วันที่ อาทิตย์ สิงหาคม 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ข่าว ทักษิณ......เผ่น จาก ดู ไบ ดี ก่า...???


http://asianpacificnews.com/news4/?p=10778

คลิปอัลกออิดะห์ขู่ฆ่าของจริงทักษิณเก็บข้าวของออกจากดูไบไปอยู่ฮ่องกง

August 16, 2013  |   Filed under: หัวข้อข่าวหลัก  |   Posted by: 

ทักษิณ ชินวัตรให้พรรคพวกจากเมืองไทยไปเก็บข้าวของออกจากดูไบอพยพไปอยู่ฮ่องกงหลังจาก ผู้บริหารดูไบขอให้ออกไปก่อนหลังจากคลิปอัลกออิดะห์ขู่ฆ่าเป็นของจริง

รายการร้อยข่าวเช้าๆวันศุกร์ที่ 16 ส.ค.56 โดย อัญชลี และ สันติสุข สถานีบลูสกายทีวีรายงานว่าสหรัฐอเมริกาได้ตรวจสอบข่าวคลิปขู่ฆ่าพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและนักโทษหนีคดีแล้วปรากฎว่าเป็นของจริง ทำให้ผู้บริหารนครดูไบถึงกับเต้น ไม่อยากมีปัญหากับกลุ่มอัลกออิดะห์ จึงเสนอให้พ.ต.ท.ทักษิณออกจากดูไบไปอยู่ที่อื่นก่อนในช่วงเวลานี้

อัญชลี ไพรีรักษ์ พิธีกรในรายการกล่าวว่าเมื่อวันที่ 15 สิงหาคมได้มีทหาร ตำรวจ สื่อมวลชนและนักวิชาการกลุ่มหนึ่งเดินทางไปยังดูไบเพื่อช่วยพ.ต.ท.ทักษิณขนของออกจากบ้านพักในดูไบโดยไปคืนเดียวกลับ พร้อมกับนำรายชื่อจากเที่ยวบินออกมารายงานว่ามีใครบ้าง แต่ไม่ได้อ่านทั้งหมด เพียงแต่ชื่อตำรวจระบุว่าชื่อจักรทิพย์,พี่โบ,ภูรี เป็นต้น

ภาพนี้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้โพสต์ในเฟสบุ้คของตนเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2011 ว่าได้ซื้อบ้านพักไว้ที่ดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แต่ไม่มีรายละเอียดอย่างอื่น

รายงานข่าวเปิดเผยว่าพ.ต.ท.ทักษิณได้ขออพยพไปอยู่จีน แต่จีนให้ไปอยู่ฮ่องกงและฝ่ายบริหารฮ่องกงก็ “ขอร้องให้ทักษิณอยู่นิ่งๆเก็บตัวไม่งั้นอาจจะไม่ปลอดภัยและจะทำให้ฮ่องกงตกเป็นเป้าหมายในการก่อการร้ายของกลุ่มอัลกออิดะฮ์ด้วย”

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 26 ก.ค. มีผู้ใช้นามว่า mansoor ahmed volvoได้โพสต์คลิปวิดีโอลงในเว็บไซต์ยูทิวบ์โดยใช้หัวข้อว่า “Al-Qaeda video against formerThailandPrime Minister Thaksin Shinawatra.” แปลเป็นไทยได้ว่า “คลิปวิดีโอจากอัลกออิดะห์เพื่อต่อต้านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร” โดยมีความยาวประมาณ 2.45 นาที จำนวน 2 คลิปซึ่งมีเนื้อหาเหมือนกัน

สำหรับเนื้อหาในคลิปดังกล่าวถูกแบ่งเป็น 2 ช่วง โดยช่วงแรกปรากฏภาพชายในชุดเสื้อคลุมคล้ายชาวอาหรับพร้อมผ้าคลุมหน้า โดยชายคนหนึ่งถืออาวุธปืน ขณะที่อีกคนหนึ่งถือกระดาษขาวที่พิมพ์ภาพ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย และผู้หลบหนีคำพิพากษาโทษจำคุก 2 ปีของศาลฎีกา

ขณะที่ชายคนกลางอ่านแถลงการณ์เป็นภาษาต่างประเทศ ขณะที่ในช่วงที่ 2 ของคลิปปรากฎชายสวมชุดคลุมสีขาวเปิดหน้า หนวดเคราเฟิ้มพร้อมชูภาพ พ.ต.ท.ทักษิณ ขณะที่มีเสียงภาษาอังกฤษอ่านประกอบ แปลความเป็นภาษาไทยว่า

“ทักษิณ ชินวัตร เวลาของคุณหมดลงแล้ว สิ่งที่คุณได้ทำไว้กับพี่น้องชาวมุสลิมของเราในภาคใต้ของประเทศไทย ตอนนี้ถึงเวลาต้องชำระความแล้ว คุณได้สังหารพี่น้องชาวมุสลิมของเราในภาคใต้ของไทย และคุณได้สั่งให้มีการโจมตีมัสยิดกรือเซะ ในเมืองไทยในการลุกฮือขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 2004  (เหตุการณ์มัสยิดกรือเซะเมื่อวันที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2547 – ASTVผู้จัดการ) และเข่นฆ่าชาวมุสลิมผู้บริสุทธิ์ และตอนนี้คุณก็ยังดำเนินนโยบายอันชั่วร้ายในภาคใต้ของไทย ผ่านรัฐบาลหุ่นเชิดที่ดำเนินการโดยน้องสาวของคุณ

“คุณจะเห็นทีมล่าสังหาร (Dead Squad) ด้านหลังของผม ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป เราขอแจ้งเตือนคุณไว้ก่อนว่าเราจะพยายามสังหารคุณทุกที่ ทุกเวลา ไม่ว่าที่ไหนในโลก คุณจะไม่ปลอดภัยอีกต่อไป เราจะฆ่าคุณเพื่อล้างแค้นให้กับพี่น้องชาวมุสลิมของเรา และเราขอเรียกร้องให้ชาวมุสลิมทั้งหมดทุกชาติในโลกให้จดจำคุณและสังหารคุณในทุกที่ …”

เป็นที่น่าสังเกตว่า คลิปดังกล่าวถูกปล่อยออกมาเมื่อวันที่ 26 ก.ค. ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 64 ปี ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็เป็นที่น่าสงสัยถึงความเกี่ยวโยงกับคลิปดังกล่าวว่ามาจากทางอัลกออิดะห์ ซึ่งเป็นองค์การก่อการร้ายข้ามชาติระดับโลกจริงหรือไม่

ล่าสุดมีการปิดการรับชมวิดีโอคลิปดังกล่าวบนเว็บไซต์ยูทิวบ์แล้ว โดยมีข้อความระบุว่า“นี่เป็นวิดีโอส่วนตัว”และมีผู้นำคลิปดังกล่าวไปโพสต์ใหม่ที่ http://m.youtube.com/watch?v=sNdMVj56qwc

ทักษิณชี้คลิปขู่เป็นของปลอม

ผมเขียน FB ตอนอยู่บนเครื่องบินเดินทางกลับดูไบจากฮ่องกงครับ ต้องขออภัยที่ไม่ได้เขียนนานมากเพราะมัวแต่เดินทาง ทำงานและรับแขก เมื่อวันก่อนโอ๊คส่งรูปและคลิปอัลกออิดะฮ์ (ปลอม) ขู่ผม พอผมเห็นปุ๊บก็ขำทันทีว่ามีคนคิดพิเรนทร์อีกเช่นเคย ผมขอบอกวิธีดูให้ 3-4 จุดนะครับเผื่อจะไม่ถูกหลอกจากคนที่ไม่ค่อยรู้แต่อยากทำ

1.เวลาเป็นอัลกออิดะฮ์แท้เขาจะไม่เปิดหน้า เขากลัวถูกตามฆ่า

2.อัลกออิดะฮ์ไม่ใส่นาฬิกาสีทอง

3.สำเนียงพูดจะเป็นเสียงมุสลิมปากีสถาน เพราะผมมีเพื่อนเป็นปากีสถานหลายคนและอยู่ดินแดนมุสลิม

4.อัลกออิดะฮ์ไม่ให้ความสนใจเข้ามายุ่งเรื่อง 3 จว.ชายแดนใต้

แกนนำคนเสื้อแดงภาคเหนือเดินทางไปพบพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่บ้านดูไบ

ก็เลยอยากจะบอกพี่น้องคนไทยว่า ก่อนจะเชื่ออะไรต้องมีวิธีคิด รู้จักคิดและวิเคราะห์ ไม่เช่นนั้นจะตกเป็นเหยื่อของข่าวหลอกและข่าวลือครับ วันนี้เราโดนต้มกันเยอะจนมีครั้งหนึ่งผมจำได้ดีตอนผมทำธุรกิจอยู่ประมาณ 20 ปีที่แล้ว ผมได้จ้างบริษัทที่ปรึกษาด้านบริหารการจัดการชื่อดังของอเมริกาที่ชื่อ Boston Consulting Group (BCG) ตอนเขามาทำ Presentation เพื่อเป็นการวิเคราะห์สังคมไทย ประโยคแรกที่ขึ้นมาบน slide เขาบอกว่าThailandis rumour driven society

ผมเห็นแล้วทั้งขำทั้งเศร้า เพราะฝรั่งยังรู้จุดอ่อนของสังคมไทยว่าเป็นสังคมข่าวลือ (แถมข่าวปล่อยด้วย) เลยทำให้เราต้องกลับมาคิดว่าเราจะแก้อย่างไรที่สังคมไทยจะเป็นสังคมที่รู้จักพินิจพิเคราะห์ ไม่เชื่อง่าย ไม่โดนหลอกง่าย สิ่งที่ผมหัดคิดและสอนลูกๆก็คือ โลกยุคนี้เป็นยุคที่เราเรียกกันว่าสังคมฐานความรู้ และเราต้องรู้จักเรียนรู้ตลอดชีวิต ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็น Formal หรือ Classroom type of education การอ่าน การเข้าเน็ต (google etc.) การไปดูนิทรรศการ การเดินทางไปต่างประเทศ ขี้สังเกตสังกาแล้วนำมาวิเคราะห์ก็จะสร้างให้เราได้ทั้ง Knowledge และ Wisdom

การเรียนแบบ Formal ในห้องเรียนอย่างเดียว แม้กระทั่งคนเรียนเก่งบางทีก็ได้แค่ Knowledge แต่ไม่ได้ Wisdom โดยเฉพาะนักท่องจำทั้งหลาย

พอพูดถึง BCG ผมก็เลยขอเล่าให้นักธุรกิจฟังว่า BCG เขามี Boston Model ที่ขึ้นชื่อ เขาแบ่งธุรกิจสร้างใหม่ออกเป็น 4 ประเภท

1.ธุรกิจที่สร้างขึ้นใหม่ๆ เรียกว่า Baby

2.ธุรกิจสร้างแล้วทางบัญชีมีกำไรแต่กระแสเงินสดยังติดลบเพราะต้องของบการลุงทุนเรียกว่า Star

3.ธุรกิจที่ทางบัญชีและกระแสเงินสดเป็นบวกเพราะการขยายตัวให้เงินจากกำไรไปทำแล้วยังเหลือเรียกว่า Cash Cow

4.ธุรกิจที่ขาดทุนกระแสเงินสดติดลบ ไม่มีอนาคต ยิ่งทำยิ่งเจ๊ง เรียกว่า Dog

ทั้ง 4 ข้อเป็นแนวทางที่เขาใช้วิเคราะห์กลุ่มบริษัทตัวเองว่า ถ้ามี Dog ต้อง Kill คือเลิกเสีย อย่าทู่ซี้นานถ้าเราไม่มั่นใจว่าจะเปลี่ยนให้มีกำไรได้ ถ้ามี Cash Cow ตัวใหญ่ไม่พอก็อย่าขยับสร้าง Baby ใหม่ๆเรื่อยๆเดี๋ยวจะเหนื่อย ให้รักษา Star และ Cash Cowไว้ให้ดี มีให้เยอะ แล้วจะสำเร็จครับ ขอให้สำเร็จทุกคนนะครับ (จาก Facebook : ทักษิณ)

ศุภรัตน์ นาคบุญนำพาเที่ยวบ้านนายกทักษิณที่ดูไบ

http://redadhoc.org/redadhocorg/web_video/thaksin/thaksinspecial/

โดย Thaihippy

 

กลับไปที่ www.oknation.net