วันที่ จันทร์ สิงหาคม 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เป็นเทวดา...แล้วก็มาเป็น...


                      

        

                เมื่อครั้งมีการประชุมประชุมด้านน้ำเอเชียที่เชียงใหม่ ระหว่างวันที่ ๑๔ – ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๖

                       ปลอดประสพ สุรัสวดี แปลงร่างเล่นละคร คราวนั้นเป็นพญามังราย ในการแสดงแสง สี เสียง เพื่อต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุมน้ำแห่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ครั้งที่ 2 ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษาฮือฮาน่าสมเพทมาหนหนึ่งแล้ว  โดยเฉพาะ การโพสท่าถ่ายรูปมีการชี้นิ้วออกไปเหมือนเย้ยฟ้าท้าดิน และกล่าวถึงคนที่มาต่อต้านการประชุมฯว่า ...เป็นพวกขยะ

                       วันนี้ ปลอดประสพ สุรัสวดี ไปอาบน้ำทะเลโชว์ที่ชายหาดอ่าวพร้าว  ไม่มีจุดประสงค์อื่นใด นอกจาก เพื่อหลอกลวงประชาชน  คราวที่ไปติดตามการกู้คราบน้ำมันดิบเมื่อวันที่ 8 สค.56 ในฐานะรองนายกรัฐมนตรี  ที่ผ่านมาโดยลงเล่นน้ำทะเลกับนายบวร  วงศ์สินอุดม เอ็ม.ดี.ใหญ่ของ พีทีทีจีซี.  เพื่อที่จะยืนยันว่า น้ำทะเลและหาดทรายที่อ่าวพร้าวใสสะอาดปลอดภัย เหมือนเดิมแล้ว

                       หากไม่โง่หรือแกล้งโง่  นายปลอดประสพ ก็ควรจะรู้ว่า  น้ำมันดิบนั้นมีสารที่เป็นพิษต่อร่างกายและสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นปรอท เบนซิน โทลูอีน ไซลีน  รวมทั้งโลหะหนักบางชนิด  มันจะเพิ่มหรือขยายปริมาณเป็นท่าตัวในสิ่งมีชีวิต เมื่อ

ปลาใหญ่กินปลาเล็ก ปริมาณก็จะเพิ่มในตัวปลาใหญ่เป็นทวีคุณ  และคนที่กินอาหารจากทะเล จะเป็นอันดับสุดท้ายในห่วงโซ่อาหาร

                       แน่นอนว่า  คนจะได้รับสารพิษในระดับที่เข้มข้น มากที่สุด

                       ต่อมาเมื่อนายวิเชียร  จุ่งรุ่งเรือง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ(คพ.)แถลงข่าวว่า อ่าวพร้าวที่นายปลอดประสพไปดราม่าด้วยชุดว่ายน้ำนั้น มีสารปรอทเกินค่ามาตรฐาน  นายปลอดประสพก็แสดงอาการไม่พอใจ  ตามนิสัยเพื่อกลบเกลื่อนความจริง  พร้อมกับกระแทกคำพูดที่แสดงถึงกึ๋นของตัวเอง ว่ามีรอยหยักในสมองมากน้อยแค่ไหนว่า

                       “เรื่องสารปรอทที่ว่ามีมันมีตอนที่น้ำมันยังดำอยู่ ...วันนี้  ไม่มีอะไรแล้ว ผมไปว่ายน้ำมา 3 – 4 วัน ถ้าตาย ผมก็ตายไปเรียบร้อยแล้ว

                        ดร.อาภา  หวังเกียรติ  จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต  ได้ให้ความกระจ่างในวันต่อมาว่า  สารพิษของปรอทที่เกินมาตรฐานนั้น  ไม่ได้เกิดอันตรายจากการสัมผัสโดยการเล่นน้ำทะเล หรือการเกิดพิษเฉียบพลันแต่ประการใดแต่อยู่ที่การปนเปื้อนในห่วงโซ่อาหาร  โดยร่างกายสัตว์น้ำจะมีสารตกค้าง  เช่นเนื้อปลา  เมื่อคนรัปประทานเข้าไปก็จะได้รับผลกระทบ

                       นั่นก็เท่ากับ ปลอดประสพ สุรัสวดี เอาอีกแล้ว...แต่คราวนี้ลงทุนถอดชฏาเทวดา  ลงมาสวมเขาควาย ดราม่าขนาดลงว่ายน้ำให้เหมือนยิ่งขึ้น..

                       อะโห...เห็นหรือยังว่า....ปตท.ยุคนี้     มันมีคนขนาดรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี  คอยแก้ข่าวให้แล้วเชียวหรือ?

                       แล้วประชาชนตาดำๆที่ได้รับผลกระทบ  เขาจะพึ่งใคร?

                       ก็ขนาดคุณหญิงทองทิพ  รัตนะรัต ผู้เชี่ยวชาญอุตสาหกรรมปิโตรเลียมและปิโตรเคมีที่ตัวประธาน บริษัทตัวการพีทีทีจีซี.คือนายประเสริฐ  บุญสัมพันธ์  แต่งตั้งเป็นประธานคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเหตุน้ำมันดิบรั่วว่ามันเกิดจากอะไร

                       ยังสรุปให้องค์กรตัวเองว่า เหตุ Meterail Error ครั้งนี้ คนหาผิดไม่  แต่ท่อมันผิด  เธอว่า...คน(เจ้าหน้าที่พีทีทีซีจี.)ทำตามขั้นตอนความปลอดภัย ทุกอย่างแล้ว แต่ท่อมันดันรั่วเอง..(มีอะไรมั้ย..)

                       เรียกว่าตั้งคนกันเองตรวจสอบกันเอง แล้วก็สรุป(แบบคนกันเองอีกนะแหละ..)ว่าคนของตัวไม่ผิด

                       งานนี้คนทั้งประเทศเป็นกระบือ...หรือใครกันแน่ที่คิดว่าคนอื่นนั้นโง่หมด......ฮี่ฮี่ฮี่!!

   เซ็งป๊าด!!!!

 

 

 

โดย ชินเดช

 

กลับไปที่ www.oknation.net