วันที่ ศุกร์ สิงหาคม 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เรามาน้อมนำเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง


เราได้เรียนรู้ทฤษฎีของ"เศรษฐกิจพอเพียง" ซึ่งเป็นปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานให้กับคนไทยทุกคน เราต้องน้อมนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตและการงานจะเป็นหนทางแห่งความอยู่รอดกับเศรษฐกิจยุคนี้ สิ่งหนึ่งที่เราต้องคิดต้องทำเราจะผลิตอะไรก็ตามเรามีพอที่จะใช้ ไม่ต้องไปขอยืมคนอื่น อยู่ได้ด้วยตนเอง เราต้องมีคุณธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริต ต้องอดทน ต้องขยันหมั่นเพียร และต้องมีวิชาการ วิชาความรู้ 

สำหรับเอนทรีนี้ ผู้เขียนจะนำเสนอจากการน้อมนำ"เศรษฐกิจพอเพียง"มาประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง ที่สามารถทำได้จริงเป็นรูปธรรมให้เห็นแล้วจากกิจกรรมต่างๆของผู้เขียน นั่นคือ "การเลี้ยงไส้เดือนเพื่อผลิตปุ๋ยหมักจากขยะอินทรีย์"

ใครๆ ก็รู้จักไส้เดือน สัตว์เลื้อยคลานตัวเล็ก ที่ใหญ่กว่าพยาธิแต่เล็กกว่างู เคลื่อนไหวได้ด้วยการเลื้อย หรือบางครั้งก็ยืดๆ หดๆ ตัวเอง เพื่อคืบคลานไปข้างหน้าห รือถอยหลังได้ ไม่ต่างจากหนอน เป็นสัตว์ที่มี 2 เพศในตัวเดียวกัน ไม่มีเกล็ด, ไม่มีหู, ไม่มีตา, ไม่จมูก, ไม่มีมือ, ไม่ มีเท้า และก็ไม่สู้คน ขี้อาย ได้แต่หดตัวม้วนกลม หรือจะคลานหนีไปทุกครั้งที่ถูกสัมผัสคล้ายกิ้งกือ เพียงแต่ไม่มีขา เวลาฝนตกมันจะเลื้อยคลานเพ่นพ่าน เพื่อขึ้นมาผสมพันธุ์ รวมทั้งมาหาพื้นที่ที่ชุ่มชื้น และจะทราบได้อย่างไรว่าตรงไหนมีไส้เดือน นั่นก็เพียงแค่สังเกตกองขี้ไส้เดือน ซึ่งจะเป็นเม็ดคล้ายดินกองรวมกันอยู่

เพราะเมื่อมันกินอาหารหรือกินดินเข้าไปแล้ว ก็จะขี้ไว้บนปากรู แต่ถ้าถามว่ารู้สึกอย่างไรกับไส้เดือน ใครล่ะที่จะบอกว่า น่ารักน่าชังหรือน่ากิน! ใครๆ ก็ใช้ความรู้สึกตัดสิน ใครๆ ก็ตัดสินที่รูปร่างหน้าตา จะมีสักกี่คนที่รู้จัก และรักไส้เดือนอย่างจริงจังและจริงใจ ประเทศไทยเป็นดินแดนที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยไส้เดือน ที่ไหนมีดินที่นั่นมีไส้เดือน จนไม่น่าจะเรียกว่าไส้เดือน เพราะควรจะเรียกว่าไส้ดิน เพราะอากาศที่อบอุ่น ร้อนชื้น พื้นดินอัดแน่นไปด้วยอินทรีย์สาร มีป่าไม้และแหล่งน้ำ อาหารการกินจึงแสนจะอุดมสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นซากพืชหรือซากสัตว์ แต่ทุกวันนี้ซากพืชซากสัตว์ที่เน่าเปื่อยอยู่ในดิน หรือแหล่งน้ำปนเปื้อนสารเคมีอันตราย โดยเฉพาะสารเคมีที่ใช้ในภาคเกษตรกรรม

ไส้เดือนต้องหนีหายหนีตายเข้าป่าเข้าพง กลายเป็นสัตว์หายาก ที่จะเจอได้เฉพาะพื้นดินที่ไร้สารพิษ และอุดมสมบูรณ์ ซึ่งหวังว่าอนาคต จะไม่กลายเป็นสัตว์สงวนที่ใกล้สูญพันธุ์ ตอนเด็กๆ คุณครูสอนวิทยาศาสตร์บอกว่า ไส้เดือนมีประโยชน์ต่อแผ่นดิน เพราะทำหน้าที่พรวนดิน และขี้ไส้เดือนก็เป็นปุ๋ยในดิน จึงทำให้ต้นไม้เจริญงอกงามดี แต่ทุกวันนี้ไส้เดือน เป็นสัตว์ที่ได้รับการยอมรับในคุณประโยชน์ของตัวมัน จึงมีการนำมาวิจัยเพาะเลี้ยงกันจริงจัง ในระบบฟาร์มทั้งในสถาบันทางวิชาการ และภาคเอกชนมากกว่า 300 แห่งทั่วประเทศ เพื่อเพาะเลี้ยง, พัฒนาสายพันธุ์ และเพิ่มจำนวนประชากรไส้เดือน เพื่อปล่อยไส้เดือน ออกปฏิบัติการณ์กอบกู้ความอุดมสมบูรณ์ให้กับแผ่นดิน

 

ไส้เดือนกินขยะเก่งมาก เลี้ยงง่าย โตเร็ว ลูกดก เราจึงใช้เป็นตัวกินขยะอินทรีย์ได้ทุกชนิด ในห้องครัวทุกบ้าน จะมีเศษอาหาร เรามักจะนำไปทิ้งลงถังขยะทั่วไป เศษขยะเหล่านี้ สร้างปัญหากลิ่นและเพิ่มปริมาณของเสียที่จะไปฝังกลบ การทิ้งขยะในห้องครัวเป็นการเพิ่มให้ภาระของระบบบำบัดของเสีย เศษขยะในครัว นำมาทำปุ๋ยหมักได้ เรามีทางเลือกในการกำจัดขยะอาหารในครัว แทนการนำไปฝังกลบ คือการทำปุ๋ยหมักอินทรีย์ชีวภาพด้วยไส้เดือน ผลที่จะได้ คือปุ๋ยหมักอินทรีย์ชีวภาพมูลไส้เดือน เป็นประโยชน์มากต่อพืชสวนและไม้กระถาง ไม่ว่าคุณจะอาศัยอยู่ในอพาร์ทเม้นหรือมีสนามหลังบ้านของคุณสามารถให้ปุ๋ยอินทรีย์สำหรับพืชในร่มและสวนของคุณ ทำไม..ต้องใช้ไส้เดือน? ใช้ไส้เดือนเพราะเป็นราชาของสัตว์ในการทำปุ๋ยหมักจากของเสียในครัว เพื่อให้ได้อินทรีย์ชีวภาพด้วยไส้เดือน คุณภาพสูง สำหรับใช้กับต้นไม้ในสวน 

 

 

การเพาะเลี้ยงไส้เดือนดินมีข้อดีอย่างไรบ้าง
1. เหมาะสำหรับฟาร์มเลี้ยงสัตว์ต่างๆ เพื่อนำตัวไส้เดือนเป็นอาหารของสัตว์เลี้ยงในฟาร์ม เพื่อลดค่าใช้จ่ายของอาหารสัตว์
2. เหมาะสำหรับเกษตรกรชาวไร่หรือสวน เพื่อนำปุ๋ยอินทรีย์มูลไส้เดือนคุณภาพสูงทั้งชนิดเป็นผงและน้ำ เพื่อลดค่าใช้จ่ายจากปุ๋ยเคมี และปุ๋ยอื่นๆ

การเพาะเลี้ยงไส้เดือนดินแล้วไดอะไรบ้าง
1. สามารถผลิตปุ๋ยหมักอินทรีย์มูลไส้เดือน เอาไว้ใช้ในบ้านและสวนเกษตรได้ด้วยตนเอง เพื่อลดค่าใช้จ่ายการเกษตร และการเลี้ยงสัตว์ที่กินไส้เดือน
2. สามารถนำไปประกอบเป็นอาชีพอิสระได้ทันที มีสินค้าที่สามารถนำไปขายได้คือ ปุ๋ยดิน ปุ๋ยน้ำ และตัวไส้เดือน
3. สามารถช่วยในการกำจัดขยะเพื่อลดมลภาวะ เช่น การกำจัดขยะในครัวเรือน ขยะจากเกษตรกรรม และขยะจากโรงงานอุตสาหกรรมด้านเกษตรกรรม

จะได้ผลผลิตอะไรบ้างหลังจากการเพาะเลี้ยงไส้เดือนดินแล้ว
1. ได้มูลไส้เดือนดิน(Worm Casting) คุณภาพสูงปลอดสารเคมี ช่วยเร่งรากให้แข็งแรง มีธาตุอาหารไนโตรเจนสูงมาก ช่วยให้ไม่ดอกมีสีสด ดอดใหญ่ ใบใหญ่ขึ้น เห็นผลทันใจ 
2. ได้น้ำหมักมูลไส้เดือน(Worm Wach Liquid) มีคุณภาพสูง มีเอนไซต์จากเมือกของไส้เดือน สามารถขับแมลงบางชนิดได้
3. ได้ตัวไส้เดือนดิน(EarthWorm) เพื่อเป็นอาหารของสัตว์เลี้ยง ลดค่าใช้จ่ายของอาหารสัตว์ ไส้เดือนมีโปรตีนสูงมาก สัตว์เลี้ยงจะโตเร็วและแข็งแรงขึ้น

สายพันธุ์ไส้เดือนสำหรับนำมากินขยะอินทรีย์โดยเฉพาะเป็นไส้เดือนนำเข้ามาจากต่างประเทศ

ไส้เดือนดิน สายพันธุ์ ยูดริลลัส ยูจีนิแอ (Eudrilus Eugeniae)

(ชื่อสามัญ : African Night Crawler)

ไส้เดือนดินสายพันธุ์นี้มีความเหมาะสมมากในการนำมาผลิตเป็นโปรตีนสำหรับเลี้ยงสัตว์ เนื่องจากมีขนาดใหญ่และมีอัตราการแพร่พันธุ์สูงมาก และไส้เดือนสายพันธุ์นี้มีความสามารถในการย่อยสลายขยะในปริมาณมาก จึงนิยมมาผลิตปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนดิน

ไส้เดือนดิน สายพันธุ์ อายซิเนีย ฟูธิดา ( Eisenia foetida )

ชื่อสามัญ : Tiger Worm, Manure Worm, Compost Worm

ไส้เดือนสายพันธุ์นี้ สามารถแพร่ขยายพันธุ์ได้รวดเร็วและมีกลิ่นตัวที่รุนแรงเลี้ยงง่ายเหมาะสมในการนำมาเลี้ยงในขยะอินทรีย์ได้หลายชนิดที่ปะปนกันและพบว่าเมื่อนำมาเลี้ยงร่วมกับไส้เดือนดินสายพันธุ์อื่นภายในฟาร์ม พบว่า จะมีความทนทานมากกว่าไส้เดือนสายพันธุ์อื่นๆ  


บทบาทของไส้เดือนดินจะ ถูกมองว่ามีประโยชน์มากกว่า มีโทษต่อมนุษย์ โดยเฉพาะไส้เดือนดินจะมีส่วนช่วยทำให้โครงสร้างของดินดีขึ้น โดยการชอนไชทำให้ดินร่วนซุย ทำให้การระบายน้ำและอากาศไปสู่ดินได้ดีขึ้น  ไส้เดือนดินสามารถชอนไชลงใต้ดินได้ลึกกว่า 20 เมตร ซึ่งเป็นการไถพรวนทางธรรมชาติ ที่เครื่องกลทางการเกษตรไม่สามารถทำได้ และยังช่วยให้ดินอุดมสมบูรณ์โดยการช่วยเพิ่มอินทรียวัตถุและธาตุอาหารแก่ดิน นอกจากนี้ยังพบว่าไส้เดือนดินมีประโยชน์ต่อพืชในการช่วยกระตุ้นการเจริญเติบ โตของพืชด้วย สามารถบอกถึงการปนเปื้อนสารเคมีในดิน ด้วยการดูจำนวนของไส้เดือนในดิน ถึงปริมาณความหนาแน่นของประชากรไส้เดือน

ไส้เดือนดินไม่มีกระดูก คุณรู้ไหมว่าไส้เดือนไม่ได้มีกระดูกใด ๆ ร่างกายของมันจะทำขึ้นจากหลายร้อยวงเล็ก ๆ เรียกว่า “Segments” ไส้เดือนจะย้ายไปโดยจัดการแต่ละ Segments ที่มีกล้ามเนื้อวงกลมเล็ก ๆ ใต้ผิวหนังของมัน ไส้เดือนจะหลั่งน้ำลื่นที่ให้มันสามารถเคลื่อนที่ได้อย่างง่ายดายบนดิน

ไส้เดือนดินไม่มีตา และไม่มีหู แต่มีช่องของหัวใจ ไส้เดือนไม่ได้มีตาหรือหู แต่จะไวต่อแสงมาก พวกมันมักหลีกเลี่ยงแสงแดดจ้า ไส้เดือนจะมีหัวใจ 5 หัวใจ เพื่อให้ร่างกายของมันมีความไวต่อการเคลื่อนไหว และการรับรู้การสั่นสะเทือน ไส้เดือนมักจะรู้ว่าเมื่อมีคนที่อยู่ใกล้ เพียงแค่โดยการสั่นสะเทือนเล็กน้อย มันก็จะเดิน

ไส้เดือนดินเป็นสัตว์เลือดเย็น ไส้เดือนเป็นสัตว์เลือดเย็นอุณหภูมิในร่างกายของพวกมัน จะถูกกำหนดโดยสภาพแวดล้อมที่มันอยู่อาศัย ไส้เดือนจะชอบอยู่ที่อุณหภูมิระหว่าง 16 ° - 28 ° C (60 ° - 80 ° F) ไส้เดือนจะเครียด และกินน้อยลงเมื่ออุณหภูมิสูงหรือต่ำกว่านี้


การผสมพันธุ์ของไส้เดือนดิน

ไส้เดือนเป็นสัตว์  2 เพศ หรือกระเทยสมบูรณ์แบบ  นั่นหมายความว่าไส้เดือนแต่ตัวจะมีเพศทั้งผู้และเมียในตัวเดียวกัน คุณอาจสังเกตเห็นเป็นบริเวณที่เป็นวงแหวนจะบวมเปล่งใกล้ๆ ส่วนหัวของไส้เดือน บริเวณนี้เราเรียกว่า “Clitellum” (ไคลเทลลั่ม) ถ้าไคลเทลลั่มบวมเปล่ง หมายถึงว่าไส้เดือนเพศผู้ได้ผสมพันธุ์กันแล้ว ด้วยการรัดกันแน่น เพื่อการแลกเปลี่ยนสเปิร์ม มันแต่ละตัวจะเก็บสเปิร์มไม่นาน เพื่อให้แน่ใจว่าสเปิร์มของตัวเองเกิดการปฏิสนธิ เกิดขึ้น ในที่สุดรอบ ๆ Clitellum ก็จะแข็ง และรังไข่(Cocoon) จะเลื่อนออกมาทางหัวของมัน ไข่และตัวอสุจิที่ถูกฝากในรังไข่(Cocoon) เป็นมันออกไข่ โดยการไหลผ่านไปตามร่างกายออกทางปากของมัน รังไข่หรือถุงไข่ จะอยู่ในดินเพื่อบ่มเพาะ รังไข่แต่ละตัว สามารถมีได้ถึง 20 รังไข่ โดยเฉลี่ยเป็น 2 - 6 หลังจากครบ 3 สัปดาห์แล้ว รังไข่ก็จะฟักเป็นลูกไส้เดือนตัวอ่อน มันจะหิวและพร้อมที่จะกินอาหารได้ทันที

รังไข่ ของไส้เดือนดิน (The cocoons, or egg worm case) เครดิตรูป @Nana Suthamcheam

Baby worms are small and whitish-pinkish when they leave the cocoon. เครดิตรูป @Nana Suthamcheam

Baby worms are small and whitish-pinkish when they leave the cocoon. เครดิตรูป @Nana Suthamcheam

มูลไส้เดือนดิน ไม่ใช่แค่เป็นเพียงแต่ทางเลือกในการช่วยปรับปรุงดินตามธรรมชาติ มันจะอุดมสมบูรณ์ไปด้วยซากพืช เป็นผลผลิตจากการย่อยของการกินแล้วย่อยของไส้เดือนดิน จะช่วยให้เกิดสารอาหารและชีวิตของจุลินทรีย์ ที่มีการเจริญเติบโตตามธรรมชาติ มันเป็นเครื่องจักรชนิดหนึ่งของธรรมชาติ ที่ทำให้ดินเกิดความสมบูรณ์มากที่สุด มันเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติ ใช้งานง่ายและมีความปลอดภัย ไม่มีกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ทำให้เกิดความพึงพอใจ


น้ำหมักมูลไส้เดือน เป็นสารสกัดจากการล้างตัวไส้เดือน ร่างกายของไส้เดือนจะเต็มไปด้วยของเหลวชื่อ Celomic ของเหลว Celomic จะหลั่งออกมาเสมอจากร่างกายของไส้เดือนและมักจะช่วยให้ร่างกายของเปียก เราสามารถเก็บเกี่ยวของเหลว Celomic ของไส้เดือนดินและนี้เรียกว่า vermiwash ไส้เดือนใช้ของเหลว Celomic สำหรับในการหายใจ ด้วยการดึงออกซิเจนที่เป็นของเหลวและดูดซึมในร่างกาย ไส้เดือน Celomicites Granulocites และเซลล์ Limphoidocites มีอยู่ในของเหลว Celomic ซึ่งจะช่วยในการรักษาบาดแผลของไส้เดือน และของเหลว Celomic จากไส้เดือนยังสามารถฆ่าเชื้อโรคได้ และปกป้องไส้เดือนจากโรคที่เกิดจากการติดเชื้อใน Worm Wash หรือ Vermiwash จะมี ไนโตรเจน, ฟอสฟอรัส และโปแตชเซียม ที่ละลายน้ำเป็นสารอาหารหลักฃองพืช จะมีอยู่ใน Worm Wash หรือ Vermiwash และมีฮอร์โมน เช่น cytokinins, Oxyn ฯลฯ กรดอะมิโนวิตามินเอนไซม์ และยังมีจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์มากมาย เช่นแบคทีเรีย heterotrophic เชื้อรา actinomycetes รวมทั้ง fixers ไนโตรเจนฟอสเฟต solubilisers มีอยู่ใน Vermiwash ดังนั้น Vermiwash จึงอุดมสมบูรณ์ไปด้วยสารอาหารที่ละลาย กรดอะมิโน ใน Vermiwash ได้อย่างง่ายดายสำหรับพืช


 

ผู้จัดทำเอนทรี่นี้ ผมหวังว่าการน้อมนำแนว"ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง"มาประยุกต์ใช้ในชีวิตและการงาน จะทำให้คุณภาพชีวิตของเราดีขึ้นเรื่อยๆ ขอเชิญติดตามอ่านได้ในเอนทรีต่อไป ขอบคุณทุกท่านครับ

ขอแสดงความนับถือ

อาจารย์ป๋อง(นายธีธัช บำรุงทรัพย์)

โทร 089-827-2715 ธีธัชฟาร์ม 

Facebook: https://www.facebook.com/Earthwormsfarm
Website: https://teetatfarm.wordpress.com/ 
Website: http://www.youtube.com/teetatfarm 

โดย พี่ป๋อง

 

กลับไปที่ www.oknation.net