วันที่ ศุกร์ สิงหาคม 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ทีมอาสาลุย'คราบน้ำมัน'กู้ธรรมชาติ




        "ระวังน้อง อย่าเข้าไปเลย มันมีแต่สารพิษทั้งนั้น"

        เสียงเตือนจากหัวหน้าหน่วยงานอาสาสมัครที่เข้าไปเก็บกู้คราบน้ำมันออกจากอ่าวพร้าว อ่าวที่เคยสวยงามติดอันดับต้นๆ ของเกาะเสม็ด จ.ระยอง พยายามตะโกนบอกผู้คนที่ย่างกรายเข้าไปใกล้หาดทรายที่กลายเป็นสีดำ

        "อ่าวพร้าว" แม้จะมีเสียงคลื่นดังกระทบฝั่งเป็นระยะ แต่กลิ่นอายของน้ำทะเลแทบไม่หลงเหลือ มีเพียงกลิ่นฉุนแสบจมูก คล้ายกับยืนอยู่ท่ามกลางหัวจ่ายในปั๊มน้ำมันที่มีลูกค้าเต็มทุกช่อง

        กลิ่นเหม็นจากคราบน้ำมันสีดำเข้มลอยผ่านหน้ากากอนามัยปะทะจมูกเป็นระยะ แต่ก็ไม่ได้ทำให้อาสาสมัครกู้ภัยกว่าพันชีวิตหวั่นเกรง พวกเขายังก้มหน้าก้มตาตักเก็บกวาดซากน้ำมันดิบออกจากหาดทราย ใครทนไม่ไหวก็เพียงแต่สับเปลี่ยนไปพักแล้วกลั้นหายใจกลับมาปฏิบัติภารกิจกู้หาดทรายต่อ โดยไม่มีทีท่าอิดออด

        “เฉลียว มากคิด” พนักงานฝ่ายซ่อมบำรุง บริษัท พีทีที โกลบอลฯ ซึ่งอาสามาช่วยเก็บกวาดซากน้ำมันตั้งแต่วันแรกเล่าว่า มาถึงอ่าวพร้าวเช้าตรู่วันที่ 29 กรกฎาคม โดยได้พยายามใช้ท่อดูดน้ำมันขึ้นไปเก็บในรถขนส่ง แต่ปริมาณน้ำมันมีมากจึงต้องระดมคนให้มาช่วยกันตักใส่ถุงขยะ ซึ่งต้องทนกลิ่นเหม็นที่แสบจมูกอย่างยิ่ง

        “บ้านผมอยู่ใกล้ๆ นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ตื่นเช้านั่งรถมาที่ท่าเรือบ้านเพ ก่อนลงเรือข้ามมาเกาะเสม็ด ช่วยงานเสร็จตอนเย็นก็นั่งเรือต่อรถกลับบ้าน ครอบครัวเป็นห่วงเหมือนกัน แต่พวกเขาให้กำลังใจนะ เพราะรู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่ หน้าที่ผมตอนนี้คือช่วยตักทรายเปื้อนน้ำมันไปทิ้งในขยะ วันนี้เขามีวิธีใหม่เข้ามาเสริมให้ใช้กระดาษซับน้ำมันจนชุ่มก่อนค่อยเอาไปทิ้งรวมกัน” เฉลียว เล่าถึงภารกิจกู้หาดทราย

        ในแต่ละวันจะมีอาสาสมัครหลายร้อยคน เข้ามาช่วยในภารกิจกู้หาดทราย ซึ่งหลังจากรับชุดป้องกันสารเคมีอันตราย และหน้ากากอนามัย ถุงมือรองเท้ายาง แล้ว อาสาสมัครจะแยกย้ายกันไปตักน้ำมันออกจากพื้นที่ ใครเหนื่อยก็ไปพักกินน้ำกินข้าว อาสาสมัครที่เหลืออยู่ก็จะมาทำหน้าที่แทน หมุนเวียนสลับสับเปลี่ยนกันไปตลอดวัน ซึ่งทุกคนมีเป้าหมายเดียวกันคือกำจัดซากน้ำมันดิบให้หมดไปจากหาดทรายอ่าวพร้าวให้เร็วที่สุด

        เช่นเดียวกับ “อรุณ ประทุมชาติ” อาสาสมัครรักษาดินแดนจังหวัดระยอง ซึ่งเข้ามาเก็บซากน้ำมันดิบที่อ่าวพร้าวติดต่อกัน 3 วันแล้ว เล่าว่า วันแรกกลิ่นน้ำมันดิบเหม็นมาก แสบจมูกไปหมด ทำให้แต่ละคนต้องหาหน้ากากอนามัยมาปิดปากปิดจมูกซึ่งแทบไม่พอแจก

        “ผมไม่รู้ว่ากลิ่นนี้มาจากสารอะไร แต่พยายามป้องกันตัวเอง ใส่หน้ากากตลอดเวลา แต่บางครั้งก็ทนไม่ไหวจริงๆ มันอึดอัดหายใจไม่ถนัด พวกเราไม่สนใจเรื่องพวกนี้หรอก รู้แต่ว่าอยากทำความสะอาดเอาน้ำมันออกไปให้หมดเร็วๆ แต่ก่อนหาดทรายที่อ่าวพร้าวสวยมากนะ เห็นวันนี้แล้วไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหนจะกลับไปสวยเหมือนเดิม อยากให้ทุกคนในเกาะเสม็ดและระยองมาช่วยกัน” อรุณ กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง

        ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขระบุว่า มีการเฝ้าระวังผลกระทบเฉียบพลันต่อร่างกายของผู้ปฏิบัติงานกู้ภัยแล้ว โดยตั้งจุดตรวจคัดกรองและเก็บปัสสาวะของผู้เข้าไปตักน้ำมันและกำจัดคราบน้ำมันทุกครั้งหลังเลิกงาน เช่น ทหารเรือ พนักงาน ปตท. และอาสาสมัคร เพื่อนำไปตรวจหาสาร ทีที มิวโคนิค แอซิด (t-t muconic Acid) หรืออนุพันธุ์ของสารเบนซิน สารเหล่านี้เข้าสู่ร่างกายมนุษย์ด้วยการสูดดม หากสะสมเป็นเวลานานจะก่อให้เกิดโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว จำนวนตัวอย่างที่เก็บได้ประมาณ 500 ตัวอย่าง ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 5 วันจึงจะรู้ผล

        ขณะเดียวกัน มีรายงานว่ามีผู้ป่วย 20 ราย เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพเกาะเสม็ด เพราะมีอาการปวดเวียนศีรษะ เนื่องจากสูดดมกลิ่นน้ำมันดิบ จึงขอเตือนให้ผู้เข้าไปเก็บซากน้ำมันบริเวณอ่าวพร้าวให้สวมใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้ง

        น.อ.ชำนาญ พวงเพชร หัวหน้าบรรเทาสาธารณภัย กองทัพเรือภาค 1 ยอมรับว่า การบังคับให้ทหารอาสาสมัครกว่า 300 คนใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้งเป็นเรื่องยาก เพราะการทำงานต้องใช้แรงเยอะเหงื่อไหลตลอดเวลา ต้องถอดหน้ากากออกเช็ดหน้าเป็นระยะๆ บางคนเลยไม่อยากใส่ แม้ทางกองทัพจะกำชับให้ทุกคนต้องใส่ เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง เพราะซากน้ำมันดิบเหล่านี้มีสารโลหะหนักเจือปน วิธีดีที่สุดคือใส่อุปกรณ์ป้องกันทุกอย่าง ไม่ไปสัมผัสโดยตรง

        “กองทัพสับเปลี่ยนกองกำลังมาทำงานวันละ 200-300 คน หมุนเวียนกันไป เพื่อให้มีโอกาสได้พักผ่อน และจะพยายามจัดหาเงินเบี้ยเลี้ยงให้อีกวันละ 100 บาท เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการเสียสละทำงานของทหารทุกคน”

        ถึงวินาทีนี้ ยังไม่มีใครตอบได้ว่าระดับความเหม็นที่อ่าวพร้าวเป็นเป็นเท่าไร เนื่องจาก “ความเหม็น” ไม่มีมาตราวัดแบบวิทยาศาสตร์ ต่างจาก “ความดัง” หรือระดับเสียงที่สามารถวัดได้ด้วยหน่วยเดซิเบล

        ผู้เชี่ยวชาญด้านสารพิษในอากาศจากบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ให้ข้อมูลว่า พีทีที โกลบอลฯ ว่าจ้างให้เข้ามาติดตั้งเครื่องมือตรวจวัดสารพิษในอากาศบริเวณอ่าวพร้าวแล้วหลายจุด แต่ต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 7วัน จึงจะรู้ผลตัวเลขแน่นอนว่าสารพิษกว่า 30 ชนิด ที่เป็นส่วนผสมกลมกลืนในน้ำมันดิบเหล่านี้ นอกจากส่งกลิ่นเหม็นแล้วยังมีค่าเกินมาตรฐานที่กำหนดไว้หรือไม่

        หากผลตรวจวัดกลิ่นพิษที่อ่าวพร้าวมีค่าเกินมาตรฐานจริง การใส่หน้ากากอนามัยอย่างเดียว เพียงพอหรือไม่ ใครหรือหน่วยงานไหนจะเป็นผู้รับผิดชอบชีวิตของหน่วยกู้ภัยกว่า 1,000 คน

        พวกเขาไม่รู้เลยว่ามีอะไรอยู่ในอากาศ !?!

...................................

(หมายเหตุ : ทีมอาสาลุย'คราบน้ำมัน'กู้ธรรมชาติ : ทีมข่าวรายงานพิเศษhttp://www.komchadluek.net/detail/20130802/164868/ทีมอาสาลุยคราบน้ำมันกู้ธรรมชาติ.html)
 

โดย คมชัดลึก

 

กลับไปที่ www.oknation.net