วันที่ จันทร์ กรกฎาคม 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

กรุงเทพฯในบริบทพื้นที่ทับซ้อนจากปากคำของสุจิตต์ วงษ์เทศ


รดกทางวัฒนธรรมท้องถิ่น..จาก Intangible สู่ Value added Tangible

ระบบการศึกษาไทยให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อประวัติศาสตร์ราชธานี ที่มีวังกับวัด(ของวัง) และวีรบุรุษสงครามโดยไม่มีสังคมของคน จึงไม่มีชุมชนท้องถิ่นในประวัติศาสตร์แห่งชาติของไทย กรุงเทพฯก็มองข้ามสิ่งนี้ จึงไม่มีประวัติศาสตร์สังคม และไม่มีชุมชนหมู่บ้านย่านต่างๆอยู่ในประวัติศาสตร์กรุงรัตนโกสินทร์ โดยเฉพาะชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่พบหลักฐานประวัติศาสตร์โบราณคดีว่ามีพัฒนาการตั้งแต่ยุคต้นอยุธยา (หรืออาจก่อนหน้านั้น...)

อ้างอิงภาพบรรยากาศการสัมมนา http://www.gotoknow.org/posts/542714

วันที่ 17 กรกฎาคม 2556

การประชุมสัมมนาที่น่าสนใจ เรื่อง "แหล่งมรดกวัฒนธรรมและชุมชนโบราณริมแม่น้ำเจ้าพระยา" ที่ห้องประชุมดำรงราชานุภาพ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร จัดโดยสำนักโบราณคดี กรมศิลปากร

 

9.30 น เปิดประชุมสัมมนา โดย อธิบดีกรมศิลปากร นายสหวัฒน์ แน่นหนา (ภาพขววามือ)

 

10.00 - 11.00 น บรรยายหัวข้อ "ภาพอนาคตชุมชนโบราณริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดย นายสุวพร เจิมรังษี รองผู้อำนวยการสำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร (ภาพซ้ายมือ)

 

11.00-12.00 น อภิปรายหัวข้อ แนวทางการอนุรักษ์และพัฒนาแหล่งมรดกวัฒนธรรมและชุมชนโบราณริมแม่น้ำเจ้าพระยา

 

ผู้อำนวยการสำนักโบราณคดี กรมศิลปากร นายธราพงศ์ ศรีสุชาติ กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมสัมมนาและชี้แจงวัตถุประสงค์ของการจัดงานในวันนี้

ประวัติศาสตร์สังคม ความเป็นมาของชุมชนท้องถิ่นต่างๆรวมทั้ง ชุมชนท้องถิ่นแต่ละแห่งมึความแตกต่างหลากหลาย

ประวัติศาสตร์สังคมจากแต่ละชุมชน ที่มีทั้งคุณค่าและมูลค่ามหาศาลถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรม ที่สืบทอดได้อย่างมีคุณค่ะ อาทิ ผ่านทางการท่องเที่ยว แต่หลายภาคส่วนของสังคมไทยมองข้ามสิ่งนี้


ผู้ร่วมอภิปราย ได้แก่ นางประภาพรรณ จันทร์นวล จากสำนักผังเมือง (คนกลาง) 

นายระพีพัฒน์ เกษโกศล นักพัฒนาการท่องเที่ยวชำนาญการ กองการท่องเที่ยว (คนริมซ้าย )และ

ผู้อำนวยการสำนักโบราณคดี กรมศิลปากร นายธราพงศ์ ศรีสุชาติ (คนขวา) 

โดย มีนางสาว ภัทรวรรณ พงศ์ศิลป์ นักโบราณคดีชำนาญการ สำนักโบราณคดี เป็นผู้ดำเนินรายการ

สำหรับเอ็นทรีนี้ ขอนำเสนอ การเสวนาในภาคบ่าย

เริ่มด้วย การบรรยายหัวข้อ " กรุงเทพฯ กรุงธน ฯ บนพื้นที่ทับซ้อนสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา โดย นายสุจิตต์ วงษ์เทศ ด้วยลูกเล่นในการบรรยายและมุก กระจายแพรวพราว ตลอด การเสวนา

 

คลิปการบรรยายหัวข้อ " กรุงเทพฯ กรุงธน ฯ บนพื้นที่ทับซ้อนสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา โดย นายสุจิตต์ วงษ์เทศ

รุงธนฯ นั้นมีมาก่อนกรุงเทพฯ แต่กรุงเทพฯตั้งอยู่บนพื้นที่ทับซ้อนเดียวกับกรุงธนฯ  รัชกาลที่6 ทรงโปรดเกล้าให้แยกตั้งเป็นจังหวัดพระนคร กับจังหวัดธนบุรี แต่ "คณะปฎิวัติ" เผด็จการทหาร ยกเลิกทั้ง 2 จังหวัดแล้วรวมเป็น กรุงเทพมหานคร สืบจนทุกวันนี้

รุงเทพฯ มาจากไหน

"กรุงเทพ" เป็นคำยกย่องสรรเสริญบ้านเมืองในอุดมคติตามระบบความเชื่อ ผี-พราหมณ์-พุธ หมายถึงเมืองราชธานีที่ประทับของพระเจ้าแผ่นดิน เคยมีใช้มาก่อนแล้ว ในนามทางการของกรุงศรีอยุธยา และกรุงธนบุรี

กรุงศรีอยุธยา มีนามทางการว่า "กรุงเทพทวารวดีศรีอยุธยา" แล้วเรียกอย่างย่อว่า กรุงเทพ (ในบุณโณวาทคำฉันท์) กรุงเทพมหานคร(ในกฏหมายลักษณะทาส) กรุงเทพพระมหานคร (ในกัลปนาวัด พัทลุง) ฯลฯ

กรุงธนบุรี มีนามทางการว่า "กรุงเทพมหานคร บวรทวารวดี ศรีอยุธยา" (อยู่ในพระราชสาส์นกรุงธนบุรีถึงกรุงศรีสัตนาคนหุต พ.ศ.2314)

กรุงรัตนโกสินทร์ ตั้งแต่ รัชกาลที่1 ทรงสถาปนา มีนามเป็นทางการอย่างเดียวกับกรุงธนบุรี ว่า "กรุงเทพมหานคร บวรทวารวดี ศรีอยุธยา"

ครั้นเสร็จการบรมราชาภิเษก รัชกาลที่1  ทรงขนานนามพระนครใหม่ว่า "กรุงเทพมหานคร บวรรัตนโกสินทร์ฯ" ต่อมา ร.4 ทรงแปลงสร้อยนามจาก บวรรัตนโกสินทร์ เป็น "อมรรัตนโกสินทร์์" แล้วใช้สืบมาจนปัจจุบัน

คลิป การบรรยาย หัวข้อ กรุงเทพฯ กรุงธนฯ บนพื้นที่ทับซ้อนสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา โดย คุณสุจิตต์ วงษ์เทศ ดำเนินรายการโดย คุณนิรมล เมธีสุวกุล ในการประชุมสัมมนา เรื่อง แหล่งมรดกวัฒนธรรมและชุมชนโบราณริมแม่น้ำเ­จ้าพระยา วันที่ 17 กรกฎคม 2556 ณ ห้องประชุมดำรงราชานุภาพ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร จัดโดย สำนักโบราณคดี กรมศิลปากร

โดย feng_shui

 

กลับไปที่ www.oknation.net