วันที่ พฤหัสบดี กรกฎาคม 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ความลับแห่งท้องทะเลลึก !!!


สวัสดีค่ะ เพื่อนบล็อกเกอร์ 

  วันวัยและวัยที่เพิ่มไปในแต่ละวัน ทำให้มุมมองของคนเราเปลี่ยนไป ใครไม่เคยไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำสารภาพมาซะดีๆ เอ๊ย !! ไม่ใช่ ไม่ได้มาจับผิดใคร

อยากบอกเพียงว่า คุณต้องหาเวลาไปสักครั้งแล้วค่ะ หรือใครที่ไปมาแล้ว ไปอีกก็ไม่เบื่อหรอก บรรยากาศในนั้นเหมือนเราได้ดำลึกลงไปในท้องมหาสมุทร ได้เห็นกุ้ง หอย ปู ปลา ว่ายวนอยู่รอบๆ ตัว เป็นความสุขที่ซึมซาบลงไปในหัวใจได้อีกวิธีหนึ่ง

ในวันที่พระอาทิตย์ไม่ค่อยอยากทำงาน คลื่นลมแรง ฝนตก ส่งผลให้นักท่องเที่ยวน้อย ทำให้เราได้ขอใช้วันหยุดที่ไม่ค่อยจะได้มีกับใครเขา คิดฝันกันไปสารพัดที่ ไปอุดร-ออกลาว กับสายการบินต้นทุนต่ำ หางแดง, นั่งรถไปปีนัง หรือนั่งรถไปหาดใหญ่ ต่อรถไฟไปมาเลเซีย แต่แล้ว.. ก็ไปไหนได้ไม่พ้นภูเก็ต

เอาได้แค่ภูเก็ตก็เอา ขอให้ได้ไปตะ ทำงานเดือนละ 30 วันอยู่นานแรงแล้วค่ะ พอได้ปิดประตูร้านลงแล้วได้พักบ้าง..สัก 2 วันก็ยังดี ภูเก็ตไม่ใช่เมืองแปลกสำหรับเรา บ้า่นพี่เมืองน้องกับกระบี่ และห่างจากเกาะพีพีเพียง 48 กิโลเมตร นั่งเรือประมาณ 2 ชั่วโมงเท่านั้น ส่วนใหญ่ไปภูเก็ต มักจะต้องมีธุระ ไปหาหมอ, ไปซื้อของมาขาย, ไปซื้อของใช้ นานแล้วที่เราไม่ได้เที่ยวภูเก็ต 

 

ฉันเก็บผ้าตามหนุ่มคนนี้ขึ้นภูเก็ต เมื่อเขาพยักหน้ายินยอมพร้อมใจ 

 

ฝ่าคลื่นลมกันไป ในวันที่แดดดับ

 

ภูเก็ตเองก็ฉ่ำฝน ไม่แพ้เกาะพีพี

 

         จุดหมายเดิมๆ ของเราอยู่ที่โรงแรมใกล้ศูนย์การค้า ใช้สิทธิ์ผู้ประกอบการ ได้ส่วนลดยี่สิบเปอร์เซ็นต์ ก็ถือว่าไม่มากนัก สองคืนก็พอแล้วสำหรับการพักผ่อน กินๆ เดินๆ กันอยู่ใกล้ที่พัก เมนูที่อยากนำเสนอมาก..

 

ยำปลาดุกฟู หน้าตาดีใช่มั้ยๆ 

 

สักคำมั้ยคะ ?

อื้ม.. รสชาด อมเปรี้ยวของมะม่วง มะนาวที่แตะลิ้น ชื่นใจจริง แต่พอกร๊อบ !! 

ฮือ -- แ้ล้วจะรู้ว่าแป้งชัดๆ มันเป็นยังไง 

ฮ่าๆๆ ฝันสลายเลยใช่ไหม ไม่ต่างอะไรกับผู้เขียนหรอกค่ะ

ราคาก็ใช่ถูกนะนั่น จานละ 150 บาท เจอแป้งเกล็ดขนมปังเข้าไป "หลาบแผ็ดๆ "  จริงๆ ฮ่าๆๆ



     ภาษาใต้ ครั้งละคำสองคำ หลาบแผ็ดๆ ก็แปลว่าเข็ดจริงๆ นั่นแหละค่ะ เราเริ่มต้นวันใหม่กันด้วยแสงแดดสดใสดีกว่า

"..ลืมไปเถิดความหลังอย่าได้ฝังจำ.. .."  เมาเกล็ดขนมปังทอดจนฟู ไปออกเพลงพัชรา แวงวรรณ ไปโน่นๆ

 

ฟ้าหลังฝน ฟ้าเป็นฟ้า สดใสจริงๆ

 

     คุณน้าขา (อิฉันเรียกสามีว่าน้าค่ะ เขาชื่อพนา เสียงคนใต้ก็จะออกประมาณว่า พะ-น้าๆ ข้าเจ้าคนเหนือก็เลยตัดคำ่ลงเหลือแต่น้าๆ เป็นงั้นไป) เขาตกลงเช่ารถกับแม่ค้าขายกาแฟหน้าโรงแรม นะ คนที่นี่ทำอย่างเดียวกลัวไม่รวยค่ะ ต้องทำงานหลายอย่าง อะไรเสริมได้ก็เสริมกันไป ยุคสมัยที่น้ำมันแพง ข้าวถูกไม่ว่า คุณภาพกลับลดลงอย่างน่าใจหายเช่นนี้

น้าถามทางเรียบร้อยแล้ว ก็ดำดิ่งกันไป โห -- จะเช่ามอเตอร์ไซค์จริงๆ ก็ไม่บอกล่วงหน้า ให้เราใส่เสื้อแขนกุด กลางแดดเปรี้ยงๆ จะถึงสี่สิบองศาไหมก็ไม่รู้ แดดเมืองทะเลอย่างนี้ถ้าร้อนละก็ ได้ใจจริงๆ นั่นแหละ 

 

เห็นเงาในกระจกไหมคะ

คนขับก็ขับไป คนซ้อนท้ายก็ถ่ายรูปเล่นไปเรื่อยเจื้อย

โอ๊ย..มีความสุขมากค่ะ แขนงี้ปวดแสบปวดร้อน จนไม่อยากจะบ่น

สนุกสุดๆ จริง จริ๊ง ..(ฮึ่ม!!)

 

แล้วดูนะ ดู 

ช้ำใจ นั่งรถสองแถว ลมเย็นๆ มีคนขับพาไป สบ๊าย สบาย 

แหม่..พูด(เขียน) แล้วอิจฉาคนในรถจริงๆ 

 

ไม่เป็นไร ถึงแล้ว ตาตี่นี้รอต้อนรับ อารมณ์ดีขึ้น 

ลมทะเลพัดเย็นสบาย

 

 

อื้ม..บิดขี้เกียจสักหนก่อน เพราะนั่งซ้อนท้ายอยู่นาน เมื่อยมากค่ะ

 

และแล้วเราก็ถึงจุดหมาย สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำภูเก็ต 

 

แต่แทนที่จะเข้า เราจะวนรอบนอกกันก่อน พอได้เหงื่อ ค่อยพาตัวไปเหม็นข้างในเย็นๆ ฮ่าๆ

 

 

เราลุยแดดจัดจ้าไปตามทาง วันนี้พระอาทิตย์ทำงานหนัก ทดแทนเมื่อวานที่หยุดไป

ฟ้าเป็นฟ้า ไม่ต้องเติมสีฟ้าให้ฟ้าอีกแล้ว แค่นี้ก็สวยมากพอแล้ว

 

 

เราเดินวนเวียนไปตามทาง มีอาคารอนุบาลเต่าเปลี่ยนเป็นโรงซ่อมเต่า วันนี้ไม่มีเต่าน้อยให้ดู สงสัยไม่ใช่ฤดูวางไข่ น่าสงสารเหมือนกัน เต่าก็คือเต่า มันคิดเหมือนคนไม่เป็น เจออะไรก็กิน ส่วนใหญ่ที่ซ่อมอยู่นี่ เป็นเต่าที่กินพวกพลาสติกเป็นอาหาร ลำไส้พัง บางตัวต้องกลายเป็นเต่าพิการ จำเป็นต้องตัดขาทิ้ง

บางตัวไม่รู้ไปซนอย่างไร กระดองแตก ไม่รู้ทางกรมประมงเขาซ่อมอย่างไร เห็นรอยขาวๆ แทรกอยู่ที่ลายกระดองจากโรงเต่า ไปอาคารแสดงนิทรรศการ ซึ่งตอนนี้ร้างๆ มีแต่ใบไม้แห้งเต็มห้องที่เปิดได้ ส่วนที่ล็อคกุญแจแน่นหนา มองผ่านกระจกไปเห็นโหลดองสัตว์น้ำตั้งเรียงรายบนแท่น มีบอร์ดติดภาพและเรื่องสาระต่างๆ

เกี่ยวกับสถานที่ ที่นี่ การก่อตั้ง และความรู้เกี่ยวกับทะเล สัตว์ใต้ทะเลลึก ออกจากอาคารนั้น ไปอาคารนี้ เบื้องหลังการทำงาน แหล่งเก็บกระดูกปลาวาฬขนาดใหญ่ เต่าที่เขานำมาเตรียมไว้ สงสัยเอาไว้โชว์เวลามีงานต่างๆ มีตู้่กระจก แสดงหมู่บ้านชาวเลจำลอง

 

    

    รอบนอกอาคารแสดงพันธุ์สัตว์น้ำมีอะไรให้สนใจเยอะเลย เราเดินจากจุดนั้น ไปจุดนี้ จนออกนอกแผนที่ ไปเจอบ้านพักพนักงาน ร่มรื่นดี มีต้นมะขามสองต้นใหญ่ๆ แหงนมองขึ้นไปข้างบนต้น สูง ใหญ่ มีนกคุยกันเจี้ยวจ้าวมาก ขนาดกลางวันนะ เสียงงี้ดังทั่วบริเวณกว้างๆ แต่กล้องดิจิตอล มีมุมขยายไม่พอที่จะจับภาพนกได้  

 

มองกลับมาใต้ต้นมะขามมีลูกกระท้อน เอ๋า..นอกจากขี้คุยแล้วยังซนอีกนะนกนะ ไปจิกกระท้อนลูกเบ้อเริ่มเทิ่มมาทิ้งใต้ต้นมะขาม พวกเราแอบนินทามะขาม ว่าทำไมมะขามออกลูกเป็นกระท้อน แล้วก็มีผีเสื้อตัวหนึ่ง บินวนไป เวียนมา วิ่งตามถ่ายรูปผีเสื้อ จนเห็นว่า อ้อ มีต้นกระท้อนอยู่มากมายคนละฝั่งถนน ต้นไม้สูงๆ ที่ใบดก เขียวมาก จนไม่คิดว่าเป็นต้นกระท้อนนั่นเอง แต่ลูกกระท้อนติดห้อยเป็นพวงๆ ตามกิ่งยืนยันเช่นนั้น

 

ตรงจุดนี้ไม่กล้าถ่ายรูปมา เพราะเป็นโซนบ้านพักเจ้าหน้าที่ประมง ไม่รู้เราเดินผิดเส้นทางข้ามเขตเขาไปหรือเปล่า แต่ไม่ว่าเดินไปยังไง เราก็อยู่ในสายตานะ มีสายตาหนึ่งคู่มองมาจากบ้านพักเจ้าหน้าที่ เป็นเจ้าเหมียวสีดำทะมึน น่าจะเป็นพันธุ์เปอเซียหรือไม่ก็ลูกผสม มองไปทั้งหมดทั้งมวล เห็นแต่ตาเหลืองๆ นั่งได้นิ่งจริงๆ

 

 

  

เรากลับมาสู่เส้นทางหลัก แล้วเข้าประตูหน้า มีปลาดาวในอ่างคอยต้อนรับ ปลาดาวมีตั้งหลายสี เอ๊ะ..อ้าว เรียกผิด คุณเป็นเหมือนกันไหมคะ ที่เรียก "ดาวทะเล" ว่าปลาดาว

ปลาหมายถึง สัตว์มีกระดูกสันหลัง อยู่ในน้ำ มีเหงือก และมีครีบ แต่ดาวทะเลไม่มีอะไรสักอย่าง ถ้าเรียกให้ถูกควรเรียกว่า "ดาวทะเล" ภาษาอังกฤษใช้ว่า "sea star" ไม่ใช่ ปลาดาว หรือ"star fish"

ดาวทะเลมีหลายสี หลากชนิด ดาวทะเล มากกว่า 2,000 ชนิดในมหาสมุทรทั่วโลก ลักษณะลำตัวมีผิวที่ต่างกัน บ้างมีผิวขรุขระ บ้างมีหนามแหลม บ้างเป็นผิวเรียบธรรมดาๆ 

ดาวทะเลมีจุดสมมาตรอยู่ 5 ส่วน ดังนั้นปลาดาวจะมีแขนที่หารเลข 5 ได้ลงตัว เช่น ปลาดาว 5 แขน ปลาดาว 10 แขน 15 แขน 20 แขน แต่ทั่วไปเรามักจะพบเพียง ดาวทะเล 5 แขน เรื่องชวนมหัศจรรย์ของดาวทะเลก็คือ สามารถสลัดแขนทิ้งเมื่อถูกตามล่า ถ้าแขนที่สลัดเป็นแขนเล็ก ก็อาจไม่งอกไม่ ยอมเฉือนเนื้อเพื่อรักษาชีวิต แต่ถ้าแขนใหญ่ ก็จะมีแขนใหม่งอกออกมา สวยงามเหมือนเดิม

ดาวทะเลไม่ใช่สัตว์น้ำที่ถูกจัดไว้ผิดประเภท ชนิดแรก ยังมีหมึกหรือวาฬก็ถูกเรียกผิดๆ ด้วยเช่นกัน จำไม่ได้ค่ะ สมัยเด็กครูเคยสอนไหม เอาคืนครูไปหมดแล้ว มารู้ตอนนี้ก็คงไม่สายเกินไป ว่ามั้ยคะ.. ว่ามั้ย

   

ภาพดาวทะเลจากเว็บไซต์ วิกีพีเดีย

 

.....

  

เขียนมายาวขนาดนี้เพิ่งถึงทางเข้าเองค่ะ ไปค่ะ ไป ไปซื้อตั๋วกัน ค่าธรรมเนียมเข้าชม สำหรับผู้ใหญ่ห้าสิบบาท เปิดเวลา 08.30-16.30 เข้าไปดูรายละเีอียดได้ที่ www.phuketaquarium.org โทรศัพท์ 076-391126 แฟกซ์. 076-391406 

หลังจากซื้อตั๋ว เราก็เจอตู้ปลาชนิดต่างๆ เห็นป้ายรูปกล้องถ่ายรูปอยู่ไกลๆ บอกให้น้าอ่านให้ เพราะผู้เขียนสายตาสั้น ส่วนน้าเค้า สว. สูงวัยแล้วเขาสายตายาวกว่า 

"ห้ามถ่ายรูป" น้าว่างั้น เราก็เลยเชื่อน้า เพราะน้าเป็นคนดี ไม่เคยโกหก หรือถ้าจะเถลเฉไฉยังไง้ ยังไง ก็จับได้ ไม่เคยเนียน 

เชื่อน้าแล้วเก็บกล้อง เดินตามกันไป ด่านแรกมีปลาซิว ปลาสร้อย เอ๊ย ไม่ใช่ปลาน้ำจืด .. มีปลากเล็ก ปลาน้อย หางสวยๆ เวียน วน ว่ายอยู่ในตู้กระจก แอร์เย็นฉ่ำ 

โซนแรกนี้ที่โดดเด่นก็คือปลามังกร เกล็ดสีเงิน เกล็ดสีทอง หลายตัว เดินไปเห็นห้องนิทรรศการ ซึ่งเปิดให้ชมทุก ๆ 20 นาทีต่อรอบ ได้ทีหาเรื่องนั่งพักเหนื่อยแล้วค่ะ  ในห้องนิทรรศการแสดงวีดีโอให้ความรู้เกี่ยวกับท้องทะเลไทย โดยมีตัวละครเดินเรื่อง เป็นสุดสาคร ที่เท่ห์มาก ก็คือรูปปั้นนางเงือกที่สามารถขยับตัวได้ นั่งอยู่บนโขดหิน รูปปั้นนางเงือกจำลองมาจากนิทานกลอน เรื่องพระอภัยมณี ของสุนทรภู่ เธอสวย มีสเน่ห์มากจริงๆ เห็นสาวเกาหลียกกล้องถ่ายภาพ เราก็คิดในใจ เขาไม่ให้ถ่ายรูปมิใช่รึ.. แต่ไม่เป็นไร อาจเป็นแค่มารยาทในการชม ไม่ใช่ข้อห้ามที่ผิดกฎหมาย แค่เราไม่ถ่ายรูปก็พอแล้ว 

ดูวีดีโอจบ มีเด็กๆ กลุ่มใหญ่เข้ามานั่งรอชมต่อ เราเดินออกมาดูปลาแต่ละตู้อย่างพินิจพิเคราะห์ ก็ไม่ได้รีบไปไหน -- น้าชอบปลาไหลไฟฟ้ามาก หยุดยืนกันอยู่นาน เจ้าปลาไหลก็นะ อ้อล้อเหลือเกิ๊น ว่ายเข้า่ว่ายออกถ้ำจำลองเล็กๆ ทำให้กระแสไฟฟ้าวิ่งมาที่หลอดไฟนอกตู้กระพริบวิบวับอยู่นั่นแล

 มีสาวๆ 3-4 คนเข้ามา เป็นต่างชาติอีก ถ่ายรูปกันสนุกสนาน แอบสงสัยเล็กๆ ที่เค้าห้ามถ่ายรูปจริงหรือเปล่า.. สงสัยแต่ไว้เชิง ไม่ถามๆ ก็เชื่อน้าไง น้าอ่านให้แล้ว ไม่ได้ก็คือไม่ได้นั่นแหละ

จากตู้สู่ตู้ เดินกันไปเรื่อยๆ ปลาไหนชอบก็หยุดยืนดูนาน วิจารณ์กันสนุกๆ ขำๆ มีตู้หนึ่งที่คอยหลอนนักท่องเที่ยว เป็นตู้ของปู จำไม่ได้แล้วว่าปูอะไร เจ้าหน้าที่คงจำลองมาจากธรรมชาติ ทำเป็นคลื่นซัดโขดหิน เรามาใหม่ก็ส่องหาปู ซึ่งสีกลืนกับโขดหินมากๆ แล้วคลื่นก็ซัดโครมเข้ามา ตกใจ..สะดุ้งโหยง !!!!  นิ่งไปสักพัก มันก็คือ คลื่นน้ำในตู้กระจก ยังไงก็ไม่กระจายมาใส่หน้าแน่ๆ 

ทีนี้ก็แอบ.. ฮิฮิ ป้วนเปี้ยนอยู่แถวนั้น แอบมองนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ที่ตามมา เป็นฝรั่งสูงอายุ 4 คน มาแล้วๆๆ เหมือนเราเลย ส่องหาปู แล้วก็ ซ่า.... คลื่นซัดผ่านโขดหินมา ฝรั่งทำท่าตกใจ แล้วก็หัวเราะกันเสียงดัง เราก็แอบหัวเราะตามไปด้วย

ฮิฮิ ไปต่อไป.. จนกระทั่งเกือบถึงทางออก เป็นตู้กระจกโค้ง เหมือนถ้ำ เราสามารถเดินเข้าไปดูตรงกลางเพื่อดูปลาได้ ก็เดินเข้าไปดู ขำคุณยายกระเบนมากเลย

ยายกระเบนตัวใหญ่ยักษ์ มีสีขาว สีลายจุด แต่ท้องยายกระเบนขาวจั๊วะ ทีนี้พอไปยืนอยู่ในถ้ำแหงนหน้าขึ้นมอง ยายชอบทำปากงับๆ แต่ไม่มีฟัน ฮากระจายกันอยู่ตรงนั้นเอง

นอกจากยายกระเบน ก็มีคุณทวดปลา หน้าตาคล้ายๆ ปลาหมอน้ำจืด หนักตั้งสามร้อยกว่าโล แถมเค้ายังใส่ปลาเล็กเข้าไป เหมือนยักษ์ใหญ่คู่กับยักษ์เล็ก ฮาได้เหมือนกัน คุณทวดปลาเกล็ดใหญ่มาก ท่าทางขี้เล่น ชอบเล่นซ่อนหา

คุณทวดจะซ่อนเงียบในซอกหิน พอปลาเล็กปลาน้อยว่ายวนมา ทวดก็โผล่มาจะเอ๋ !! ปลาน้อยว่ายหนีกระเจิดกระเจิงไปคนละทิศละทาง

เหล่าปลา ว่าย วน กันอยู่เช่นนั้นเนิ่นนานมา

 

สงสัยจริงๆ นะคะ ทำไมเขาถ่ายรูปกันเยอะจัง ทั้งๆ มีป้ายห้าม


 

เป็นความลับแห่งท้องทะเลลึกจริงๆ

 

เดินไปดูป้ายที่มีรูปกล้องถ่ายรูปกับตัวหนังสือเล็กๆ ที่เขียนไว้

เขาเขียนกำกับว่า .. "ถ่ายรูปได้ แต่ห้ามใช้แฟลช"

 

.. ฮือ ..

 

@#!$%^&*())_!@#$  @#!$%^&*())_!@#$ 

(อย่าพยายามเข้าใจภาษาบรรทัดบนเลยค่ะ คือคำสรรเสริญอิน้าน่ะ)

 

คงได้ไปใหม่อีกสักรอบ ไปถ่ายรูปปลาสวยๆ ที่ชอบมาให้ดูกัน

 

พบกันใหม่นะคะ

สีน้ำฟ้า

 

 อ่านเพิ่มเติม : เรื่องน่าทึ่งของดาวทะเล จากเว็บสนุก

อ่านเพิ่มเติม : เรื่องดาวทะเล เว็บวิกิพีเดีย

โดย สีน้ำฟ้า

 

กลับไปที่ www.oknation.net