วันที่ อังคาร สิงหาคม 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

.....เชอะ..เรื่องเมืองตรัง เมืองกระบี่..เรื่องที่มะอึกเขียนไม่จบ..


.

.

@@@@

.

.

"เพลงงานสิ่งใด" นี้ ผมรู้จักครั้งแรกเมื่อเข้ารับการอบรมเป็นลูกเสือชาวบ้าน ของเขตดุสิต รุ่นที่ ๓ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๘

ต่อมาเมื่อมารับหน้าที่เป็นวิทยากรลูกเสือชาวบ้าน  ผมก็ใช้เพลงนี้ในการฝึกอบรมเหมือนเดิม

เป็นเพลงหนึ่ง ที่ผมพบว่า  สามารถใช้กับกิจการอื่น ๆ ได้ในทุก ๆ กรณี

แม้กระทั่งในชีวิตประจำวัน ในครอบครัว หรือหน้าที่การงานประจำ  ก็นำสาระจากเพลงนี้ไปปฏิบัติได้

เนื้อเพลงเพียงไม่กี่ประโยค  แต่สามารถบอกให้ทราบถึงความสำเร็จของงาน  ความล้มเหลวของงานอย่างชัดเจนทุกถ้อยคำ

.

ผมกลับจากทริปทัวร์วัฒนธรรมตรัง-กระบี่ ถึงบ้านประมาณเที่ยงคืนของวันที่ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๖

เก็บสิ่งของสัมภาระพอเข้าที่เข้าทาง  อาบน้ำ-สระผม เรียบร้อย  เปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ทันที

พบว่าบล็อกเกอร์เมืองใต้  ที่เราได้พบทำความรู้จัก  เขียนบล็อกล่วงหน้าไปแล้วหลายเรื่อง

ผมจึงวางแผนว่า  จะรวบรวมเรื่องราวทั้งหมดอย่างไร  ให้ครบถ้วนสมบูรณ์  น่าอ่าน  น่าสนใจ

รวมไปถึงการอำนวยความสะดวกให้กับตัวเอง  ในการแก้ไขเพิ่มทีหลังด้วย

และพบว่า  ก่อนจะเดินทาง  มีบล็อกเกอร์เขียนเชิญชวน  การเขียนแนะนำสถานที่ท่องเที่ยว การเตรียมงานต่าง ๆ ไว้หลายเรื่อง

ผมเห็นว่ามีความสำคัญ ควรจะเก็บรวมไว้ในที่เดียวกัน  เพื่อความสะดวกในการติดตามอ่านทบทวนในอนาคต

.

เมื่ออ่าน และนำเรื่องเหล่านั้นมารวมไว้  อ่านมาก ๆ อ่านซ้ำ ๆ  เห็นว่าเบื้องหลังในการทำงานนั้นเกิดจากคำว่า "ช่วยกัน" นั่นเอง

ผมอาจจะแจงรายละเอียดได้ไม่ครบถ้วนนะครับว่า  

ใครยื่นมือมา่ช่วยอย่างไร?  ช่วยส่วนไหน?  ช่วยอย่างไร?

แต่ที่น่าชื่นใจ  เมื่องานต่าง ๆ ที่มีขึ้นนั้น  

ไม่มีใครละเลยทิ้งปล่อย  ไม่มีใครนั่งคอย  ไม่มีใครเกี่ยงโยนกอง

ช่วยกันคนละไม้คนละมือ  งานของเราจึงเสร็จเรียบร้อยด้วยดี..อย่างมีประสิทธิภาพ

.

.

 

."ชาลี  วาระดี"  บรรณาธิการโอเคเนชั่นบล็อก  ควบคุมความเป็นไปของโครงการนี้ด้วยตนเอง

คุณชาลี เริ่มต้นจากการ "ขายความคิด" ไปกับบล็อกเกอร์ต่าง ๆ ว่า  จะจัดทัวร์วัฒนธรรมไปทางภาคใต้

จะไปเส้นทางใด?  จังหวัดใด?  ไปอย่างไร?  ไปช่วงไหน?

กิจกรรมควรมีอะไรบ้าง? ....ไหว้พระ...ดูนก...สัมผัสธรรมชาติ...ใกล้ชิดวัฒนธรรมท้องถิ่น...ลิ้มชิมลองรสชาติอาหาร

พูดง่าย ๆ ว่า ไปรอบเดียวเที่ยวให้ครบ

.

หลังจากนั้น  ความคิดต่าง ๆ ก็ไหลพรั่งพรูถ่ายทอดออกมาจากสมองของบล็อกเกอร์แต่ละคนที่คุณชาลีพูดคุยด้วย

คุณชาลี  ประมวลรวบรวมความคิดเหล่านั้นเข้าด้วยกัน  และสังเคราะห์ออกมาอย่างชาญฉลาดด้วยประสบการณ์

สุดท้าย  สรุปลงที่จังหวัดตรัง และจังหวัดกระบี่

.

. . 

.

.

การประสานงานต่าง ๆ ในพื้นที่  มีความจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากคนในพื้นที่

"เจ้าหญิงตุ๊ก"...อาสารับผิดชอบประสานงานในจังหวัดตรัง

"กำหนัน"..อาสารับผิดชอบประสานงานในจังหวัดกระบี่  

โดยมี "สไมล์อันดามัน" มาเสริมพลังอีก ๑ แรง

เมื่อได้สถานที่แน่นอน  จึงกำหนดวันเวลาเพื่อการเดินทาง  

โดยคุณชาลีเปิดรายการเชิญชวนให้บล็อกเกอร์มีโอกาสร่วมทัวร์ครั้งนี้อย่างเปิดกว้างและไม่ปิดกั้น

มีนโยบายด้านค่าใช้จ่ายชัดเจนว่า  เก็บเงินเฉพาะค่าใช้จ่ายจริง คือค่ารถ  ค่าที่พัก ค่าทำประกัน เท่านั้น

ส่วนเรื่องปากเรื่องท้อง  ใครกินอะไรเท่าไหร่ คนนั้นก็ต้องจ่ายกันเอง

.

(...ต๋อย....มัย...ส้ม...มะยง...ครูแดง...หน่อย...)

 .

มาถึงเรื่องผู้ร่วมเดินทางบ้าง  ทริปนี้เราไม่ได้คาดหวังหรือกำหนดจำนวนบุคคล  ไปน้อยคนก็ใช้รถตู้  ไปหลายคนก็ใช้รถบัส

เบื้องต้นมีเพื่อนบล็อกเกอร์มาลงชื่อร่วมเดินทางมากมาย  และเพิ่ม ๆ ลด ๆ กันตามภาระกิจของแต่ละคน

สุดท้ายลงตัวที่ ๔๐ กว่าคน  ๑ คันรถบัสพอดี  เริ่มออกเดินทางจากตึกเนชั่นในตอนเย็นของวันศุกร์ที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๕๖ 

.

 

.การเดินทางในรูปแบบของ "ทัวร์ท่องเที่ยว" ต้องมีไกด์ถือไมค์โครโฟนบอกเรื่องราวต่าง ๆ บนรถ

เราไม่ได้จ้างใครมาเป็นไกด์มาโดยเฉพาะ  

แต่วางตัว "อาจารย์เจี๊ยบ"  เป็นเดี่ยวมือหนึ่ง  ให้ความรู้เรื่องที่เราไม่รู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมและเรื่องราวในจินตนาการ

วางตัว "เจ้าหญิงตุ๊ก" เป็นไกด์ขณะที่อยู่ในเมืองตรัง  

และวางตัว "ลูกเสือหมายเลข ๙" เป็นไกด์ช่วงอยู่ในตัวเมืองกันตัง

นอกจากนั้น  ใครจะมีสิทธิ์จับไมค์  ให้อยู่ในดุลพินิจของ "อาจารย์เจี๊ยบ" พิจารณาเชื้อเชิญตามความเหมาะสม

ส่วน"มะอึก"ตั้งใจว่าจะพูดให้น้อยกว่าที่ควรจะเป็น  เพราะมีความประสงค์เก็บเกี่ยวเรื่องราวต่าง ๆ ไว้ในความทรงจำให้มากที่สุด

การเดินทางครั้งนี้  ผมไม่ยอมทำการบ้านล่วงหน้า  ผมอยากพบเห็นสิ่งใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละวินาทีอย่างตื่นเต้นดีกว่า

.

.

.ผมรู้สึกมั่นใจกับรถบัสคันใหม่เอี่ยม ที่ "หจก.องุ่นริช" จัดมาให้บริการกับพวกเราในครั้งนี้เป็นอย่างมาก

คุณตุ๊กติดต่อเช่ามาในราคาวันละ ๑๕,๐๐๐ บาท  รถใหม่เอี่ยมอ่อง  เครื่องเสียงใสปิ๊ง  พร้อมคาราโอเกะสมบูรณ์แบบสุด ๆ 

พนักงานควบคุมรถ(คุณชัยนาท)  และพนักงานประจำรถ(คุณน้อย)  ไว้ใจได้  ยิ้ม  เงียบ  ไม่มีการชักสีหน้าให้รำคาญ

หลังจากที่แนะนำตัวกันพอหอมปากหอมคอ  แวะรับบล็อกเกอร์อินดี้  และเจ้าชายของเจ้าหญิง ที่แสมดำ

แวะหาอาหารมื้อเย็นรองท้องที่วังมะนาว  จากนั้นทุกคนก็เข้าสู่นิทรา  เพื่อออมแรง

.

.

.(...ตุ๊ก....อะหนึ่ง....หมอสวรรค์ฯ....ต๋อย....พร....ลูกเสือ...)

เช้ามืดวันเสาร์ที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๕๖  ที่อำเภอทุ่งสง  

หมอสวรรค์ฯ ได้มาพบพวกเราพร้อมซาลาเปาจำนวนมาก และของฝาก

เป็นอาหารเช้าเพื่อการรองท้องเท่านั้น  ไม่มีกาแฟ  แต่ผมทานซาละเปาทุ่งสง ได้ถึง ๒ ลูก  อร่อยมาก ๆ ครับ

.

นี่เป็นอีกหนึ่งของมิตรไมตรีแห่งชาวโอเคเนชั่น

บล็อกเกอร์หมอสวรรค์ฯ  ท่านเป็นรองผู้อำนวยการโรงพยาบาลทุ่งสงครับ  ผมกับคุณหมอได้มีโอกาสเจอกันครั้งแรก

แต่เราคุยโทรศัพท์ยังกะเป็นเพื่อนสนิทมาตั้งแต่เย็นวันศุกร์  ๐๕.๐๐ น.  ก็โทรปลุกในขณะที่รถของเราผ่านพุนพินครับ

.

.

เขียนมาถึงตอนนี้  ผมย้อนรอยกลับไปอ่านทบทวนตั้งแต่ตอนต้น

เอาละวา  ชักจะเริ่มฉีกแนวออกจากวัตถุประสงค์แห่งการเขียนที่วางไว้ในเบื้องต้นมาไกลพอสมควรแล้วซี  

กำลังจะกลายเป็นเรื่องเล่าตามเวลาที่ผ่านไป

ทำไงดีหว่า  ?  ลุยเขียนไปเรื่อย ๆ ดีกว่าเนาะท่านผู้ชม

.

.

.จากอำเภอทุ่งสง  เราใช้ทางหลวงหมายเลข ๔๐๓  ผ่านอำเภอรัษฎา  อำเภอห้วยยอด เพื่อมุ่งสู่จังหวัดตรัง

เช้านี้ ผมมีความสุขและรื่นรมย์ไปกับบรรยากาศสองข้างทางมาก ๆ

นานแล้ว  ที่ไม่ได้เดินทางท่องเที่ยวปักษ์ใต้แบบช้า ๆ เช่นนี้  ผมเป็นลูกสะตอก็จริงอยู่  แต่เป็นสะตอพลัดถิ่น

ตั้งแต่ปี ๒๕๑๘ นุ่งกางเกงยีน ใส่รองเท้ายาง สะพายย่ามขึ้นรถไฟ

เดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อตามหาความหมายของการศึกษา ตามแบบนิยมของเด็กปักษ์ใต้ในยุคนั้น

เรียนจบทำงานรับราชการที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เสาชิงช้า  จะมีการโยกย้ายหลายครั้ง หมุนเวียนอยู่เฉพาะใน กทม.

ได้ท่องเที่ยวไปตามที่ต่าง ๆ ในประเทศมากมาย  ส่วนใหญ่ไปทางอีสาน ทางเหนือ ตะวันออก ตะวันตก  กลับใต้น้อยครั้ง

ครั้งนี้ผมขอทบทวนความรู้สึกเก่า ๆ กับสถานที่เก่า ๆ ที่ผมมีความรู้สึกว่าเปลี่ยนแปลงไปมากมาย

.

.เราผ่านอำเภอห้วยยอดด้วยทางหลวงหมายเลข ๔  

ผมเพิ่งจะสังเกตเห็นในการเดินทางครั้งนี้ตามที่เจ้าหญิงตุ๊กนำเสนอว่า  ถนนจากห้วยยอดไปตรัง มีทางรถไฟคูู่ไปกับทางรถยนต์

แต่จะตัดกันไปตัดกันมาหลายแห่ง  เขาเรียกว่า "ถนนพาด"

จิตใจผมก็คิดไปถึง "ถนนพาด"  ที่เมืองนครศรีธรรมราช  มีอยู่จุดเดียว  บริเวณเลยสี่แยกตลาดแขก  ออกไปทางเขามหาชัย

ท่านเห็นภาพถนนพาดในภาพไหมครับ  ทางหลวงหมายเลข ๔ ซึ่งได้รับการขยายเป็น ๔ เลน  

เมื่อมาพาดกับทางรถไฟ  จะเป็นคอขวดสองเลนเหมือนเดิม  ดูสวยงามมีเสน่ห์ดีเหมือนกันครับ

ไม่ต้องห่วงเรื่องปัญหาการจราจร  เพราะมีรถวิ่งน้อยคัน...

.

.

."หมูย่างเมืองตรัง" เป็นเมนูที่ผมหมายมั่นปั้นลิ้นมาตั้งแต่อยู่ที่สมุทรปราการ ว่า มาเมืองตรังทริปนี้ขอฟาดเจ้าจานนี้ให้เลี่ยนไปเลย

ที่ร้านตรังหมูย่าง ซึ่งเป็นอาหารมื้อแรกของเรานี้  เขาขายจานที่เห็นนี้ ๘๐ บาท  หมูย่างเมืองตรังอร่อยอย่างไร  ผมไม่พูดซ้ำดีกว่า

โต๊ะที่ผมนั่งมี ๓ คน  แม่มะยง คุณวารี และมะอึก

อาหารอื่น ๆ ที่เขานำมาเสริฟนั้นมีมากมาย  กติกาการกินของคนเมืองตรังมีว่า  จะจ่ายเงินเฉพาะที่ทานเท่านั้น

ส่วนที่ไม่ทาน เขาก็จะเก็บคืนไป  

เช้านี้ผมพลาดเล็กน้อยที่รองท้องซาละเปาหมอสวรรค์ฯ ไป ๒ ลูก  ทำให้ทานอย่างอื่นได้ไม่มากนัก

เมื่อเรียกให้เขาเก็บเงิน  เจ้าของร้านรับเงินไปแล้ว  เอามาส่งคืนบอกว่า  คณะทัวร์มีคนจ่ายให้แล้ว

........ผมเงิบไปเลยครับ.....

ได้รับคำเฉลยในตอนหลังว่า "ลำชานบ้านบู" ผู้ไม่ยอมเปิดเผยตัวตนเป็นผู้กระทำเยี่ยงนี้..... 

.

.เช้าวันนั้น  ผมได้พบ หญิงสาวที่ผมติดตามผลงานการเดินทางท่องโลกกว้างของเธอมานาน

บล็อกเกอร์มีนา  ขับรถมาจากจังหวัดยะลาเพื่อมาร่วมทริปกับเพื่อน ๆ และอยู่ด้วยกันตลอดทริป

.

.

.บก.วานิชฯ เป็นบล็อกเกอร์โอเคเนชั่น  ที่ผมได้พบครั้งแรกที่วัดภูเขาทอง

ก่อนหน้านี้  ผมไม่ค่อยจะกล้าคุยกับท่าน  แต่วันนี้  เมื่อเราเปิดเผยตัวเลขอายุ  เราอยู่ในวัยเดียวกัน

เราจึงคุยกันสนุกสนานมาก  สนุกยันกลางคืนเลยครับ

.

.

เมื่อเขียนมาถึงจุดนี้  ผมก็พบว่า  ผมช้าเกินไปแล้วที่มานั่งบรรยายในรายละเอียดต่าง ๆ ให้ครบถ้วน

เพราะภาระกิจรวมลิงค์  ผมหมดเวลาไปหลายวัน

สรุปว่า....เรื่องทริปตรัง  กระบี่  ผมเขียนไม่เสร็จสิ้นขบวนความ..นะครับ

แต่ทุก ๆ บรรยากาศดี ๆ   คงอยู่ในความทรงจำของผม (และของเรา) ตลอดไปครับ

.

(ภาพแถม..)

.

 .ยามเย็น...ที่ถนนคนเดิน หน้าสถานีรถไฟตรัง ๑๐ สิงหาคม ๒๕๕๖.

.

.

.ยามเที่ยง ที่สระมรกต กระบี่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๕๖.

.

.

.ยามเช้า  ที่ชายหาดอ่าวนาง กระบี่  ๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๖.

.

.

.

ตอบ...ความคิดเห็นที่ 17....บล็อกเกอร์ภาษาไทย...

วันนั้น บก.วานิช....ยืนมองบล็อกเกอร์ภาษาไทย...

บล็อกเกอร์ภาษาไทย...นั่งมองบล็อกเกอร์วานิช....

แต่ทั้ง ๒ ท่านไม่รู้จักกัน....หรือว่า...ผมบกพร่องที่ไม่ได้แนะนำ...

.

.

.

โดย มะอึก

 

กลับไปที่ www.oknation.net