ์ประจำตัว คำเต็มๆ ของบล็อกเกอร์น้ำทะเลก็คือ "เพราะพี่เป็นพี่ ตั้งใจแต่ไม่สัญญา" ขออนุญาตกันตรงนี้เลยนะคะ ป๋าโซ

โดย สีน้ำฟ้า

 

กลับไปที่ www.oknation.net