วันที่ อาทิตย์ สิงหาคม 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

พนมดงรัก


พนมดงรัก

 

ตอน "ฮุด ไร่  ไถ ดำ" (๑)

สายฝนกระหน่ำโปรยปรายลงสู่ท้องทุ่งนาช่วงเดือนหก   ฝนสาดลงเท่าเม็ดข้าวโพด   ดินอุ้มกักน้ำในแปลงนาจึ่งนอง ปริ่มยอดหญ้า 

น้ำเอ่อท่วมกอกล้าข้าวบนแปลงนาในที่ลุ่ม เลี้ยงดินจนอ่อนนุ่ม   สัญญานฤดูกาลถอนกล้าปักดำทำนาพร้อมแล้ว   ต้องรีบลงแรงชักถอนต้นกล้า  นำไปปักดำลงอีกแปลงที่เตรียมไว้ก่อนน้ำเหนือจากเทือกเขาไหลลงหนุน จะลำบากยากแก่การไถคราดปลัก

ในคราวเหลียวแหงนหน้า กวาดสายตามองแนวทุ่งแปลงนา ด้วยต้นไม้นานาพันธุ์ยืนต้นแผ่กิ่งก้านสาขา สุมทุมพุ่มไม้แน่นหนาเขียวขจีเสียดสูงจากพื้นดินตัดความเวิ้งว้างกว้างใหญ่ไพศาลของปุยเมฆมอกสีขาวครามเบื้องหน้า

พุ่มไม้บนพื้นสูงตามโคกดอนประปรายอยู่ทั่วไปในท้องทุ่งนา รายล้อมเต็มไปด้วยต้นข้าวกำลังเขียวขจี  เบียดเสียดแย่งกันแตกกอชูใบอ่อนไหวต้องลมเป็นคลื่น ราวพรมผืนยักษ์ถูกกระเพื่อม

ทิวแถวเทือกเขาตั้งเด่นตะหง่านไกลลิบเบื้องหลังแนวพุ่มไม้และท้องทุ่งนาข้าว สูงต่ำทอดตัวเป็นแนวเหยียดยาวราวกับไม้คานท่ามกลางม่านหมอกลัวๆยามเช้า

ระยะทางเจ็ดสิบกิโลเมตรระหว่างเทือกเขาและพื้นที่ท้องทุ่งนาซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่ชนบทแห่งหนึ่ง

แนวทิวเขานี้คือปราการธรรมชาติมหึมานามว่า “พนมฎองแหรก” คาบเกี่ยวพื้นที่ต่างระดับทอดตัวพาดยาวกั้นระหว่างพื้นที่ราบสูงและราบต่ำ  ย่านถิ่นฐานดำรงค์อาศัยของวงศาคณาญาติของผู้คนละแวกนั้น ที่ยังคงดำเนินพาชีวิตไปมาหาสู่ระหว่างกันอย่างมิมีวันหลับไหล

 

“ ฮุ้ย ฮุ้ย ฮุ้ย !” ตาปูมชายผิวเข้มร่างกายกำยำล่ำสันผมยักศกสีดอกเลาแม้จะย่างเข้าสู่วัยชราแต่ดูยังกระปรี้กระเปร่าแข็งแรง ต้อนเจ้าทุยย่ำลงสู่ผืนนาแปลงสุดท้าย ทำการไถคราดกวาดสวะเตรียมแปลงนา   รอภรรยา  น้องและลูกๆมาช่วยกันลงชักปักดำต้นกล้าข้าว ในยามตะวันเจิดแสงเปล่งจรัสอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า  

ตะวันอับแสงโสภาท่ามกลางเมฆมอก ความชุ่มฉ่ำและละอองฝนหลัวๆปกคลุมเหนือต้นกล้าฉาบทาเทาโกลนสุดลูกหูลูกตาทั่วทั้งนาข้าวที่ลงปักดำเสร็จเมื่อสองสัปดาห์ก่อนมาบัดนี้กำลังแตกกอช่อใหญ่แข่งกันเขียวขจี 

“ เห่อ!...เอ้า  ฮุ้ย!...เห่ม!” มือของปูมทั้งดึงเชือก ถือไม้เรียวคอยฟาดตีบังคับทิศทางเจ้าทุย  ฝ่าเท้าขวาลงแรงเหยียบกดคานคราดเต็มเหนี่ยวมิดลงกับปลักโคนตม “ฟึ๊ด ฟึ๊ด” มือหนึ่งถือไม้เรียวฟาด ลงบนหลังหนาๆของเจ้าทุยโดยไม้ยั้งมือ   เคี่ยวเข็ญดุดันเอาแรงงานควายดื้อทุกวินาที หวังเร่งให้เสร็จสิ้นก่อนตะวันสาดแสง   ชั่วพริบตาเห็นราวภาพวาด   ปลักโคลนปริ่มน้ำปราศจากเศษวัชพืชถูกขนขึ้นเกยตื้นกองบนแนวคันนา   ประจวบเหมาะพระอาทิตย์เริ่มโผล่พ้นเหนือยอดข้าว ฉายแสงสาดส่องผ่านละอองฝนหลัวๆในยามเช้าทาฉาบกระทบสู่แปลงนาผืนตมสะท้อนเป็นเงาเทาดำกล้ำกลั้วมัวเคล้าบานเย็นเห็นดั่งลวดลายไหมหมัดหมี่แต้มสีสันบนผ้าผืนใหญ่ หากแต่นี่คือผลงานธรรมชาติช่วยแต่งแต้มรังสรรค์ขึ้นในยามเช้าฉายภาพปรากฏแก่สายตาปูมทุกๆขณะชั่วชีวิตชาวนาตาปีจนเจนตา

“ตุ๊บ  ทุ่ม   โม่ง…” เสียงฆ้อง  กลอง  ก้องกังวานเป็นระยะ ด้วยเสียงสะท้อนห้วงน้ำในผืนทุ่งกว้าง เสียงดนตรีการละเล่นมม็วตในต่างหมู่บ้านถัดไกลออกไปจากทุ่งนาราว ๕ กิโลเมตร

สุริยาเจิดแสงเปล่งแจ่มจ้ามายามเช้าพร้อมความชุ่มฉ่ำจากละอองฝนแล้วตกเกาะก่อตัวบนยอดหญ้า กล้าข้าว    เป็นหยดน้ำขาวใสคราวใบข้าวไหวพากระทบแสงดั่งประกายระยิบระยับอยู่ทั่วไป ราวผลึกเพชร

ปูมปลดเจ้าทุยจากแอกคันคราด  ไล่ขึ้นโคก  จูงไปผูกติดกับหลักปล่อยให้เล็มหญ้าอ่อนที่ขึ้นอย่างเขียวขจีไม่แพ้ต้นกล้าข้าว    เป็นอาหารรางวัลจากความเมื่อยล้า 

ทันใดนั้นแว่วเสียงครวญกริ่งกระพรวนของควายและวัวเทียมเกวียนแทรกประสานเสียงเสียดสีจากเพลาเกวียน “อี๊ด  แอด ๆ”  สี่ถึงห้าเล่มของชาวนาในหมู่บ้านเดียวกับปูมเริ่มขับขยับทยอยดังเข้ามาใกล้ทุกขณะ    เพื่อมาดูไร่นาของตัวเองที่ปักดำกล้าไว้จนแตกก่อแข็งแรงเขียวขจี   ขับลอดผ่านมาตามเส้นทางเกวียนซึ่งปกคลุมด้วยแมกไม้ใบหญ้านานาพันธุ์น้อยใหญ่   ไม่ว่าจะเป็นต้นนมแมวขึ้นเป็นพุ่มแผ่กิ่งใบติดกับแนวพื้นดิน   ต้นไทรใบหนาห้อยระร้าด้วยรากระโยงระยาง  ประดู่ชูตระง่านกิ่งก้านแผ่สาขาให้ใบเขียวชอุ่ม   พยอมสูงละลิ่วปลิวไสวท้องใบขาวปุย  เต็งแข่งข้าง้าฝักสุขหล่นเกลื่อนโคนต้นยอดใบอ่อนเสียดแทงแย่งกันเขียว   ยางนาปริเปลือกชื้นฉ่ำน้ำกิ่งก้านผลัดยอดใบส้มแกมสีเขียวสดใส  องุ่นป่าเลื้อยเกี่ยวกิ่งลำดวน มะกอกโพนสูงเสียดป่า   มะดันยืนต้นจนใบก้านระย้าหย่อน  จะบกต้นแผ่กิ่งก้านทานเสียดเบียดพุ่มอื่น  หยีมีแต่ใบไขว้กิ่งเหลื่อมพาพาดสลับปรกต้นหูกระจง และสาบเสือ

หนึ่งในนั้นมีเกวียนของน้องชายปูมขับเทียมควายมาด้วยโดยการบังคับของเพียมพร้อมกับบรรทุกผู้โดยสารมาด้วยกันห้าคนคือริมภรรยาปูมและเรียมน้องสะใภ้   ลูกสาวสองคนคือโชกและเจียมตามมาติดๆด้วยลูกชาย คนที่สามอีกหนึ่งคนคือจุม   นั่งเคียงกันมาพร้อมเสบียงสำรับข้าวปลาอาหารในมือเช้าเพื่อเตรียมรับประทาน     ก่อนลงการปักดำแปลงสุดท้ายที่คาดว่าใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงก็แล้วเสร็จ

เพียมชายย่างเข้าสู่วัยกลางคนหน้าตาคมเข้มแววตาขาวราวประกายเพชรขัดกับรูปร่างที่สูงกำยำผิวสีน้ำตาลเข้มผมยักศกบนใบหน้านั้นยิ้มแยมแจ่มใสกำลังบังคับวัวขับเกวียนเลี้ยวเบี่ยงออกจากแนวทางเกวียนผ่านเข้าสู่ผืนนาริมทางเพียงไม่กี่เมตรก็มาถึงยังกระท่อมในผืนนาใกล้กับแปลงสุดท้ายที่จะลงดำ  ...

โดย บรรณาลัย

 

กลับไปที่ www.oknation.net