วันที่ พฤหัสบดี สิงหาคม 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ตำนานของพะยูน... ความเชื่อที่มิอาจพิสูจน์ได้


หลังจากทราบข่าวว่าพี่น้องชาวโอเคเนชั่น  จะยกพลลงใต้อีกครั้ง กับกิจกรรมดีๆ ปลูกหญ้าทะเล ให้พะยูน ก็จำเป็นต้องทำการบ้าน ค้นคว้า ทบทวน เพื่อเล่าเรื่องราว เท่าที่พอปรากฎร่องราวทางเอกสารและคำบอกเล่า  

 

 

ครั้งนี้จึงขอเล่าถึงนิทานพื้นบ้าน -ตำนานของพะยูน ที่ปรากฎร่องรอยจากผู้เฒ่าผู้แก่บนเกาะลิบง อาจคล้ายหรือแตกต่างกันในบางพื้นที่ ท่านอื่นๆ อาจจะนำมาเล่าเพิ่มเติมต่อไป

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ หมู่บ้าน เล็ก ๆ แห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ริมชายฝั่งทะเลห่างไกลจากชุมชน และภายในหมู่บ้านแห่งนี้ เป็นที่อยู่อาศัยของสองสามีภรรยา ที่ได้แต่งงานอยู่กิน กันมานาน แต่ยังไม่มีวี่แววว่าจะมีทายาทไว้สืบสกุลเลย  

แต่แล้ววันหนึ่ง ความยินดีปรีดาของสองสามีภรรยาคู่นั้นก็ปรากฏขึ้น เมื่อผู้เป็นภรรยาแจ้งข่าวดีให้สามีของนางทราบว่า ตอนนี้นางเริ่มตั้งครรภ์ขึ้นแล้ว ฝ่ายสามีเมื่อได้ยินดังนั้นก็ดีใจเป็นยิ่งนัก พร้อมกับสั่งภรรยามิให้ออกไปตรากตรำ ทำงานอีก ให้พักผ่อนมาก ๆ และอยู่ในบ้านเท่านั้น สำหรับเรื่องอาหารการกิน และอื่น ๆ ไม่ต้องเป็นห่วงเขาจะจัดการหาเองมิให้บกพร่อง

๓-๔ เดือนผ่านพ้นไป ผู้เป็นภรรยาก็เริ่มปรากฏอาการแพ้ท้อง เช่นผู้หญิง ทั่ว ๆ ไป นางเบื่ออาหารที่จำเจ อยากกินแต่ลูกหญ้าชะเงา (หญ้าชะเงาเป็นหญ้าทะเล ชนิดหนึ่ง) แต่สามีก็มิได้ท้อแท้ ดังนั้นทุก ๆ วันในยามที่น้ำลง เขาก็จะไปในทะเลเพื่อเก็บลูกหญ้าชะเงา  มาเก็บไว้ให้ภรรยากินเสมอมิได้ขาด ยิ่งใกล้กำหนดคลอดมากขึ้น ความอยากกินลูกหญ้าชะเงา ของภรรยาก็ยิ่งมากขึ้นตามลำดับ ดังนั้นในระยะนี้ ผู้เป็นสามีก็ต้องทำงานหนักขึ้นกว่าเดิม ไหนจะออกไปหาอาหารเก็บตุนเอาไว้กินไว้ใช้ในยามที่ภรรยาคลอดลูก ไหนจะต้องออกไปคอยเก็บลูกหญ้าชะเงาในยามน้ำลงมาให้ภรรยากิน แต่ด้วยความแพ้ท้องของภรรยาที่อยากจะกินลูกหญ้าชะเงาเพิ่มมากขึ้น จนทำให้สามีต้องละจากการทำงานอื่นๆ มาเฝ้าคอยปรนนิบัติภรรยาเพียงอย่างเดียว เขาคอย ออกไปเก็บหาแต่ลูกหญ้าชะเงา  มาให้ภรรยาตลอดเวลาที่นางอยากกิน  จนกระทั่งอาหารที่เคยเก็บสะสมเอาไว้หมดลง  สามีจึงได้ออกไปหาอาหารมาเพิ่มเติม เขาทิ้งนางไว้ตามลำพัง แต่ก็ไม่ลืมที่จะเก็บลูกหญ้าทะเลมาเก็บไว้ให้ภรรยาก่อนออกหาปลาในทะเล

ฝ่ายผู้เป็นภรรยาที่อยู่บ้านก็กินลูกหญ้าชะเงาที่สามีเก็บมาไว้จนหมดเกลี้ยง  แต่ยังมีความอยาก ทำให้นางทุรนทุรายมาก จนนางทนไม่ไหว และได้พยายามตะเกียกตะกาย  ออกไปยังทะเลบริเวณที่มีหญ้าชะเงาขึ้นอยู่ ด้วยความอยากเมื่อถึงทุ่งหญ้าทะเลนางจึงนั่งเก็บลูกหญ้ากินจนเพลิน

ในขณะที่นางกำลังเพลินอยู่กับการเก็บลูกหญ้าชะเงากินอยู่นั้น น้ำทะเลที่แห้งเต็มที่ก็เริ่มทยอยขึ้นกลับมาอีกครั้ง จนกระทั่งท่วมทุ่งหญ้าชะเงาที่นางกำลังเก็บกินอยู่ ทำให้นางไม่สามารถหนีได้ จึงทำให้น้ำค่อย ๆ ท่วมจมร่างนางไว้กับทุ่งหญ้าทะเลแห่งนั้น

ฝ่ายสามีเมื่อออกไปหาปลาได้พอประมาณ ก็รีบกลับมาบ้านด้วยความเป็นห่วงภรรยา แต่เมื่อมาถึงก็ไม่พบภรรยาก็ออกตามหาไปทั่ว แต่ไม่พบ ไม่มีผู้ใดเห็นเลย แต่เขาก็มิย่อท้อ ยังคงค้นหาต่อไป จนมิได้กินมิได้นอนเป็นเวลาหลายวันหลายคืน จนกระทั่งร่างกายทนไม่ไหว เขาจึงสลบไป ในขณะที่เขาสลบไสลอยู่นั้น ก็ฝันไปว่า ภรรยาได้มาบอกให้ไปพบ ที่กลางทะเลในคืนวันพระจันทร์เต็มดวง โดยให้พายเรือออกไปแล้วปักไม้ยาว ๆ ลงในทะเลเป็นสัญลักษณ์ไว้สักอัน แล้วนางจะขึ้นมาหา

เมื่อถึงวันขึ้น ๑๕ ค่ำ พระจันทร์เต็มดวง ผู้เป็นสามีก็พาเรือออกไปกลางทะเล พร้อมปักไม้ไว้ตามความฝันแล้วรอจน กระทั่งดึกสงัด เขาก็เห็นเงาดำสลัว ๆ ขึ้น และเงาดำ ๆ นั้นก็ค่อย ๆ ตรงมาที่ เรือของเขาที่ลอยลำอยู่ เมื่อร่างนั้นใกล้ เข้ามา จึงรู้ได้ว่าเงาดำ ๆ นั้นก็ คือภรรยาของเขาเอง ทันทีที่เห็นว่าเป็น ภรรยาของตนเขาจึงกระโจนลงน้ำเพื่อไปรับ หวังจะพาขึ้นมาบนเรือ แต่ภรรยาได้ร้องบอกว่า ไม่สามารถที่จะขึ้นไปอาศัยอยู่ร่วมกัน ได้อีกต่อไป เพราะร่างกายท่อนล่างของนาง ได้กลายเป็นปลาไปแล้ว ขอให้สามี ทนทำใจอย่าได้โศกเศร้าเลย เพราะถึงอย่างไรนาง ก็ยังรักสามีตลอดไป

นี่คือตำนานนิทานพื้นบ้าน เล่าสืบต่อกันมาของนางเงือกแห่งท้องทะเล หรือพะยูน แฝงไปด้วยแง่คิด ความหมายของปริศนาและคติความเชื่อ เพื่อหวังให้คนรุ่นหลังได้มีความระมัดระวัง ในการปกป้องดูแล สัตว์น้ำที่มีความสำคัญเช่นพะยูน

จังหวัตดรังไม่ได้มีเพียงนิทานพื้นบ้านพะยูนเท่านั้น  แต่ยังมีฝูงพะยูนที่มากที่สุดในประเทศไทย   ทำอย่างไรเราจะสามารถรักษาพะยูนให้คู่เมืองตรังได้ตราบนานเท่านาน 

 

โดย คนริมเล

 

กลับไปที่ www.oknation.net