วันที่ เสาร์ กรกฎาคม 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

พุทธศาสนาจะอยู่ยั้งยืนยงไปได้แค่ไหน ขึ้นอยู่กับ...


เจ้าชายสิทธัตถะเสด็จหนีจากวังเข้าป่า

เปลี่ยนสภาพจากองค์รัชทายาทเป็นนักบวช

ก็ด้วยจะหาทางออกจากทุกข์ที่ประกอบด้วย ชรา (แก่) มรณะ(ตาย)

กับ โสกะ (ความแห้งใจ) ปริเทวะ (ความร่ำไร)

ทุกข์โทมนัส (ความเสียใจ) อุปายาสะ (ความผิดหวัง คับแค้นใจ)

ใช้เวลายาวนานถึง ๖ ปี จึงรู้ว่า อวิชชา (ความไม่รู้)

โดยเฉพาะความไม่รู้แจ้งเห็นจริงในอนัตตา

หรือ หลงในอัตตา(กิเลสตัวแม่)

เป็นต้นเหตุแห่งทุกข์(ตามที่ทรงแสดงไว้ใน ปฏิจจสมุปบาท)

พ้นทุกข์แล้วไม่อยู่เฉย ออกเผยแพร่หลักธรรมคำสอน

ด้วยเมตตา ช่วยผู้คนให้หลุดพ้นจากความทุกข์

ตามไปด้วยเป็นจำนวนมาก

เกิดพระพุทธศาสนาที่สถิตสถาพรมาจนถึงทุกวันนี้

ศาสนาพุทธจึงเป็นศาสนาที่ว่าด้วยทุกข์

เหตุแห่งทุกข์ กับ การดับทุกข์

การใดที่มิได้เป็นไปเพื่อดับกิเลส ดับทุกข์

หาใช่วิถีแห่งพุทธไม่

พุทธศาสนาจะอยู่ยั้งยืนยงไปได้แค่ไหน

ขึ้นอยู่กับผู้สืบทอดพระศาสนาว่า

อบรมสั่งสอนสาธุชนด้วยสัมมาวาจาหรือไม่

ครองตนอยู่ในศีลได้มากน้อยแค่ไหน

และ ดำรงชีพอยู่อย่างไร

ถ้าบิดเบือนคำสอนให้ต่างไปจากการดับกิเลส ดับทุกข์

ไม่ครองตนอยู่ในศีล และ ไม่สำรวมในการใช้ทรัพยากร

ก็พอทำนายได้ว่าอายุพุทธศาสนาจะไม่ยืนยาว

เพื่อปกป้องพระพุทธศาสนา

พุทธศาสนิกชนต้องช่วยกันดูแลโดยไม่ส่งเสริม

ผู้สืบทอดศาสนาที่อบรมสั่งสอน หรือ ชี้นำ

ไปในทางเพิ่มกิเลส เพิ่มความยึดมั่นถือมั่น ไม่ปล่อยวาง

อย่าเคารพกราบไหว้พวกทุศีล

อย่าเคารพกราบไหว้พวกฟุ้งเฟ้อฟุ้มเฟือย

ไม่สำรวมในการใช้ทรัพยากรเพื่อยังชีพ

โดย Payont

 

กลับไปที่ www.oknation.net