วันที่ อังคาร สิงหาคม 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

แอบดูนักเรียน..... ที่เมืองออบานี่ นิวยอร์ค


      วันนี้เพื่อนที่เมืองไทยทำหน้าที่เป็นนักข่าวประจำหมู่บ้านคอยรายงานข่าวมาให้ทราบเป็นระยะ ๆ  เธอก็คงอยากระบาย อยากบ่น ตามประสา สว. (สาวโว้ย) ..."ช่วงนี้บ้านเรามีพายุบุกชื่อว่ามังคุด เพราะหน้าผลไม้พอดีคะเลยตั้งชื่อมังคุด ฝนตกไม่เว้นสักวันราคายาง ปาล์มก็ลดลงมากๆชาวบ้านจน ต้องผ่อนโน่นนี่ยิ่งเปิดเทอมส่งลูกกันหลายๆคนนี่น่าสงสาร ยาม้ายาอีก็เต็มไปหมด เด็กวัยรุ่นอายุน้อยก็ขายยาหาตางค์ เที่ยวผับ บาร์ บ้านเรามี่ทุกซอกทุกซอย.. อ้อข้างๆบ้านเก่าเธอกำลังสร้าง โลตัส ต่อไปตลาดคงจะเงียบโลตัสเอาหมด คนดั้งเดิมก็ต้องย้ายไปทำสวนกันหมดแล้วเราจะอยู่กันอย่างไรจ้ะ ช่วยคิดกันหน่อยนี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในเวลานี้ ผู้คนก็ถือคติตัวใครตัวมันไว้ก่อน..แล้วมันจะรอดมั๊ยเนี่ยประเทศไทย"... ป้าอ่านแล้วนั่งนิ่ง ๆ หายใจลึก ๆ ๆ และลึกๆ  ...ใช่นั่นแหละ ยอมรับความจริงกันเถอะว่าบ้านเรากำลังแย่โดยเฉพาะเด็ก ๆ ขาดการเหลียวแลอย่างจริงจังทั้งจากรัฐบาล จากสังคมแม้กระทั่งจากพ่อแม่

      แม้ว่าจะเกษียณอายุราชการไปแล้ว แต่ไม่ได้เกษียณความเป็นครู ก็อดที่จะซอกแซกด้อม ๆ มอง ๆ โรงเรียนแถว ๆ นี้ไม่ได้ ( Albany New York) และถ้าดิฉันจะพูดถึงสิ่งดี ๆ ของที่นี่ก็อย่าได้คิดเป็นอื่น ว่าเราเห่อของนอก..แค่นำสิ่งดี ๆ มาบอกเล่าเก้าสิบกันกันยังไง ๆ เมืองไทยเราก็ดีที่สุดอยู่แล้ว

             

         โรงเรียนมัธยมต้น William S Hackett  Junior High School  เป็นโรงเรียนเก่าแก่อายุกว่า 100 ปี 

       มีเด็กหนีเรียนไหม ? ...ดิฉันถามเด็กเกรด 8 ที่นี่  "ไม่มีค่ะ เพราะไม่รู้จะไปไหน จะออกข้างนอกก็ไม่ได้เพราะมียาม ถ้าไม่เข้าโรงเรียนครูก็จะโทรไปถามที่บ้าน...ถ้าเด็กมาแล้วไม่ถึงโรงเรียนก็ให้ ตำรวจนักเรียนตามหาเอามาส่งโรงเรียน" เด็กมัธยมต้นที่นี่ไม่อนุญาตให้ขับรถมาโรงเรียนจึงไปไหนได้ไม่ไกล (ไม่เหมือนเด็กบ้านเราที่อายุ 12 ปีก็ขับมอเตอร์ไซด์ไปโรงเรียนแล้ว)

       แล้วในห้องเรียนหล่ะพูดคุย เดินไปมาขณะครูสอนไหม?..ไม่มีใครทำกันค่ะ...(ไม่เห็นเหมือนในภาพยนตร์ฝรั่งที่เราเคยดูเลยเน๊อะ).. และถ้าจะออกนอกห้องเรียนก็ต้องขออนุญาตครู

      แล้วถ้าเด็กทะเลาะกันหล่ะ? ...ไม่ค่อยจะมี หรือถ้ามีครูใหญ่ก็จะโทรหาพ่อแม่ มารับทราบการบันทึกการทะเลาะ ถ้าเรื่องใหญ่ ๆ ก็ให้พักการเรียน ซึ่งจะส่งผลเสียต่อการไปเรียนต่อที่อื่นหรือเข้ามหาวิทยาลัย ...สรุปว่าเด็กที่นี่เขาค่อนข้างจะเรียบร้อย ไม่เกเร

       เคยถามเพื่อนว่า "ทำไมโรงเรียนที่นี่ไม่มีรั้วเลย"....เพื่อนหันมาทำหน้างงๆ "ทำไมต้องมีรั้วหล่ะ ที่ไหน ๆ ก็ไม่มีรั้ว บ้านก็ไม่มี สถานที่ราชการก็ไม่มี ถ้าเห็นที่ไหนมีรั้วแปลว่าเขาเลี้ยงสัตว์" ...."เอิ่มคือเกรงว่ารถจะชนเด็กน่ะค่ะ" (ดิฉันก็ว่าไป) "ไม่หรอก เด็กออกมาไม่ได้ มียาม หรือถ้าออกมาก็ครูต้องพาออกมาเท่านั้น เช่นมาเล่นกีฬา ส่วนการขับรถแถวโรงเรียนก็มีข้อกำหนดอยู่แล้ว ถ้าขับเร็วเกินกำหนดจะถูกปรับ"....อ้อค่ะ

         

         ตอนเช้านักเรียนมารอที่ประตูเพื่อจะเข้าโรงเรียน ครูป้าขวัญก็ได้แต่ด้อม ๆ มอง ๆ ภายนอกค่ะ เพราะบุคคลภายนอกเข้าไปไม่ได้ ต้องขออนุญาตเป็นเรื่องเป็นราว  ประตูก็เปิดปิดตรงเวลา ไม่มีรั้วกั้น เด็กมารอหน้าโรงเรียนเพื่อเข้าโรงเรียนเด็กใกล้ ๆ ก็เดินมาโรงเรียนส่วนเด็กบ้านไกลก็มีรถของรัฐบาล รับ-ส่ง

       ได้พูดคุยกับเพื่อนที่เป็นครูสอนระดับมัธยม ถามว่าเด็กกับครูที่นี่มีปัญหาเรื่องมือถือไหม เช่น เอามาดู มาเล่นขณะครูสอน หรือแอบถ่ายรูป ถ่ายคลิปแล้วแชร์....เพื่อนครูตอบว่า โรงเรียนเป็นสถานที่เหมือนสวนสารธารณะ เหมือนพิพิธภัณฑ์ เหมือนศาลเราสามารถตั้งกฎได้  เราไม่ห้ามให้นักเรียนเอาโทรมา เพราะจะว่ากันด้วยสิทธิต่างๆ มากมาย ...แต่เราห้ามไม่ให้คุณเปิดมือถือ ใช้มือถือขณะเรียนหนังสือ และถ่ายรูป ถ่ายคลิปต่างๆ ในโรงเรียน ถ้าใครกระทำถือว่าผิดกฎ มีโทษตั้งแค่ถูกว่ากล่าวตักเือนจนถึงให้ออก 

         

         

         มีทุกสีผิว เข้ากันได้ คุยกันได้ เป็นเพื่อนกันได้ ..น่ารักจังเลย

       ช่วงนี้ปิดเทอมช่วง Summer ก็ประมาณ 2 เดือน เด็ก ๆ ก็เที่ยว เล่นกีฬา ปาร์ตี้ ทำงาน เดินห้าง ก็ตามประสาเด็กนั่นแหละ แต่ไม่มากไม่มายหรอก พูดถึงปาร์ตี้นี่หมายถึงการนำอาหารออกไปปิ้งย่างกินกันนอกบ้าน เช่นที่สวนสาธารณะแล้วก็เล่นกีฬากัน เด็กอายุไม่ถึง 21 ไม่อนุญาติเข้าพับเข้าบาร์ ซื้อหรือขายเหล้าไม่ได้...จับจริง ปรับจริง ส่วนเด็กที่ยังมีปัญหาเรื่องการเรียนการอ่านการเขียน เขาก็จะให้เข้าค่าย Summer Camp หรือเรียนภาคฤดูร้อน

      

         สระว่ายน้ำให้เล่นฟรี จ้างนักเรียนมาเป็นเจ้าหน้าทีรักษาความปลอดภัยเปลี่ยนเป็นรอบ ๆ ละ 10 คน รัฐอยากให้เด็กมีงานทำ และว่ายน้ำเป็นทุกคน ส่วนพวกอยากทำงาน ก็มีงานให้ทำเช่นตามห้างร้าน เสริฟอาหาร ห้องสมุด พิพิธภัณฑ์ ดูแลเด็ก ฯลฯ 

        

 

         

       การแสดง ก็มีเวทีให้เด็กได้แสดงออก ซึ่งมีการร่วมมือกันทุกภาคส่วนไม่ว่าเอกชนหรือรัฐบาล และผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนั้น ๆ มาสอนให้เด็ก ๆ  พ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย ก็ไปให้กำลังใจ หอบผ้าหอบหมอนไปนั่งนอนชมกัน บริเวณติดขอบเวทีคิดค่าชม นอกนั้นฟรีจ้ะ (6-18 สิงหาคม เป็นละครเวทีเรื่อง Shrek The Musical แสดง 20.00 - 22.00 น.)

         

            เวทีร้องเพลง สำหรับผู้ชอบทางด้านดนตรี จัดกันยาวไปเลย เขาจะจัดในเวลากลางวันค่ะ

       

        อิจฉาเขานะ...บ้านนี้เมืองนี้เขาแลเด็กของเขาดีจัง....แล้วแบบนี้เด็กจะเอาเวลาไหนไปมั่วสุม ติดยาหรือเล่นเกมส์หล่ะ มีกิจกรรมดี ๆ ให้ทำเยอะแยะไปหมด แถมพ่อแม่ไม่ต้องจ่ายเงิน... ปลูกฝังกันตั้งแต่เด็ก โตขึ้นก็คงไม่เพี้ยนหรือถ้าเพี้ยนก็ไม่มาก..เป็นวิธีที่ชาญฉลาดในการสร้างคน...นักวิชาการของเราที่จบโทจบเอกจากที่นี่  ...เห็นนำแต่วิธีการลงโทษเท่านั้นไปใช้กับโรงเรียนที่บ้านเรา อย่างอื่นไม่เห็นง่ะ(หรือมีแต่เราไม่รู้)...ดูแล้วมีนขาด ๆ ด้วน ๆ ..จะว่าไปสอนแบบเดิม ๆ ของเราครั้งกระโน้นก็ดีเหมาะกับบ้านเรา วัฒนธรรมไทย  พอเปลี่ยนมาก ๆ ชักเบลอ..ตอนนี้ครูงงงงงง ดิฉันก็งง สอนไป เปลี่ยนไป ของใหม่มา อบรมกันตลอด ...เบลอ..ต้องรีบลาออกก่อนที่จะ"บลง" เบลอ+งง ไปมากกว่านี้

        

         เดินดูจนเหนื่อย..เอ้อได้พูดไรบ้างอาการอึดอัดหายใจไม่ออกค่อยดีขึ้น.....ขอบคุณมากค่ะที่หลงเข้ามาอ่าน..บายจ้า

โดย kwansuw

 

กลับไปที่ www.oknation.net