วันที่ ศุกร์ สิงหาคม 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ทริปนี้ที่ฉันหลงรัก สกลนคร-นครพนม ตอนที่ 1 (สัมผัสเสน่ห์เมืองสกล)


....ตัวคนเดียว....สะพายเป้....แบกกล้อง....ท่องเที่ยวไป.... ตามใจเรา....

วันนี้มีโอกาสได้เล่าเรื่องราวที่ประทับใจ ในทริป "สกลนคร - นครพนม" รู้สึกภูมิใจมาก

หลายครั้งที่อยากไปเยือนหลายจังหวัดทางภาคอีสาน แต่โอกาสไม่เอื้ออำนวย

และเหมือนไม่คุ้นเคยกับเส้นทางสักเท่าไหร่ อาจจะไม่ค่อยได้ไปทางนี้นานมากแล้ว

 จึงตัดสินใจเดินทางไปเที่ยว  "สกลนคร - นครพนม" ทริปแบบนี้ละที่ฉันหลงรัก

ไม่ได้เตรียมการเดินทางให้ยุ่งหลายตลบ ถึงวันก็เดินทางทันที อุปสรรคระหว่างทาง

ขอให้เจอก่อนค่อยคิด ว่าจะทำอย่างไร คงได้แง่คิดต่างมุมที่ให้รู้สึกมีความสุข

การเดินทางครั้งนี้ใช้บริการทั้งนกแอร์ แอร์เอเชีย  สนุกละ  เริ่มมึนกับการจองตั๋วก่อน

ปกติจะได้รับข่าวสาร โปรโมชั่นตั๋วเครื่องบินบ่อย  หลายคงคิดว่า  ไผ่เก่งจังทันโปรตลอด (โม้อะป่าว)!! 

ก็ง่ายนิดเดียว  ไม่ได้เก่งหรือมีความสามารถพิเศษ  พอดีข้างบ้านมีร้านขายตั๋วเครื่องบิน

พอถึงช่วงโปร น้องเค้าติดป้าย ตัวแดงๆ เขียวๆ  ก็แอบเก็บข้อมูลและจองเองทางอินเตอร์เน็ต

เท่านี้ก็เรียบร้อย  ไว้จะเล่าให้ฟังคราวหน้าเรื่องเทคนิคการจองตั๋วเครื่องบิน

ส่วนตอนนี้มาเรื่องเราสองคนดีกว่า  (คนละเรื่องละเนี้ย)

..............................................

หลังจากจองตั๋วเรียบร้อย ก็เบิ่งตามเส้นทางนี้

สายการบินแอร์เอเชีย นครศรีธรรมราช - กรุงเทพฯ เที่ยว 16.25 - 17.40 น.

สายการบินนกแอร์ กรุงเทพฯ - สกลนคร เที่ยว 18.55 - 20. 05 น.

จังหวัดสกลนคร (นกแอร์มีไป-กลับ วันละ 1 เที่ยว แอร์เอเซียไม่มี)

สายการบินแอร์เอเชีย นครพนม - กรุงเทพฯ เที่ยว 13.40 - 15.00 น.

จังหวัดนครพนม  (แอร์เอเชียมีไป-กลับ วันละ 1 เที่ยว)  (นกแอร์มีไป-กลับ วันละ 1 เที่ยว )

สายการบินนกแอร์ กรุงเทพฯ - นครศรีธรรมราช เที่ยว 17.35 - 18.45 น.

และเรื่องราวไวเหมือนโกหก............

แต่น แตน แตน แตน..............ถึงวันเดินทางแล้วจ้า  (ดนตรีเพื่อความระทึก)

เตรียมเป้ใส่เสื้อผ้า 1 ใบ กระเป๋ากล้อง 1 ใบ เท่านี้ก็เดินทางไปสนามบินกันดีกว่า

รีวิวการเดินทางจากตัวเมืองนครศรีธรรมราช - สนามบินนครศรีธรรมราช คลิกลิงค์ด้านล่าง

http://www.oknation.net/blog/khunphai/2013/07/08/entry-1

เครื่องออกเดินทาง 16.25 น.  หางแดงพาบินแบบนิ่มนวล ลงที่สนามบินดอนเมืองอย่างปลอดภัยหายห่วง

ถึงสนามบินดอนเมืองเวลา 17.40 น.  ต้องรีบเดินไปเช็คอินที่เคาท์เตอร์นกแอร์ต่อ เผื่อเวลาไว้ก่อน

ไม่อยากผิดพลาดเรื่องเที่ยวบิน  กรุงเทพฯ - สกลนคร เครื่องออก 18.55 น. 

ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงถึงสกลนครเวลา 20. 05 น.  ก่อนเดินทางขึ้นเครื่อง

ระหว่างรอ สังเกตว่ามีชาวต่างชาติบินไปสกลอยู่หลายคนเชียว

เหมือนนั่งเครื่องไปเที่ยว ต่างประเทศเลยเรา แสดงว่าจังหวัดนี้น่าสนใจไม่น้อย

.ลั้นลา..ลั้นลา...นั่งหลับ..นั่งยิ้ม...แอบง่วงงง...ในที่สุดก็ถึงสักที สกลนคร...........

สกลนครบ้านเฮา (เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่าตาตาม) ต่อไปจะฝึกพูดภาษาอีสานหน่อยละจะได้กลมกลืน

สนามบินสกลนคร เบิ่งตาโตๆ เด้อ เงียบสงบมาก

เดินทางไปถึงสนามบิน ก็นั่งรอรถน้องและครอบครัวมารับนิดหน่อย แต่ถ้าใครเดินทางไปถึงรอนานๆ

อาจจะคนน้อยลงๆ วังเวงเหมือนกันนะ  เพราะมีเที่ยวบินน้อย

 คนสกลน่ารักมาก ใจดีด้วย มาทั้งครอบครัวเลยพร้อมรอยยิ้ม ท่าทางพ่อกับแม่ใจดีมาก

แต่ไม่ได้ถ่ายรูปมา เฮ้อ !! แย่จัง คราวหน้าต้องแอบเก็บภาพไว้บ้าง

น้องพาเข้าที่พักก่อนเพราะถึงค่ำพอสมควร เดินทางไปไหนไม่ได้แล้ว

ยูสไตล์โฮเทล สกลนคร ที่พักสำหรับคืนนี้ น่านอนไม่เงียบ ไม่น่ากลัว นี้ละที่ชอบ

ยูสไตล์โฮเทล สกลนคร (U Style Hotel)  ตั้งอยู่ตรงข้ามมหาลัยราชภัฎสกลนคร

ตกแต่งสไตล์โมเดิร์น สวยเท่ห์ ตั้งอยู่ถนนนิตโย ต.ธาตุเชิงชุม

อ.เมือง จังหวัดสกลนคร  ส่วนราคาห้องนั่นมีให้เลือกหลายแบบ

คลิกข้อมูลไปตามลิงค์ด้านล่างนะ เขียนไว้ก่อนหน้านี้แล้ว

http://www.oknation.net/blog/khunphai/2013/08/14/entry-1

ของฝากจากคุณแม่ของน้อง กลัวไผ่หิว หุงมาเยอะเชียว ยกกระติบเลย เกรงใจจัง

หาอะไรจากเซเว่นมาทานกับข้าวเหนียว ใกล้ที่พักมีเซเว่น และนอนหลับฝันดี

เช้าซะที รีบตื่นตอนเช้า หาอะไรทานที่พักนั่นละ เพราะมีบริการอาหารเช้าด้วยรวมกับค่าที่พัก

ครอบครัวน้อง มารับกันตั้งแต่เช้า   ขอแนะนำก่อนรายบุคคลว่ามีใครบ้าง

 พี่ต๋อมแต๋ม พี่เอ็ม น้องข้าวซอย น้องทัช น้องแบงค์ น้องปอยฝน(คนตัวเล็กน่าฮัก)

ทริปนี้ท่าทางสนุุก (แอบคิดในใจ) ก็มีไกด์กิตติมศักดิ์ทั้งนั่น เกรงใจจัง

ลั้นลา.................ลั้นลา

สถานที่แรกที่จะพาไปเที่ยว ก็พาไปไหว้พระขอพร กันก่อนคงจะเป็นสิริมงคลก่อนเดินทาง

เพื่อไปชมสถานที่อื่นๆ ซึ่งหลายคนคงทราบว่าจังหวัดสกลนครได้รับการขนานนามว่าเป็น"แอ่งธรรมะแห่งอีสาน"

แหล่งอารยธรรมที่เก่าแก่ มีตำนานเรื่องเล่ายาวนาน  จังหวัดสกลนครมี พระธาตุจำนวน 5 แห่ง

แสดงถึงคติความเชื่อและแรงศรัทธาในพระพุทธศาสนาอย่างยิ่ง เสียดายเดินทางครั้งนี้

ไม่ได้ไปแวะชมและนมัสการครบทั้ง 5 แห่ง เนื่องจากเวลาอีกนั่นละ โอกาสหน้าคงได้ไปเยือนอีก

พระธาตุทั้งหมดก็มี พระธาตุศรีมงคล  พระธาตุภูเพ็ก  พระธาตุดุม  พระธาตุเชิงชุม พระธาตุนารายณ์เจงเวง

ส่วนตอนนี้ก็พาไปไหว้พระขอพร กันก่อนคงจะเป็นสิริมงคลก่อนเดินทาง

วัดที่สำคัญและวิวสวยมากมากขอบอก วัดถ้ำขาม หรือ ภูขาม ชาวบ้านมักเรียกว่า ภูคำขาม

วัดถ้ำขาม เป็นวัดที่พระอาจารย์ฝั้น อาจาโรเป็นผู้สร้างขึ้นซึ่งเป็นเขาลูกหนึ่งบนเทือกเขาภูพาน

ตั้งอยู่ตำบลไร่ อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร

 การเดินทาง ใช้เส้นทางสายสกลนคร-อุดรธานี เส้นทางหลวงหมายเลข 22

ไปประมาณ 22 กิโลเมตร มีทางแยกซ้ายเข้าทางเดียวกับพระธาตุภูเพ็ก

ไปอีกประมาณ 10 กิโลเมตร ก่อนที่จะตรงขึ้นไปพระธาตุภูเพ็กมีทางแยกขวาไปประมาณ 30 กิโลเมตร

พี่ต๋อมแต๋ม น้องทัช น้องแบงค์ น้องปอยฝน

ลานทางขึ้น มีบันไดกี่ขั้นไม่ได้นับ (แอบเหนื่อยนิดหน่อย)

บรรยากาศร่มรื่น น่านั่งเล่น แต่มาคนเดียวท่าทางจะเงียบ

วัดถ้ำขามนี้ยังเป็นวัดหนึ่งที่เก็บอัฐิของพระอาจารย์เทศก์ เทศรังสี 

ซึ่งมีผู้คนยังเดินทางมาสักการะบูชาอยู่เป็นประจำ วัดถ้ำขามมีบรรยากาศร่มรื่น

จุดชมวิวที่สวยงาม  เป็นสถานชมทะเลหมอกที่สวยงามอีกแห่งของจังหวัดสกลนคร

นอกจากนั่นแล้ว ที่นี้ยังมีสถาปัตยกรรม แบบเจดีย์จตุรัสมุข

ตามแนวศิลปกรรมอีสานผสมกับอยุธยา ที่งดงามและน่าสนใจ

ทางเดินลงไปภายในถ้ำด้านล่าง

ระหว่างทางวิวสวยเชียว อากาศกำลังดี

ภายในถ้ำอากาศเย็น สงบ

การก่อสร้างภายในยังคงเหลือต้นมะขามไว้


บ้านน้องเรียกว่า "หมากแดง " บอกว่าทานได้ รสชชาติ มัน มัน เด็กน้อยช่วยเก็บกันใหญ่ 

เดินเล่นชมวิวต่อ ตอนเช้าทะเลหมอกคงสวย

น้องปอยฝน คนน่าฮัก

ลิงน้อยหลายตัว  น่าจะเป็นลิงป่า เอ๊ะ หรือไม่ใช่ (ไม่แน่ใจ) ลงมากินอาหารที่ทิ้งไว้

บริเวณด้านล่าง มีดอกไม้ ธูปเทียนขาย

ของที่ระลึกที่นี้ ไม่มากมาย ไม่ยื้อให้นักท่องเที่ยวซื้อ อยู่กันแบบง่ายๆ

ก่อนขึ้นแวะซื้อดอกไม้ที่นี้ แต่ดูคนขายพูดอีสานแบบแปลกดี ถามน้อง?? ก็บอกว่าภาษาภูไท

เดินเล่นชมวิวที่ัวัดถ้ำขามนานอยู่พอสมควร เริ่มหิว ก่อนมาก็ขอให้น้องพาไปทานเค้กร้านหนึ่ง

"ร้านคำหอม" พอดีพี่ Google เธอบอกว่าบรรยากาศดีเค้กอร่อย ลองตามพี่เค้ามาหน่อย

ร้านคำหอม กาแฟ เครื่องดื่ม เค้ก ของฝากจากสกลนคร

ร้านตั้งอยู่รัฐพัฒนาซอย 5 ถนนรัฐพัฒนา อ.เมือง สกลนคร

ข้อมูลเพิ่มเติมเขียนไว้ตามลิงค์ด้านล่างคะ

http://www.oknation.net/blog/khunphai/2013/06/27/entry-1

ภายในร้านขายของที่ระลึก ของฝากเพียบ ใครมาลองเลือกชมกัน

สั่งมาก่อน น่าทานทั้งนั่น

ตอนสั่งจำชื่อได้ แต่พอทานหมด อร่อยๆ ก็ลืมชื่อซะงั้น

เค้กมะพร้าวอ่อนของเค้าขึ้นชื่อ อร่อยมาก

พี่ต๋อมแต๋ม  พี่เอ็ม(ขับรถพาเที่ยว) น้องปอยฝน

อิ่มอร่อย แทบเดินไม่ค่อยไหว ความหวานคงขึ้นไปทะลุหัวใจ น้ำหนักกระฉูด

ไปต่อดีกว่า ไปลดน้ำหนักกัน

มาเที่ยวกันต่อ แบบพักก็คงเสียดายเวลา ทริปนี้คงต้องไปที่นี้ "พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์"

เสียดายยังไม่ใช่่ช่วงท่องเที่ยว สวนมีดอกไ้ม้น้อย

พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์จังหวัดสกลนคร เป็นพระตำหนักที่สร้างขึ้นในบริเวณเทือกเขาภูพาน

ถือเป็นแหล่งที่สะดวกต่อการเดินทางไปท่องเที่ยว ทั้งนี้เพราะอยู่ไม่ห่างจากตัวเมืองสกลนครมากนัก

นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปแหล่งท่องเที่ยวทั้งรถยนต์ส่วนตัวและการนำพาหนะเข้าชม

สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ที่กองรักษาการเพื่อเข้าชมพระตำหนักชั้นนอกได้โดยสะดวก

หากต้องการชมพระตำหนักชั้นในต้องติดต่อทางราชการเพื่อขออนุญาตจากผู้ดูแลพระตำหนักเป็นการล่วงหน้า

ภายในมีถนนให้เดินชมพรรณไม้ต่างๆ ทั้งไม้ดอกไม้ประดับมากมาย

การเดินทาง พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ตั้งอยู่ริมทางหลวงสายสกลนคร-กาฬสินธุ์

หมายเลข ๒๑๓ บริเวณกิโลเมตรที่ ๑๔ ห่างจากตัวเมืองสกลนครประมาณ ๑๖ กิโลเมตร

สถานที่ใกล้เคียง ที่น่าสนใน "โค้งปิ้งงู"

เสียดายจอดรถไม่ค่อยสะดวก หามุมถ่ายไม่ค่อยได้ แต่แค่นี้ก็สวยแหละ

"โค้งปิ้งงู" เป็นทางที่คดเคี้ยวบนเนินเขาเหมือนงูเลื้อยไปมาหรือคล้ายกับงูที่ถูกย่าง หรือ ปิ้ง

มีไหล่ทางลดหลั่น เป็นชั้นๆ สามารถมองเห็นทิวทัศน์ ตัวเมือง ในระยะไกลที่สวยงาม

 ตกแต่งด้วยไม้ดอกไม้ประดับ  เป็นทัศนียภาพที่สวยงาม สามารถเดินทางเข้าถึงตลอดทั้งปี

นอกจากนี้ยังมมีน้ำตกในบริเวณนั่นคือ "น้ำตกคำหอม"

"น้ำตกคำหอม" ตั้งอยู่บริเวณโค้งปิ้งงู อยู่ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 14 กิโลเมตร

น้องบอกว่านอกจากนี้ ใกล้ๆ มีน้ำตกตาดโดน อีกแห่งซึ่งอยู่ใกล้กับเขตพระราชฐาน

บริเวณใกล้เคียงกันจะเป็นที่ตั้งของน้ำตกต่าง ๆ อีกหลายแห่ง

 สำหรับน้ำตกต่าง ๆ ส่วนใหญ่ จะมีน้ำเฉพาะในฤดูฝนเท่านั้น

เวลาความสุขมักจะหมดเร็ว เวลาเย็นมากแล้ว น้องแนะให้ไปสัมผัสบรรยากาศ

รวมถึงวิถีชีวิตของคนในท้องถิ่น แนะนำให้มาเดินชมตลาดยามเย็น

แยกบายพาธ ตามเส้นทางไปมุกดาหาร ชาวบ้านเรียกกันว่า "ตลาดบายพาส"

ที่นี้มีของขายมากมาย แต่อาหารที่แปลกตาสำหรับคนใต้อย่างเราก็น่าสนใจ

ผักสดน่าทานทั้งนั่น คงปลอดสารพิษแน่แท้

น่าอร่อย (แต่ไม่เคยกิน )

ชอบจานไหนเลือกเลย เด๋วจะซื้อฝาก

เห็นแล้วคิดถึงแม่ แม่จะชอบชิมแมลงต่างๆ และบอกรสชาติว่าเป็นอย่างไรตลอด

ไผ่ชอบตลาดที่นี้ที่สุด รู้สึกถึงมิตรภาพ วิถีชีวิตง่ายๆ ความเป็นอยู่พอเพียง

วัฒนธรรมอาหารการกิน ความอุดมสมบูรณ์ของเืทือกเขาภูพานบ่งบอกถึงอาหารเหล่านี้

แต่ก็ดีใจที่ไม่เห็นของป่าที่เป็นสัตว์ป่า จากตลาดแห่งนี้ เห็นเพียงของป่าที่เป็นพืชผัก

เดินทางออกจากตลาด ก็มาแวะอีกสถานที่หนึ่ง

"สวนแม่ลูกหรือสวนสมเด็จเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา  กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์"

ตั้งอยู่ ริมฝั่งหนองหาร อำเภอเมือง   จังหวัดสกลนคร

ด้านนี้ติดริมฝั่งหนองหาร

ที่นี่บรรยากาศร่มรื่น เป็นสถานที่พักผ่อน ออกกำลังกาย ของชาวสกลนคร

นอกจากนี้ยังมีเรือบริการไปเกาะสวรรค์อีกด้วย แต่ไผ่ไม่ได้ไป

เดินทางไปซะเย็นเรือหนีกลับบ้านหมดละ  

ส่วนบริเวณที่ติดกับสวนแม่ลูก "สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์(สระพังทอง)"

เป็นสระน้ำขนาดใหญ่ อยู่ด้านทิศตะวันออกของตัวเมืองสกลนคร

 มีบริเวณติดกับหนองหารซึ่งเป็นแหล่งน้ำจืดที่มีขนาดใหญ่แห่งหนึ่งของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ตั้งอยู่ที่ริมหนองหาร ตำบลธาตุเชิงชุม อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร ซึ่งอยู่ติดกันกับสวนแม่ลูก

เสียดายเดินทางไป พระอาทิตย์ยังไม่ตก แต่ก็เริ่มโรยรา (ตัวเราเอง )

ขอเก็บภาพแบบนิดหน่อย  พักผ่อนตามอัธยาศัยก่อนละกัน

สถานที่ต่อมา "วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร"ตั้งอยู่ ปลายถนนเจริญเมือง ในเขตเทศบาลเมืองสกลนคร

 อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร มีตำนานความเป็นมาเก่าแก่ เป็นสถานที่สำคัญคู่บ้านคู่เมืองสกลนคร

  องค์พระธาตุ มีลักษณะเป็นเจดีย์ก่ออิฐถือปูน รูปทรงสี่เหลี่ยม  ฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยม

 ส่วนบนเป็นทรงบัวเหลี่ยม ไม่มีลวดลายประดับ ที่ฐานเจดีย์ มีซุ้มประตูทั้งสี่ด้าน

ซุ้มยอดประตูมีลักษณะเป็นยอดปราสาท   ข้างในทึบสร้างด้วยศิลาแลง และหินทรายแดง

มีซุ้มประตูหลอกแบบขอม องค์พระธาตุในปัจจุบันเป็นศิลปะล้านช้าง

ซึ่งได้มีการบูรณะองค์พระธาตุขึ้นมาใหม่

ภายในวิหารใกล้พระธาตุเชิงชุม เป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อองค์แสนอันศักดิ์สิทธิ์

เป็นที่เคารพนับถือของชาวจังหวัดสกลนคร

 หลวงพ่อพระองค์แสน เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะเชียงแสน  มีความงดงามยิ่ง


นมัสการขอพรก่อนกลับที่พัก

สถานที่สุดท้ายสำหรับวันแรก "ทริปสกลนคร - นครพนม"


นอนสกลนครอีก 1 คืน รุ่งเช้าค่อยเดินทางไปจังหวัดนครพนม

ขอตามติดน้องเค้าไปที่นั่น น้องบอกต้องขี่รถมอเตอร์ไซค์ไปนะพี่

อุ้ย !! แบบนี้ก็คงสนุกอีกแน่ ขับมอเตอร์ไซค์เบิ่งถิ่นแดนอีสานริมโขง "นครพนม"

รอติดตามกันต่อเอนทรี่หน้านะคะ

...............................

ขอบคุณ :: พี่เอ็ม พี่ต๋อมแต๋ม สำหรับรถฟรี

ขอบคุณ :: มิตรภาพ รอยยิ้ม น้ำใจครอบครัวที่สกลนคร

 ขอบคุณ ::โอเคเนชั่น

ขอบคุณ :: ทุกท่านที่เยี่ยมและทักทายกันเสมอ

...............................

อุปกรณ์ประจำทริป Nikon D7000 :: เลนส์  Nikon 24 - 70
...............................

::ภาพเล่าเรื่องคือหัวใจสำคัญอย่างหนึ่งของนักเดินทาง::

...............................

"ข้อคิดการเดินทางทริปนี้"

"จำนวนเพื่อนวัดคุณค่าของการเดินทางได้ดีกว่าจำนวนระยะทาง"

โดย khunphai

 

กลับไปที่ www.oknation.net