วันที่ อังคาร สิงหาคม 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

มหาวิทยาลัยมอนสเตอร์



เมื่อวานได้ดูหนังเรื่อง Monsters University สนุกใช้ได้เลย ต้องเท้าความไปถึงคนที่นั่งดูข้างๆ ไม่ได้รู้จักมักจี่อะไรกันหรอกค่ะ แต่เขาทำให้เรามีความสุข เพราะเสียงหัวเราะ ตลอดทั้งเรื่อง คนหนึ่งนั่งด้านขวามือเป็นฝรั่งผู้ชาย อีกคนหนึ่งซ้ายมือเป็นฝรั่งผู้หญิง  คนผู้หญิงนี่เด็ดสะระตี่มาก เธอเหมือนคนอินเดีย หรือแนวตะวันออกกลาง  จะว่าไปเหมือนสาวอิตาลี  ทีแรกก็นึกว่าหญิงไทยค่ะ แต่หญิงไทยมั่นๆ แบบนี้ไม่ค่อยเจอขณะดูหนัง  เราชอบที่เธอหัวเราะบ่อย  ขำไม่แคร์สื่อค่ะ เพราะสื่อสร้างให้ขำอยู่แล้ว ไหนๆมาดูทั้งทีต้องมีฟีลลิ่ง ตัวการ์ตูนนี่ทำให้เราได้ค้นพบความสุข  ประกอบกับมีคนแปลกหน้านั่งข้างๆคอยกระตุ้นให้เราอารมณ์ดีอย่างไม่คาดคิด เธอไม่คิดอะไรมากค่ะ เห็นอะไรเปิ่นๆของตัวการ์ตูนเธอก็ขำแล้ว เราเลยพลอยมีความสุขไปด้วย  บางทีตัวการ์ตูนไม่ได้ทำให้ฮาขนาดนั้น แต่ที่อารมณ์ดีเพราะเธอขำค่ะ เราก็ตื่นตัวขึ้น สารเอ็นดอฟีนหลั่ง ไม่ได้นึกรำคาญเลยนะ บางคนอาจจะรำคาญ แต่เราชอบที่ได้เห็นคนมีความสุข ขณะนั่งดูหนัง แล้วอีกอย่างหนึ่งนะคะ ในโรงภาพยนตร์นี่ถึงมันจะมีสิ่งน่าปวดประสาท จัดเต็มชนิด  เยอะๆ เกินๆ” เพราะคนร้อยพ่อพันแม่มาอยู่รวมกัน บางคนกินขนมเสียงจุ๊บจิ๊บ บางคนเล่นมือถือ แสงไฟแยงตา บางคนคุยพากษ์หนังตลอด อารมณ์อวดรู้ หรือบางคนถอดรองเท้า ส่งกลิ่นเหม็น กลิ่นอะไรที่มันคละคลุ้งอยู่ โอ๊ยยย…. สารพัดค่ะ ถือซะว่าเป็นเพื่อนร่วมชะตากรรม แต่ถ้าเราไม่พบเจออะไรพวกนี้ การดูหนังก็จะสงบสุข แต่ถึงจะเจอนะคะ ก็อย่าไปถือ มันหนัก สาวฝรั่งที่นั่งข้างๆ กินอะไรไม่รู้ เหมือนปลาหมึก โอ้โห….กลิ่นทุเรียนเรียกพี่ 555+ นี่ก็เว่อร์  แต่เราไม่ถือสาค่ะ ดูเธอมีความสุข เราชอบที่เธอหัวเราะตลอดเวลา ถ้าจะเป็นคนขี้รำคาญคนในโรงหนังขนาดนั้นเราคงไม่มาดูหนังหรอกค่ะ โน่นนน ไปซื้อแผ่น หรือโหลดหนังผีดูคนเดียวโน่น ขอแค่อากาศไม่หนาวจนเกินไป เราดูได้สบาย 

ข้างบนนี่บ่นอะไรเหรอ ^^'' เข้าประเด็นของหนังได้แล้ว จะไม่สปอยด์มากนะคะ เกรงจะเสียอรรถรส  ภาพของหนังไม่ได้สวยเตลิดเปิดเปิง แต่สวยแบบมีสีสันสดใส  ไม่ได้เน้นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ชนิดเห็นเส้นผม เส้นขน  นั่นก็ทำยากไป นี่สวยง่ายๆ สวยแบบสีเขียว สีฟ้า สีชมพู ตัดกัน ดูสดใส ตัวละครก็เด่นค่ะ ด้วยสีเน้นกับบุคลิกภาพเฉพาะที่ทำให้ดูน่ารัก

ที่อยากให้ดูคือ หนังสั้น ก่อนที่หนังจะฉายจริง หนังสั้นที่ว่านี้เป็นเรื่องราวของร่มสีน้ำเงินกับแดง บรรยากาศฝนตกปรอยๆ เสียงน้ำหยดติ๋งๆ ตลอดทั้งเรื่องไม่มีเสียงพูดของมนุษย์เลยค่ะ รู้สึกถึงความเป็นธรรมชาติ Feel Rainnyชอบสุดและโดดเด่นที่สุดเป็นเสียงร้องผิวปากทำนองอะแคปเปล่า ใช้เสียงร้อง ไม่มีเครื่องดนตรี หรือถ้ามีเครื่องดนตรีก็แค่ประกอบไม่ล้ำหน้าเสียงร้องค่ะ เกิดมาเพิ่งเคยดูหนังสั้นแบบนี้ เฮ้ยยยย มัน เจ๋ง มากกกก ค่ะ!!! อิ่มเอิบซาบซ่านกันเลยทีเดียว  

สิ่งที่ชอบมากๆ คือแนวคิดที่มอนสเตอร์ในสายตามนุษย์(อย่างเรา) มอนสเตอร์ก็คือปีศาจหรือสิ่งที่น่ากลัวตามธรรมชาติของมันอยู่แล้ว แต่ในโลกของมอนสเตอร์ คุณสมบัติสร้างความน่ากลัวนั้นกลับเป็นสิ่งที่พวกเขาต้องฝึกฝน  ไม่ได้คิดว่าเป็นสิ่งที่ติดตัวมาแต่กำเนิด  ก็คงจะมีแต่มนุษย์เท่านั้นที่มองเห็นว่าสิ่งเหล่านี้มีอยู่ในตัวของมันเองอยู่แล้ว มันก็น่าคิดใช่ไหมคะ ว่าถ้าวันหนึ่งเราต้องฝึกฝน เข้าโรงเรียน เพื่อให้ได้คุณสมบัติ บางอย่างที่เป็นแก่นแท้จริงของเราก็มีติดตัว แต่เราไม่เคยมองเห็นเลย แล้วเราก็เชื่อว่าเราไม่มีคุณสมบัติเหล่านี้ สิ่งสำคัญมันคือความพยายาม ตั้งใจ ฝึกฝน ที่คนทุกคนมีความสามารถในแบบของตัวเอง มอนสเตอร์มีหลายประเภท ไม่มีใครเหมือนกัน แต่ทุกชีวิตสามารถเป็นมอนสเตอร์ที่ทำงานใน Monster, Inc. ได้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะตัวสูง เตี้ย ขาว ดำ เล็ก ใหญ่ สวย ขี้เหร่ ฯลฯ   

 ชื่อสถาบัน คือจุดส่งต่อ หรือเป็นตัวขับเคลื่อนให้มอนสเตอร์มีความใฝ่ฝัน ส่งเขาไปสู่จุดที่ได้แสดงความสามารถ การมีที่ยืนในสังคม ก้าวต่อไป แม้ว่าต้องออกจาก Monsters University แต่ออกมาด้วยความรู้สึกที่จะหาทางก้าวต่อไปในเส้นทางของตน นั่นแหละ หมวก MU (ย่อมาจาก Monsters University)ที่ใฝ่ฝัน กับหมวก OK (ย่อมาจาก Oozma Kappa)ทีมของตนเอง แม้จะเริ่มจากทีมซังกะบ๊วย หกชีวิตที่ไม่มีใครเอา ไม่มีใครเชื่อมั่นในความสามารถ (ซึ่งแท้จริงมีแต่ไม่เคยถูกมองเห็น) มันก็หมวกเหมือนกัน และเป็นแรงบันดาลใจ เป็นความภูมิใจที่ติดหมวกใบนี้ไม่ว่าชื่อของมันจะเป็น MU ที่มีชื่อเสียงเก่าแก่ หรือ OK ที่เพิ่งก่อตั้งเป็นทีมเล็กๆ แต่สุดท้ายกลับสร้างแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่ได้ต่อไป อันที่จริงก็ไม่อยากจะเรียกว่าเป็นแรงบันดาลใจยิ่งใหญ่ เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็ทำให้ตัวเอก Fail หรือเสีย Self สุดๆ แต่มันทำให้เกิดการพิสูจน์ตัวเอง ได้เรียนรู้ พยายาม เติบโตเป็นมอนสเตอร์ที่มีคุณภาพในแบบของตัวเองต่อไป โดยที่พยายามอย่างถึงที่สุดแล้วค่อยมานั่งท้อ  ไม่ใช่เป็นไอ้ขี้แพ้ตั้งแต่แรกเพราะไม่มีใครเอา  แต่ถึงจะท้อก็ไม่ท้อนาน ลุกขึ้นมาสู้ใหม่ นี่แหละ Positive thinking พระเอกของเรา

ปิดท้ายด้วยฉากขำๆ 
1. ชมรมศิลปะ ตัวละครหัวฟู เอาหัวจุ่มเป็นพู่กัน แล้วเอาหัวมาโขกแปะใส่กระดาษวาดเขียน
2. กีฬารับบี้ ไอ้ตัวที่เหมือนไดโนเสาร์สีน้ำตาล คว้าหมับอุ้มมอนสเตอร์ไปทั้งเจ้าตัวเล็กและลูกรับบี้ 
3. หอยทาก สายแล้ว รีบวิ่งไปเรียน นี่คือรีบแล้วนะ ดูไม่แตกต่าง 555+

โดย ใบเฟิร์นข้าหลวง

 

กลับไปที่ www.oknation.net