วันที่ อาทิตย์ กรกฎาคม 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

โรงเรียนวิจิตรศิลป์ชั้นกลางหลวงพระบาง


จากกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และสร้างความสัมพันธ์ด้านการจัดการเรียนการสอนศิลปะของวิทยาลัยช่างศิลปสุพรรณบุรี กับสถาบันวิจิตรศิลป์แห่งชาติลาวในครั้งแรกนั้น นับว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างดียิ่ง ส่งผลให้ต้นสังกัดสนับสนุนงบประมาณให้ดำเนินการต่อในปีนี้เป็นครั้งที่ ๒ โดยยังคงกิจกรรมการจัดนิทรรศการศิลปกรรมแสดงผลงานร่วมกันของทั้ง ๒ สถาบัน ณ ห้องวางแสดงผลงานศิลปกรรม (Arts Exhibition room) ของสถาบันวิจิตรศิลป์แห่งชาติ นครหลวงเวียงจันทน์เป็นกิจกรรมหลัก

สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดผลของการพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผู้บริหารทั้งสองฝ่ายจึงได้เสนอให้จัดทำ “บันทึกความเข้าใจ” หรือ “เอ็มโอยู” (MOU-Memorandum Of Understanding) ร่วมกัน อาทิเช่น การสัมมนาเชิงปฏิบัติการด้านงานศิลปกรรมของครู อาจารย์ นักเรียน นักศึกษา การแลกเปลี่ยนการเดินทางไปทัศนศึกษาของนักเรียน นักศึกษา โดยจัดทำโครงการร่วมกัน เป็นต้น สำหรับวิทยาลัยช่างศิลปสุพรรณบุรีนั้น สถาบันบัณฑิพัฒนศิลป์ซึ่งเป็นต้นสังกัดได้อนุมัติในหลักการแล้ว ในส่วนของสถาบันวิจิตรศิลป์แห่งชาติลาวนั้น รัฐมนตรีกระทรวงแถลงข่าว, วัฒนธรรม และ ท่องเที่ยว กำลังพิจารณาอยู่ คาดว่าการจัดงานร่วมกันในครั้งที่ ๓ ก็น่าจะสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี

การจัดการศึกษาของวิทยาลัยช่างศิลปสุพรรณบุรี มุ่งเน้นการจัดการเรียนการสอนในหลักสูตรศิลปกรรมระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ศ.ปวช.) และหลักสูตรศิลปกรรมระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ศ.ปวส.) เป็นหลัก ดังนั้น คณะที่เดินทางมาในครั้งนี้ จึงมีความประสงค์ที่จะเยี่ยมชมการจัดการศึกษาศิลปะในระดับเดียวกันของสถาบันวิจิตรศิลป์แห่งชาติลาวที่สาขาต่างแขวง คือ โรงเรียนวิจิตรศิลป์ชั้นกลางหลวงพระบาง

การเดินทางจากนครหลวงเวียงจันทน์ไปหลวงพระบางด้วยรถบัสที่ทางสถาบันฯ จัดให้นั้น นับเป็นประสบการณ์แรกในชีวิตของผู้เขียนที่รู้สึกว่าโหดสุดๆ สภาพถนนเป็นทางราดยางมีสองเลนรถวิ่งสวนกันไป - มาแต่ไม่ค่อยมีไหล่ทาง เส้นทางจะคดเคี้ยวไปมาตามหุบเขา บ้านเรือนผู้คนก็จะปลูกริมถนนสลับกับทุ่งนาและป่าเขา ระยะทางแค่ ๓๘๕ กิโลเมตร แต่ต้องใช้เวลาถึง ๘ - ๙ ชั่วโมง ผู้เขียนตั้งใจที่จะซึมซับกับบรรยากาศความงามสองข้างทางให้เต็มที่ แต่พอรถเลี้ยวซ้าย - เลี้ยวขวาสลับกันไปมาโดยตลอด ก็ต้องนั่งหลับตาทำสมาธิ มิฉะนั้นคงจะต้องคายของเก่าที่พึ่งกินไว้ออกมาจนหมด

โรงเรียนวิจิตรศิลป์ชั้นกลางหลวงพระบาง ชื่อเดิมคือ โรงเรียนวิจิดตะกำ (ECOLE DES BEAUX_ARTS) จัดตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. ๑๙๗๕ ปัจจุบันตัวอาคารเรียนเป็นอาคารอนุรักษ์ ด้านบนจัดเป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงผลงานศิลปะของนักเรียน ส่วนด้านล่างใช้เป็นห้องเรียนของภาควิชาจิตรกรรม ปั้นหล่อพื้นเมือง, ควัดพื้นเมือง, ภาพพิมพ์ ปัจจุบันอาจารย์บัวเคน อนุรักษ์ เป็นผู้อำนวยการโรงเรียน มีนักเรียนทั้งหมด ๑๐๐ กว่าคน เปิดสอนในระดับชั้นกลาง ๓ ปี และชั้นสูง ๓ ปี นักเรียนส่วนใหญ่จะไปเรียนกันที่อาคารเรียนซึ่งจัดสร้างขึ้นมาใหม่ อยู่ห่างจากที่เดิมไปประมาณ ๖ กิโลเมตร

ผลงานศิลปะของนักเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้ ดูแล้วมีลักษณะที่ไม่แตกต่างจากผลงานของนักศึกษาในสถาบันวิจิตรศิลป์แห่งชาติมากนัก ทั้งในด้านเรื่องราว รูปแบบ แนวความคิด และการแสดงออกทางศิลปะ ก็ยังคงถูกจำกัดโดยผู้มีอำนาจ ไม่สามารถแสดงออกได้อย่างเสรีแบบเดียวกับไทยเรา 




อาจารย์บัวเคนกล่าวบรรยายสรุปให้ที่ประชุมฟังว่า ในปีการศึกษา ๒๕๕๗ โรงเรียนจะพัฒนาการเรียนการสอน โดยจัดตั้งภาควิชาศิลปะพื้นเมือง และปฏิสังขรณ์ เพื่อให้สอดรับกับบริบทของพื้นที่ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกด้วยเหตุผล คือ มีวัดวาอารามเก่าแก่มากมาย มีบ้านเรือนอันเป็นเอกลักษณ์โคโลเนียลสไตล์ ตัวเมืองตั้งอยู่ริมน้ำโขงและน้ำคาน ซึ่งไหลบรรจบกันท่ามกลางธรรมชาติอันงดงาม แต่ว่าทางโรงเรียนมีอาจารย์ที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเพียง ๒ - ๓ คน อาจจะขอความร่วมมือจากอาจารย์ของวิทยาลัยฯ ในโอกาสต่อไป










ผู้เขียนฟังแล้วก็แอบนึกในใจว่า ถ้ามาสอนพิเศษแล้วเขาจะมีค่าตอบแทนให้หรือไม่ เหมือนกับอ่านความคิดของผู้เขียนออก อาจารย์บัวเคนกล่าวต่อไปว่า ตามระเบียบของโรงเรียนแล้วจะจ่ายค่าตอบแทนให้อาจารย์ที่มาสอนพิเศษชั่วโมงละซาวห้าพันกีบ (๒๕,๐๐๐ กีบ = ๑๐๐ บาท) ผู้เขียนคิดต่อว่าถ้าได้มาสอนพิเศษคงต้องอยู่แบบพอเพียง เพราะที่นี่เป็นเมืองท่องเที่ยวมีสิ่งเร้าที่เย้ายวนเยอะมาก ประชาชนโดยทั่วไปมีรายได้น้อย แต่ค่าครองชีพสูงมากถ้าเทียบกับบ้านเรา ราคาสินค้าอุปโภค บริโภค ก็นับว่าแพงเนื่องจากนำเข้าจากเมืองไทย ถ้าเป็นของที่ลาวผลิตเองจึงจะถูก ผู้เขียนมีโอกาสได้ไปเดินตลาดยามเช้า โดยส่วนตัวสนใจสินค้าประเภทพืชผัก จึงสอบถามแม่ค้าว่าเป็นพืชผักปลอดสารพิษหรือไม่ เขาบอกว่าพืชผักที่นี่ปลูกตามธรรมชาติโดย ไม่ใช่ยาฆ่าแมลง สาเหตุเพราะต้องซื้อในราคาที่แพงมาก เนื่องจากต้องนำเข้ามาจากเมืองไทย ที่เสียก็เสียไปที่ได้จึงจะนำมาจำหน่ายที่นี่ จริงเท็จประการใดผู้เขียนมิอาจสรุปได้ โปรดใช้วิจารณญาณของท่านเอง


โดย สอนสุพรรณ

 

กลับไปที่ www.oknation.net