วันที่ จันทร์ สิงหาคม 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ความไม่ฉลาด ๔ ประการของผู้ว่าฯเมืองนคร คนนครบ่นถึงท่านว่า


ความไม่ฉลาดประการแรกคือ

การรับปากชาวบ้านไว้แล้วทำไม่ได้

แล้วเลือกใช้วิธีเอากำลังเจ้าหน้าที่

มาสลายกลุ่มผู้เรียกร้องราคายางพาราเพิ่ม

แทนที่จะเจรจาแบบสันติและอดทน

 

ความไม่ฉลาดประการที่สองคือ

การเอาคนที่ชาวบ้านไม่ชอบมาเจรจา

ผู้ว่าฯเมืองนครท่านคงจะรู้จักชาวบ้านดี

ว่าเขาชอบใครและไม่ชอบใคร

ควรใช้คนให้ถูกกับงาน

 

ความไม่ฉลาดประการที่สามคือ

ประเมินการสื่อสารผิดพลาด

คิดว่าส่งหนังสือถึงสื่อหลักคือโทรทัศน์

แล้วภาพที่ออกมาจะเห็นว่ารัฐเป็นฝ่ายดีงาม

แต่กลับไม่เป็นเช่นนั้น

เพราะในสื่อสังคมออนไลน์ภาพที่ปรากฏรัฐเป็นพญามาร

ภาพตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบรุมกระทืบชาวสวนยาง

ใช้ไฟฟ้าช็อต ทุบตีและการลากขึ้นรถ

 

ความไม่ฉลาดประการที่สี่สุดท้ายคือ

ต่อให้นำตำรวจไปมากมายเท่าใด ต่อให้สลายได้

แต่กองกำลังตำรวจจะนั่งเฝ้าสี่แยกอยู่ไม่ได้

เดี๋ยวชาวบ้านก็กลับมาชุมนุมกันได้ใหม่

แค่มีรถสิบล้อสองคันก็ชุมนุมต่อได้แล้ว

และจะชุมนุมที่สี่แยกไหนก็ได้

การกระทำของรัฐครั้งนี้

ทั้งขาดความชอบธรรมที่จะทำ

และไม่ก่อประโยชน์แก่ใครเลย

ตำรวจก็เจ็บ ชาวบ้านก็เจ็บ

ชาวบ้านทั้งเจ็บและเกลียดผู้ว่าขึ้นมา

 

นี่คือความไม่ฉลาด ๔ ประการของเจ้าหน้าที่รัฐ

นี่คงเป็นเพียงคำสอนที่ดร.เมืองนครคนหนึ่ง

มอบให้แก่ผู้ว่าฯเมืองนครท่านหนึ่ง

ด้วยรักและห่วงใยเมืองนครศรีธรรมราช

 

ท่านผู้ว่าฯนครครับ

คนนครมีคำที่ใช้เรียก คนไม่ฉลาด อยู่ ๖ คำครับ

คำแรกคือ โม่

ถ้าอาการหนักหวา โม่ ก้าเรียกว่า เมร่อ

ถ้าหนักหวาเมร่อ ก้าเรียกว่า ช็อต

หมายถึงฟั่นเฟือนไปชั่วขณะหนึ่ง

ถ้าหนักหวาช็อต ก้าเรียกว่า เชือน

เช่นผู้ว่าคนนี้หยับเชือน

ถ้าหนักหวาเชือน เขาเรียกว่า ขาดหุ้น

ไม่เกี่ยวกับการซุกหุ้น ซุกถุงหนมของทักษิณ

ไม่ใช่ใครไม่เล่นหุ้นแล้วจะขาดหุ้น

แต่คำว่า ขาดหุ้น ที่คนนครหมายถึงงั้น

เท่ากับเอาคำว่า เมร่อ สองคำมารวมกัน

ขาดหุ้น จึงเท่ากับ ดับเบิ้ล เมร่อ

ส่วนคำสุดท้ายก้าคือ

มั้นเฟือนเหมือนหมาฝัน

สังเกตว่าหมานอนกลางวัน

มั้นทำเสียงหิ้งหั้ง หิ้งหั้งโดยไม่มีสาระไอ้ไหรเลย

สิ่งที่ผู้ว่าฯทำก้าเหมือนกัน

ไม่ได้ประโยชน์แก่ใครเลย

 

ขอให้พิจารณา

เพียงแต่ชุมนุมเรียกร้องราคายางก้าเหนื่อยแล้ว

อย่าให้ชุมนุมไล่ผู้ว่าฯเมืองนครขึ้นเล่า

จะเสียประวัติทั้งฝ่ายผู้ว่า

และชาวบ้านเมืองนคร

 

ชาวบ้านบอกว่า ถ้าเติ้นรักพวกเรา เติ้นก้าอยู่

ถ้าเติ้นไม่รักพวกเรา เติ้นก้าไป ปลอดภัยทุกฝาย

 

 

รัฐบาลที่ดีต้องมีจักกวัตติวัตร ๕ ครบถ้วน

 

ผมขอแปลจักกวัตติวัตร ๕

ด้วยสำนวนสั้นที่สุดแบบผม


๑.ธัมมาธิปไตย ความชอบธรรม

มองด้วยสายตาแบบพุทธ

ชาวสวนยางปิดถนนชอบธรรมไหม

ผู้ว่านครศรีฯนำตำรวจมาสลายชาวสวนยาง

ชอบธรรมไหม

วิเคราะห์ได้ว่า

ความชอบธรรมไม่ได้อยู่ข้างรัฐบาลในขณะนั้น

เขาเรียกร้องตามสัญญาที่ผู้ว่าเคยให้ไว้

พอทำไม่ได้ก็ใช้กำลังตำรวจเข้าสลาย

กลายเป็นการทำร้ายประชาชน


๒.ธัมมิการักขา คุ้มครองทุกฝ่ายอย่างยุติธรรม


๓.มา อธัมมการ ห้ามความชั่วทุกอย่างได้

เช่นห้ามยาเสพติดไม่ให้มีในประเทศไทยเป็นต้น


๔.ธนานุปทาน ตามเพิ่มให้ทรัพย์

แก่ประชาชนผู้เดือนร้อน

ให้แบบบริสุทธิ์

กับให้เพื่อรักษาคะแนนเสียงเพื่อใช้ฉ้อโกงบ้านเมือง

ผลย่อมต่างกันแน่นอน

อย่างแรกบ้านเมืองมีความสุข

อย่างหลังบ้านเมืองพังพินาศ


๕.สมณพราหมณ์ปริปุจฉา

ปรึกษาคนดีมีศีลธรรมบ่อยบ่อย

สร้างเครือข่ายคนดีไว้เป็นที่ปรึกษา

 

รัฐบาลน่าจะศึกษาข้อนี้ให้ชัด

 

แล้วประยุกต์ใช้ให้เหมาะกับปัจจุบัน

การเสียเงินจำนวนมากให้โทนี แบลร์

และทีมงานมาชี้แนะ

ทำไมไม่ปรึกษาพระสงฆ์

ที่มีความรู้ของเมืองไทยก่อน

ทางออกของสังคมไทย

อาจอยู่ในความคิด

ของพระสงฆ์สักรูปหนึ่งในประเทศไทย

ดีกว่าปล่อยให้

ประชาชนเกลียดเจ้าหน้าที่รัฐและรัฐบาล

 

ขอบคุณภาพจากน้องชาย

อดุลย์ สุดประเสริฐ

โดย พญาสุขุม

 

กลับไปที่ www.oknation.net