วันที่ อาทิตย์ กรกฎาคม 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ขับมอเตอร์ไซด์ร่อน...สะพายกล้องท่อง บางละมุง (โบสถ์ร้างบ้านบางละมุง) 2


รถเครื่องคันเก่า...นำผมฝ่าแดดร้อนยามบ่ายของฤดูฝน ออกจากวัดบางละมุง...ตรงไปทางโรงเรียนประจำหมู่บ้านซึ่งมีชื่อเดียวกันกับวัด ที่นั้นเป็นที่ตั้งของโบสถ์โบราณอยู่หลังหนึ่ง...ผมไม่ทราบมาก่อนว่าภายในโรงเรียนบ้านบางละมุงซึ่งอยู่ห่างจากวัดประมาณ 100 เมตรจะมีโบสถ์อยู่อีกหลัง... ถ้าไม่มีลุงคนหนึ่งที่นั่งรถเข็นคนพิการทำหวย อยู่หน้าเจ้าแม่ตะเคียนทอง ชี้มือบอกผม

หลังอาคารไม้เก่าของโรงเรียน มีป้ายบอกชื่อโบสถ์พิงไว้ยังไม่ได้รับการติดตั้งว่า "โบสถ์วัดนางเศรษฐี" ผมไม่ทราบประวัติความเป็นมาของโบสถ์หลังนี้เลย...ถามใคร ก็บอกแต่เพียงว่า "เกิดมาก็เห็นโบสถ์หลังนี้แล้ว" พยายามค้นหาจากลุงกรู...ทางอินเทอร์เน็ต หรือป้าวิกิพีเดีย ก็ไม่มีใครเขียนถึง โบสถ์หลังนี้จากที่ผมมองด้วยสายตา คงได้รับการบูรณะมาบ้าง...แต่ก็ยังมองเห็นร่องรอยการก่อสร้างสมัยโบราณจากสีที่หลุดร่อน เห็นทรายทะเลที่เป็นส่วนผสมฉาบไว้ได้อย่างชัดเจน...โบสถ์วัดนางเศรษฐี (ร้าง)...คนเฒ่าคนแก่บอกว่าเป็นโบสถ์เก่าตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา และเป็นคนละวัด กับวัดบางละมุง ถึงจะอยู่ติดกันก็ตาม

 

โบสถ์วัดนางเศรษฐี (ร้าง)

 

อาคารเรียนหลังโรงเรียนบ้านบางละมุง ซึ่งด้านหลังเป็นที่ตั้งของโบสถ์นางเศรษฐี

 

ผมเคยเกริ่นบอกในเอ็นทรี่ที่แล้วว่า...ที่บ้านบางละมุง นอกเหนือจากโบสถ์เก่าสมัยอยุธยาวัดนางเศรษฐีแล้วยังมีโบสถ์อีกหลังหนึ่ง ที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 500 เมตร ซึ่งอยู่หลังบ้าน...ไพรวงค์ เพื่อนผม และอยู่ท่ามกลางชุมชนหมู่บ้านชาวประมง เมื่อก่อนที่ผมเคยเดินดู  ยังเห็นอาณาบริเวณของโบสถ์ มีใบเสมาล้อมรอบ แต่ปัจจุบัน ไม่ทราบว่าใบเสมาหายไปไหนหมด มีแต่ลำไม้ไผ่ กระชังปลา และโป๊ะจับปลา ของชาวบ้านที่มาวางระเกะระกะ...

โบสถ์โบราณหลังนี้...น่าจะอยู่ในยุคเดียวกกันกับโบสถ์ วัดนางเศรษฐี เพราะมีลักษณะที่คล้ายกัน ต่างกันก็เพียงช่องหน้าต่าง ที่วัดนี้มีถึงสี่ช่อง...ผมขอออกตัวไว้ก่อนว่าผมไม่มีความรู้เรื่องโบราณสถานเลย เพียงแต่นำเสนอสิ่งที่เห็นว่าน่าสนใจในชุมชน และบางสิ่งก็ดูแล้วน่าจะมีคุณค่า มากกว่าที่จะปล่อยปะละเลย ไว้ให้เป็นที่รกร้าง ดั่งเช่นโบสถ์หลังนี้

 

 

 ผมก้าวขาเข้าไปในโบสถ์ร้าง แทบผงะ เพราะกลิ่นฉุนของมูลนกพิราบ ที่มีอยู่เกลื่อนกลาดตามพื้นโบสถ์ ตามขื่อคามีนกพิราบเกาะอยู่หลายสิบตัว หลังคาสังกะสี ที่มุงไว้ก็มีช่องโหว่ถ้าฝนตกน้ำคงเจิ่งพื้นโบสถ์โบราณหลังนี่แน่ๆ...

พระพุทธรูป ที่อยู่ในโบสถ์หลังนี้เป็นพระพุทธรูปไม้แกะแบบโบราณ...มองดูแล้วชาวบ้านแถวนั้นคงเข้ามากราบไหว้ กันอยู่บ้างเพราะยังเห็นดอกไม้ธูปเที่ยน...ผมว่าบ้านบางละมุง ถ้ามีการพัฒนา ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวโบราณเพื่อให้นักท่องเที่ยวเดินชมโบราณสถาน ...และเส้นทางประวัติศาสตร์ ที่สมเด็จพระเจ้าตากสิน เคยผ่านและพักทัพที่นี่ ก็จะเป็นการดีไม่น้อย เพราะมีอะไรหลายอย่างที่พร้อม ทั้งป่าชายเลน และก็หมู่บ้านชาวประมง...

 

 

 

 

 

 

 

 

โบสถ์เก่า บ้านบางละมุง ที่อยู่กลางชุมชนไร้การเหลียวแล

 

อีกไม่นานหมู่บ้านบางละมุงแห่งนี้...คงเปลี่ยนแปลง เพราะโครงการท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบังเฟส 4 ที่รัฐบาลพยายามผลักดัน กำลังขยับขยายจากท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบังเข้ามาประชิด หมู่บ้านบางละมุงทุกขณะ...ผมขับรถเครื่อง ลงไปด้านทะเล ลัดเลาะคลองบางละมุง ที่ผมเคยเดินลงไปชายหาดกับเพื่อน...สภาพคลองเปลี่ยนแปลงไปมาก น้ำที่เคยใส ตามลำคลองจะมีปูก้ามดาบ ปูเปรี้ยว และปลาตีนให้เห็นมากมาย แต่ปัจจุบันหายไปหมด เห็นเพียงแต่น้ำสีดำที่ถูกปล่อยออกมาจากโรงงานอุตสาหกรรม แล้วไหลลงสู่ทะเล

 

คลองน้ำบางละมุงที่ไหลมาจากโรงงานอุตสาหกรรมแหลมฉบังลงสู่ทะเล

 

รถเครื่อง...พาผมลัดเลาะออกไปตามสันเขื่อนด้าน บ้านบางละมุง ที่ทางท่าเรือแหลมฉบัง นำดิน นำหินไปถมทะเลยื่นออกไปกว่า 2 กิโลเมตร บริเวณนี้ ผมมักที่จะมาดูนกทะเล พักผ่อนอาบแดดอยู่เป็นประจำในฤดูที่นกอพยพวันนี้ นกอพยพ กลับบ้านหมดแล้ว เหลือแต่นกประจำถิ่น ไม่กี่ชนิดที่ยังมีไห้ชมแก้เหงาหน้าฝนบ้าง...

 

นกกาน้ำเล็ก

 

นกแอ่นพง

 

นกกระแตแต้แว๊ด

 

นกปากห่าง

 

บ้านบางละมุง...ถูกขนาบด้วย ...ด้านขวา เป็นเขื่อนที่ถมดินเตรียมสร้างท่าเรือน้ำลึก...ด้านซ้ายที่มองเห็นไกลลิบๆคือ เมืองพัทยา...บนสันเขื่อน ที่ยาวถึง 2 กิโลเมตร มักจะมีร่องรอยการก่อไฟเผาปลา ของนักตกปลาที่มีให้เห็น ทั้งกลางวันและกลางคืน

 

 

โมบายชาวเล

 

ดินที่ถมบางแห่งเป็นแอ่งน้ำมักจะมีนกทะเลมาแวะพักผ่อนในฤดูอพยพ

 

พัทยาที่อยู่ไกลริบ ซูมด้วเลนส์ 50-500

 


 

บนสันเขื่อนที่ถมดินยื่นออกไปในทะเล 2 กิโลเมตร มักมีนักตกปลา ให้เห็นกันตลอด

 

 

อำเภอบางละมุง ยังมีอีกหลายตำบล หลายหมู่บ้าน ที่ยังมีสถานที่ ที่น่าสนใจ...แล้วผมจะพาไปทำความรู้จักกับ อำเภอบางละมุง เรื่อยๆ จากตอนต่อๆไปครับ

 

สยามเมืองยิ้ม - คนด่านเกวียน

 

 

โดย ชายสามหยด

 

กลับไปที่ www.oknation.net