วันที่ อาทิตย์ กรกฎาคม 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ความจริงเกี่ยวกับพี่เป้าสายัณห์และสตีฟจ็อบ....ที่หลายคนยังไม่รู้..


25 ก.ค.- มูลนิธิสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ร่วมกับเอกชนขยายผลโครงการ N-PAP เพิ่มโอกาสเข้าถึงยายืดชีวิตผู้ป่วยมะเร็งเซลล์ตับ ตั้งเป้าช่วยเหลือผู้ป่วย 200 รายในปีนี้ หลัง 3 ครั้งที่ผ่านมา ช่วยยืดชีวิตผู้ป่วยได้กว่า 400 ราย

ปัจจุบันนี้โรคมะเร็งตับเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งในประเทศไทย ทั้งผู้ป่วยชายและหญิง และมีแนวโน้มว่าจะมีผู้ป่วยจากโรคนี้เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ อีกทั้งผู้ป่วยโรคมะเร็งตับกว่า87%จะเสียชีวิต เนื่องจากมักจะไม่ปรากฏอาการในระยะแรกและมักตรวจพบในระยะลุกลาม ซึ่งหากไม่เข้ารับการรักษาผู้ป่วยจะมีอายุอยู่ได้เฉลี่ยแค่ประมาณ 3-6 เดือนเท่านั้น หลังจากตรวจพบโรค



อุบัติการ มะเร็งตับ พบในชายมากกว่าในหญิง



 เพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งตับในประเทศไทย มูลนิธิสถาบันมะเร็งแห่งชาติจึงขยาย “โครงการ N-PAPเพิ่มโอกาสเข้าถึงยายืดชีวิตผู้ป่วยมะเร็งตับ” เป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน ซึ่งเป็นการเพิ่มโอกาสการเข้าถึงยาและแบ่งเบาภาระให้กับผู้ป่วยมะเร็งตับ ข้าพเจ้าได้มีโอกาสเข้าร่วมพูดคุยและแลกเปลี่ยนข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับ สถานการณ์ล่าสุดของโรคมะเร็งตับในทั่วโลกและประเทศไทย, การคาดการณ์อุบัติการณ์โรคมะเร็งตับในประเทศไทย และโครงการ N-PAP เพิ่มโอกาสเข้าถึงยายืดชีวิตผู้ป่วยมะเร็งตับ กับ นพ.ธีรวุฒิ  คูหะเปรมะ ประธานมูลนิธิสถาบันมะเร็งแห่งชาติ และรศ.นพ. นรินทร์ วรวุฒิ หน่วยมะเร็งวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ นอกจากนี้ยังมีสื่อจากหลายแขนงได้ร่วมรับฟังประสบการณ์จริงในการต่อสู้โรคมะเร็งตับจากผู้ป่วยที่รอดชีวิตจากมะเร็งตับที่สามารถใช้ชีวิตกับคนที่รักได้อย่างปกติสุข  

นพ.ธีรวุฒิ คูหะเปรมะ ประธานมูลนิธิสถาบันมะเร็งแห่งชาติ แถลงความร่วมมือระหว่างมูลนิธิฯ กับบริษัทไบเออร์ไทย  จำกัด จัดทำโครงการช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งเซลล์ตับ N-PAP เพิ่มโอกาสการเข้าถึงยา ซึ่งจัดเป็นครั้งที่ 4 แล้ว โดย นพ.ธีรวุฒิ กล่าวว่า ที่ผ่านมาพบว่าโครงการฯ สามารถช่วยยืดชีวิตผู้ป่วยมะเร็งตับ ที่ไม่สามารถผ่าตัด หรือใช้เคมีบำบัดได้กว่า 400 ราย และลดค่าใช้จ่ายจากค่ายาปีละ 2.4 ล้านบาท เหลือเพียงไม่เกิน 600,000 บาทต่อปีต่อราย ส่วนปีนี้ตั้งเป้าเพิ่มอีก 200 ราย

โดยผู้ป่วยที่ต้องการเข้าร่วมโครงการสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่โทร 092 434 3681-2 ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.30-17.30 น. ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจนถึงวันอังคารที่ 24 กันยายนนี้

  

 

 


Figure of   Normal anatomy of the liver. CBD = common bile duct, CD = cystic duct, CHD = common hepatic duct, HA = hepatic artery, IVC = inferior vena cava, LHA = left hepatic artery, LHD = left hepatic duct, LHV = left hepatic vein, LPV = left portal vein, MHV = middle hepatic vein, PV = portal vein, RHA = right hepatic artery, RHD = right hepatic duct, RHV = right hepatic vein, RPV = right portal vein.

 

นพ.ธีรวุฒิ กล่าวต่อว่า มะเร็งตับเป็นโรคมะเร็งที่พบได้อันดับ 1 ในผู้ชาย อันดับ 3 ในผู้หญิง และเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของคนไทย พบผู้ป่วยรายใหม่ ไม่ต่ำกว่าปีละ 20,000 ราย คาดการณ์ในปี 2573 หรือราว 20 ปีข้างหน้าจะมีจำนวนผู้ป่วยมะเร็งตับเพิ่มขึ้น เป็น 33,517 ราย และเสียชีวิตถึง 31,028 ราย หรือคิดเป็นอัตราเสียชีวิต 70 คนต่อวัน โดยร้อยละ 60 ของมะเร็งตับที่พบบ่อยในไทย คือ มะเร็งเซลล์ตับ หรือเฮ็ปปาโตม่า ซึ่งมีสาเหตุจากความผิดปกติของดีเอ็นเอ หรือสารพันธุกรรม ที่ส่งผลให้เซลล์ในตับแบ่งตัวและเจริญเติบโตรวดเร็ว จนไม่สามารถควบคุมได้ ซึ่งมีปัจจัยเสี่ยง คือ 1.การอักเสบเรื้อรังของตับ จากเชื้อไวรัสตับอักเสบบีและซี 2.ภาวะตับแข็งจากแอลกอฮอล์ 3.การได้รับสารอะฟาทอกซิน ที่ปนเปื้อนในธัญพืชแห้งที่ขึ้นรา โดยร้อยละ 87 ของผู้ป่วยมักเสียชีวิต เพราะเจอในระยะแพร่กระจาย

 

 

-

“โครงการฯ จะใช้ยานวัตกรรมใหม่ที่ออกฤทธิ์เฉพาะเจาะจงต่อเป้าหมายคือยีนส์หรือโปรตีนที่ก้อนมะเร็ง ยังยั้งไม่ให้เติบโตหรือแบ่งตัว ซึ่งมีผลข้างเคียงต่ำ เป็นทางเลือกสำหรับผู้ป่วย ที่ไม่สามารถผ่าตัดและทำเคมีบำบัดได้ ยานี้จะช่วยยืดอายุผู้ป่วยได้ ร้อยละ 44 ส่วนวิธีป้องกันและหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ตับอักเสบและตับแข็ง ยังคงเป็นการงดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบ บี หลีกเลี่ยงอาหารปนเปื้อนเชื้อรา และตรวจสุขภาพทุกปี” นพ.ธีรวุฒิ กล่าว.

อ้างอิง

http://www.webmd.com/digestive-disorders/picture-of-the-pancreas

http://radiographics.rsna.org/content/28/2/359/F3.

 

โดย feng_shui

 

กลับไปที่ www.oknation.net