วันที่ พุธ กรกฎาคม 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เรื่องสั้น 64 เอี่ยว


เรื่องสั้น 64 เอี่ยว

 

แพรห่อฝัน

-------------

     

     “ใส่หมดนี้ล่ะว่ะ”   เขาคิดเวียนวนและทำท่ายึกยัดอยู่หลายครั้ง ก่อนตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว แบงค์ห้าร้อยยับยู่ยี่สองใบ ถูกวางรวมไว้ในกอง ก่อนหน้านั้นแบงค์ห้าร้อยอีกใบก็ถูกเขาวางไว้ตรงกลางระหว่างช่องของเลขห้ากับเลขสี่ แบงค์ทั้งหมดยังใหม่เอี่ยมสียังสวยสด กลิ่นยังหอมใหม่เหมือนเพิ่งเบิกมาจากธนาคาร  แต่มีรอยย่นยับหยู่หยี่ อันเกิดจากการได้ผ่านมือใครต่อใครพับกลับไปกลับมาอย่างนับครั้งไม่ถ้วน จนมาอยู่ในครอบครองของเขา แบงค์ย่นยับยี่ก็จริง แต่ค่าของมันยังคงมีราคาไม่ตกไปตามสภาพ  แบงค์ห้าร้อยสองใบถูกวางไว้ภายในกรอบสี่เหลี่ยม รวมกับแบงค์อีกหลายๆใบ จนดูล้นออกนอกเส้น    มือใครบางคนกำลังจัดระเบียบแบงค์ทั้งหมดให้อยู่ในกรอบ        กรอบนั้นสี่เหลี่ยมล้อมรอบด้วยเส้นปากกาลายหมึกสีแดงเขียนกำกับไว้ว่า”ต่ำ” ลอยโดดเด่นอยู่ตรงกลางกรอบ

“ตาสุดท้ายแล้วใส่หมดหน้าตักนี้ล่ะว่ะ

 ถ้าไม่ได้ตานี้หมดตูดแน่กู

กลับบ้านมือเปล่ามีหวังถูกเมียคาดคั้นไล่เลี่ยแน่ๆ

  กูจะตอบมันอย่างไงดีล่ะทีนี้

  ไอ้เรานะเราไม่น่าถลำลึกมาถึงปานนี้เลย

 กะว่าจะเล่นแก้เซ็งสักตาสองตา

 จริงๆก่อนหน้านั้นก็ได้มาตั้งหลายพัน น่าจะเลิกเล่น

 หาทางหนีไปซะก็แล้ว ถ้าพูดโกหกเจ้ามือไปว่า

 จะกลับบ้านไปเปิดกุญแจห้องให้เมียก่อน

แล้วจะกลับมาใหม่คงไม่มีใครว่าเรา “ ได้แล้วหนี”

  ปานนี้คงอาบน้ำนอนดูละครหลังข่าวภาคค่ำสบายใจไปแล้ว

 ไม่ต้องมาลำบากคอยลุ้นจนถึงตาสุดท้ายอย่างนี้ “

เขารำพึงกับตัวเอง  

 “ใครยักเต็งต่ำของข้าไปจำไว้ด้วยนะโว้ย!อย่ามัว ! 

 เขาถามหาเจ้าของมือ ที่โยกย้ายเงินจากกองที่เขาลงไว้ไปใส่ในกองอื่น   คนพวกนี้มันไม่อยากจะลงทุน    ดีแต่หายักเงินคนโนน้ไปใส่กองนี้ ยักคนนี้ไปใส่กองโนน้      ไม่ยักรู้ว่ามันยังจะจำกองที่มันหยิบไปได้หรือเปล่าก็ไม่รู้ ?   ดีไม่ดีพอเปิดฝาถ้วยออกมา    ผลปรากฎว่ามันเป็นฝ่ายเสียต้องจ่ายเงินให้เรา    คนพวกนี้กลับทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ไม่ยอมรับว่าตัวเองเป็นคนหยิบเงินไป  โต้เถียงปากเปล่าก็ไม่มีหลักฐาน   การเล่นไฮโลในหมู่คนเยอะๆอย่างนี้ หูตาต้องไว ไม่งั้นเสียค่าโง่ ถูกมองเป็นขนมหวานสำหรับพวกจับเสือมือเปล่า”    เขาเป็นห่วงเงินในกองกลัวว่าจะไม่ได้เงินเมื่อผลออกมา

               เวลาในวงการพนันช่างหมุนไวจริงๆ  เดินไวเสียยิ่งกว่าเวลาบนข้อมือเสียอีก เขาจำไม่ได้แล้วว่า  ได้เข้ามาเล่นในห้องนี้นานเท่าไหร่แล้ว     แต่เวลาที่ข้อมือของเขาในตอนนี้เข็มสั้นชี้ไปที่เลขหนึ่ง  ภายในห้องสี่เหลี่ยมขมุกขมัวไปด้วยแสงจากหลอดนีออนเพียงไม่กี่หลอด  ความสว่างจากหลอดไฟส่องให้เห็นแต่ภายในวงล้อมของเหล่านักเสี่ยงโชค  แต่ภายนอกห้องนั้นถูกความมืดปกคลุมไว้หมด   มองจากปากซอยไปถึงท้ายซอยเห็นเพียงแสงสลัวๆจากแสงไฟบนเสาไฟฟ้า  ภายในซอยเงียบสงัด   ราวกับไม่สิ่งมีชีวิตใดใดอาศัยอยู่   มีเพียงหมาขี้เรื้อนสองสามตัวนอนให้ยุงดูดเลือดอยู่ปากทางเข้าซอย    ดูจะแตกต่างกับภายในห้องสี่เหลี่ยมนี้    ซึ่งดูจะครึกครื้นเหมือนมีงานบุญ ภาพชายหนุ่มจนถึงแก่เดินเข้าออกอยู่ไปมา  เสียงเหล่าสิงห์พนันตะเบ็งเสียงกันเซ็งแซ่ให้หนวกหู โห่ เฮ เสียงลุ้น ดังกึกก้อง เป็นระยะๆ  ในบางจังหวะเสียงนั้นเงียบกริบ   เหมือนกำลังพากันกลั้นหายใจ แต่ไม่กี่อึดใจต่อมากลับกึกก้องไปด้วยเสียงปรบมือ เสียงดีใจ ฮาเฮ   และเสียงแห่งความผิดหวังคละปนกันลอยออกมานอกห้อง     ควันบุหรี่เป็นเส้นยวงสีขาวขุ่นม้วนตัวลอยขึ้นตลบอบอวนภายในห้องนั้น   แต่หามีใครได้รับรู้ถึงกลิ่นและควันอันอึดอัดปวดของมันนั้นไม่   ต่างคนต่างเอาใจจดจ่ออยู่กับแต่ว่า  เปิดฝาถ้วยออกมาแล้ว  ลูกเต๋าทั้งสามลูกในก้นถ้วยนั้น  จะมีหน้าตาออกมาเป็นสีอะไร แดงหรือดำ หนาหรือบาง บวกกันแล้วได้ผลลัพท์เท่าไหร่ต่ำหรือสูง   ถ้าเลขบนลูกเต๋าทั้งสามลูกบวกกันแล้วได้มากกว่าสิบสองขึ้นไป  เจ้ามือจะต้องเก็บเงินจากในกองที่ลงต่ำกว่าสิบเอ็ดมาจ่าย  แต่ถ้าลูกเต๋าทั้งสามลูกมีผลออกมาบวกกันแล้วได้สิบเอ็ดพอ  หมายถึงเจ้าจะต้องกวาดเรียบไม่จ่ายใคร  นั้นคือสิ่งที่พวกเขาต้องการรู้

                เซี่ยนไฮโลบางคน    เหมือนมีหูทิพย์สามารถวิเคราะห์เสียงการขยับตัวของลูกเต๋าได้  ว่าตัวเลขด้านบนของลูกเต๋าทั้งสามลูกที่อยู่ด้านในถ้วยนั้นเป็นเลขอะไรบ้าง  พวกเขาแค่ทำการยกถ้วยแล้วเอียงนิดๆปล่อยให้ลูกเต๋ามันไหลไปอีกฝั่งของถ้วย ทีนี้ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นเซียนนั้นก็ตั้งอกตั้งใจฟังเสียงของมัน  หลังจากเขาก็ทำท่าพยักหน้างึกๆแต่ไม่ยอมปริปากบอกใคร   แต่เซียนไฮโลคนนั้นจะไม่นิยมลงเงินสักบาท เขามักคอยหายักเอาเงินของคนอื่น ในกองที่เขาลงไว้ แล้วมาใส่ในเลขที่เขาคิดว่ามันจะใช่ตามที่เขาได้ยิน  บ่อยครั้งที่เขาได้มากกว่าเสีย คนแทงไฮโลหลายคนจึงไม่มีโอกาสได้แทงเลขของเซียนหูวิเศษนั้น

 “ ไม่มีคนแทงจะเปิดแล้วนะ”

ผู้เป็นเจ้าของถ้วยใบงามกล่าวเป็นเชิงเร่งให้ลูกขาลงเงินเพิ่มอีก

  “เดี๋ยวสิ ! ยังลงไม่หมดเลย”      เซียนไฮไลอีกคนค้าน

 “ขอห้าสี่เอี่ยวสักตาเถอะน่า”      เขาคิด

                   ถ้วยนั้นมีขนาดพอดีอุ้งมือ    ผู้เป็นเจ้ามือค่อยๆเอื้อมมือไปจับฝาถ้วยใบงามอย่างระมัดระวังเหมือนกลัวว่ามันจะหล่นแตก    สายตาทุกคู่เหมือนถูกถ้วยไปนั้นตราตรึงไว้  ตาที่จับจ้องไปแถบไม่กระพริบ   ไม่มีเสียงพูดคุย   ภายในห้องเงียบกริบ  จนแทบไม่ได้ยินเสียงของลมหายใจ      ผู้เป็นเจ้ามือค่อยๆแง้มฝาถ้วยออกอย่างผู้ชำนาญ  ช่องปรากฎขึ้นระหว่างถ้วยกับฝาถ้วย  ลูกเต๋าลูกแรกก็ปรากฎตัวขึ้น   มันมาพร้อมกับแถบสีขาวมีเม็ดสีแดงปะปนอยู่สี่จุดด้านบนมันนอนแอ้งแหม้งอยู่ในพื้นถ้วยสีขาว เหล่าเซียนพนันโน้มตัวก้มหัวไปดูใกล้ๆจนหัวแทบชนกัน  สายตาแวววาบจ้องเขม่ง สิ่งที่อยู่ภายในถ้วยใบนั้น     ในยามนี้มันช่างดูสวยงามมีมนต์เสน่ห์ต่อพวกเขายิ่งนัก  ฝาถ้วยถูกขยับเลื่อนออกไปอีก   ลูกเต๋าลูกที่สองปรากฎตัวขึ้น   มันมาพร้อมกับแถบสีแดงอีกเช่นกัน   แต่เป็นสีแดงวงใหญ่มีเพียงจุดเดียวตรงกลาง 

  “เอาละว่ะ!รอดแล้วเรา  ขออีกตัวเถอะน่า”

เขายิ้มย่องที่มุมปาก เหมือนกำลังเห็นความหวังวางกองอยู่ตรงหน้า เขาคำนวนเงินที่จะได้รับไว้ในใจเรียบร้อยแล้ว   พร้อมกับคิดฝันไปถึงใบหน้าลูกเมียจูงมือกันมายืนเปิดประตูคอยต้อนรับเขาเข้าบ้านในวันสุดท้ายของสิ้นเดือน   จำได้ว่าเมื่อช่วงเย็นได้โทรบอกเมียที่บ้านว่าวันนี้มีงานเลี้ยงส่งเพื่อนที่ลาออกจากงาน   เขาต้องกลับบ้านดึก     เขาถูมือสลับกันไปมาอย่างคนใจรีบร้อน    ในใจนั้นคิดอยู่ว่า “ทำไมไม่เปิดให้เห็นเสียทีเดียวเลยวะ!จะได้รู้ดำรู้แดงกันไปเลยเชื่องช้าลีลาอยู่ได้”

              ความหวังของเขากำลังจะเป็นจริงในอีกไม่อีกอึดใจข้างหน้านี้  และแล้วลูกเต๋าลูกสุดท้ายก็ค่อยๆปรากฎตัวออกมา    แว๊ปแรกเขาเห็นเพียงข้างสีขาวของมันยังไม่ทันได้เห็นส่วนบนว่าเป็นสีอะไรมีกี่จุด

  “ ตำรวจมา!ตำรวจมา!

 สิ้นเสียงพ่อค้าขายลูกชิ้นทอด   วงไฮโลแตกฮือเหมือนผึ่งแตกรังไปคนละทิศละทาง

            ก่อนหน้านั้น ภายในห้องสี่เหลี่ยมแห่งนี้ถูกผนังอันเก่าคร่ำ  มีคราบไคลเกาะติดอยู่ สีลอกหลุดร่อนทั้งสี่ด้านจนเห็นเนื้อปูนซีเมนต์เป็นเม็ดสีเทาๆ    แสงไฟสลัวจากหลอดนีออนไม่กี่หลอด อากาศที่อบอ้าวราวกับอยู่ในเตาอบ จนดูอึดอัดของผู้เพิ่งย่างก้าวเข้าไปสัมผัส  แต่พวกขาประจำอยู่จนคุ้นชินแล้วจะไม่รู้สึกรู้สากับสภาพเหล่านั้น   ในห้องอันจะหาความภิรมณ์ใจไม่ได้นี้   ครึกโครมไปด้วยเสียงโห่ลุ้นของเหล่านักเสี่ยงโชคนับสิบๆราย      ที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเข้าออก       เหมือนว่าสถานที่แห่งนี้เป็นตลาดหุ้นขนาดย่อมของพวกเขา ในกลุ่มนักเสี่ยงโชคที่เดินเข้าเดินออกจนคุ้นตานี้ นอกจากจะมีทั้งมืออาชีพและมือสมัครเล่นแล้ว     ยังมีกลุ่มคนอยู่อีกสองประเภท  คือ คนได้กับคนเสีย  ทางฝ่ายคนได้นั้นมักเดินออกมาด้วยท่าทางยิ้มแย้มแจ่มใสร่าเริง เมื่อถูกถามถึงเงินที่ได้มักจะพูดโอ้อวดอ้างสรรพคุณของตนเอง   ว่าวันนี้ดวงขึ้นโชคเข้าข้าง แม้มีใครมาขอเงินค่ากาแฟค่ากระทิงแดงก็มักจะไม่ปฏิเสธ    แต่ฝ่ายคนเสียนั้นแว๊บแรกที่เดินออกมา แค่มองเห็นใบหน้าที่เคร่งเครียด เดินคอตก ท่าทางที่เหงาหงอย ก็ไม่มีใครอยากเข้าไปไต่ถามถึงความหนักเบาของกระเป๋าสตางค์  แต่เขาก็มักพูดถ่อมตัวปลอบใจตัวเองเสมอว่า วันนี้ดวงซวย โชคไม่เข้าข้าง ในคนทั้งสองประเภทนี้ไม่แน่นอนตายตัวเสมอไป   ฝ่ายคนเสีย ยังมีโอกาสได้ ฝ่ายคนได้ก็ยังมีโอกาสเสีย โอกาสจึงมีเท่าๆกัน  หลายๆคนรวมทั้งเขาด้วย ต่างก็เชื่อในโอกาสนั้น

              ห้องที่เคยครึกโครมไปด้วยความหวัง เสียงลุ้นโห่ฮา หัวเราะ  บัดนี้กลับกลายเปลี่ยนมาเป็นภาพความเหงาหงอย ราวกับหุ่นยนต์ที่กำลังหมดถ่าน เขาเพิ่งรู้สึกตัวว่า ตัวเองรู้สึกเหนื่อย อ่อนเพลีย มีอาการปวดที่หลัง ความรู้สึกหวิวๆเมื่อนึกถึงท้อง รู้สึกว่ามันว่างเหมือนไม่มีอะไรตกลงไปเลย  บรรยากาศภายในห้องสี่เหลี่ยม    เคร่งเครียดไปด้วยเสียงเจ้าหน้าที่ เสียงใส่กุญแจมือ ของตำรวจ  เสียงแก้ตัวของผู้หาวิธีให้ตัวเองรอด

            เหล่าเซียนพนันถูกนำตัวไปโรงพัก  และถูกตั้งข้อหามัวสุมกันเล่นการพนัน และก่อให้เกิดเสียงดัง ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนไม่ได้หลับได้นอน ฝ่ายเจ้ามือได้ใช้เงินจำนวนหนึ่งจ่ายค่าปรับให้ตนเองและพวก คนอื่นๆที่เหลือสี่ห้าคนเมียไม่ยอมจ่ายเงินค่าปรับให้ โดยบอกกับเจ้าหน้าที่ว่า ขอดัดสันดานมันสักหนึ่งคืนก่อน   พรุ่งถึงจะมาเสียค่าปรับเอาตัวมันออกไป เจ้าหน้าที่ก็ได้แต่ยิ้มไม่แสดงความเห็นอะไร

              เขาไม่ได้รวมอยู่ในกลุ่มผู้ถูกจับขัง    เขาอาศัยช่วงที่ตำรวจกำลังชุลมนชุลกรรมปลุกปล้ำจับกุมใส่กุญแจมือคนโน้นคนนี้    กำลังเจ้าหน้าที่มีน้อยกว่าเหล่าเซียนพนัน เขาจึงใส่เกียร์หมาวิ่งสวนออกมาทางหน้าประตูทางเข้า   เขาไวปานนักวิ่งร้อยเมตรในโอลิมปิก   เขาหายลับเข้าไปในป่าท้ายซอย  มีตำรวจนายหนึ่งพยายามวิ่งไล่ตามเขาไปแต่เขาชำนาญพื้นที่และไวกว่าตำรวจ    ถึงแม้ว่าเขาจะหลุดรอดจากการถูกจับกุม แต่ภายในใจของเขาตอนนี้    ไม่ต่างกับการถูกควบคุมตัวอยู่ในห้องขัง  ความสับสน  ความเสียดาย คำถามคำตอบทางออกทางแก้ปัญหาต่างๆเกลื่อนลอยวนอยู่ในหัว   เงินเดือนที่เพิ่งได้มาเกือบหมื่นสูญไปหมดกับวงไฮไลเพียงชั่วข้ามคืน  ราวกับว่าฝันไป

   “ไอ้ห่าเอย ทำงานมาทั้งเดือน มาฉิบหายไปหมดแล้ว  ทีนี้จะทำยังไงละว่ะกู ”

 เขาสาดทอตัวเอง

            เขาตัดสินใจไม่เดินเข้าบ้าน แต่เดินไปยังร้านขายของชำเล็กๆอีกซอยหนึ่งของฟากถนน ยืนพูดคุยกับหญิงสาวอยู่หน้าร้าน    จากลักษณะรูปร่างและหน้าตาของหล่อน   อายุราวๆยี่สิบต้นๆ  จากนั้นเขาขับมอเตอร์ยี่ห้อฮอนด้าเวฟออกไปทางปากซอย  เขาจอดรถไว้หน้าร้านขายโทรศัพท์มือถือ เดินเข้าไปในร้าน โดยที่รถมอเตอร์ไซค์ยังติดเครื่องไว้อยู่  ไม่กี่อึดใจต่อมาเขาก็โผล่พรวดออกมาอย่างหน้าตาตื่น กระโดนคร่อมมอเตอร์ไซค์คันนั้นควบไปทางถนนใหญ่  ต่อจากนั้นก็มีหญิงสาวหน้าตาตื่นเปิดประตูวิ่งออกมาจากร้าน

“ ช่วยด้วย! ช่วยด้วย!  ขโมย ขโมย”    หล่อนตะโกนตามหลังเขาไป.

-------------------

โดย ดินสอดำบ่าวภูสวาง

 

กลับไปที่ www.oknation.net