วันที่ ศุกร์ สิงหาคม 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

.....มวกเหล็ก....ผมแอบไปดูจุดเล็ก ๆ ของสุพรรณบุรีเกมส์ ครั้งที่ 42...


 

.

.@@@@

.

.กีฬาแห่งชาติครั้งที่ ๔๒  จะมีขึ้นระหว่างวันที่ ๕ - ๑๕ มกราคม ๒๕๕๗  

ที่จังหวัดสุพรรณบุรี อีกแล้วครับท่าน

คงต้องเชื่อนะครับว่า จังหวัดสุพรรณบุรี  เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติมาแล้วถึง ๒ ครั้ง

คือปี ๒๕๓๗ (ครั้งที่ ๒๗ "ดอนเจดีย์เกมส์") และปี ๒๕๔๙ (ครั้งที่ ๓๕  "สุพรรณบุรีเกมส์")

.

๑๑๑๑

.

ให้หลังจากนั้นอีก ๗ ปี  การแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ ๔๒ ปี ๒๕๕๗  สุพรรณบุรีน้อมรับเกียรตินั้นอีกครั้งหนึ่ง

ครั้งนี้ใช้สโลแกนชัดเจนมากครับ  "ชาติไทยพัฒนา กีฬารุ่งเรือง"  

มีม้าสีหมอกเป็นมัสคอตนำโชค  (ภาพซ้ายมือในเพลงข้างบนนั่นแหละครับ)

ส่วนสัญญลักษณ์การแข่งขัน (ภาพขวามือ) เป็นรูปพระบรมราชนุสรณ์ดอนเจดีย์  

ประกอบด้วยพระบรมราชานุสรณ์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงพระคชาธานออกศึก และองค์เจดีย์ยุทธหัตถี

ใช้ทุนในการจัดการแข่งขัน ๑๒๐ ล้านบาท  เตรียมความพร้อม ๒ ปีเต็ม ๆ 

ลือลั่นกันอีกครั้งว่า  พิธีเปิดและปิด จะยิ่งใหญ่ตระการตากว่าทุก ๆ ครั้งที่ผ่านมา

.

.๒๒๒๒

.

กีฬา...เป็นกิจกรรมสำคัญที่ปลูกฝังสิ่งดี ๆ ในชีวิตให้กับเยาวชนตัวน้อย ๆ   เพื่อจะได้เติบโตเป็นดีของชาติต่อไป

เริ่มมาจากกีฬาสีในโรงเรียน  กีฬาระดับตำบล  กีฬาระดับอำเภอ  กีฬาระดับจังหวัด  กีฬาระดับเขต  กีฬาระดับภาค

กีฬาระดับประเทศ  และกีฬาระดับโลก

.

.

ผมเป็น "เด็กน้อยร่างเล็ก" มาตั้งแต่เด็ก ๆ   ไม่มีโอกาสได้เป็นตัวแทนการแข่งขันกีฬาในบางประเภทเหมือนคนอื่นทั่ว ๆ ไป  

จึงหันมาเอาดีทางด้านการพูด  การโต้วาที  การแต่งโคลงคำฉันท์กาพย์กลอน และการดนตรี แทน

ผมมีโอกาสสัมผัสกีฬาระดับชาติครั้งแรก เมื่อปี ๒๕๑๖  สมัยนั้นเขาเรียกว่า "กีฬาเขตแห่งประเทศไทย"  

จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาเขตฯ ครั้งที่ ๗  

ผมทำหน้าที่เป็นดุริยางค์ของโรงเรียน บรรเลงเพลงกราวกีฬา นำนักกีฬาเข้าสู่สนามแข่งขัน

เราเตรียมตัวซักซ้อมกันเป็นปี ๆ  เพื่อที่จะบรรเลงเพลงเพียงไม่กี่เพลง

.

ต่อมาผมรับราชการที่กรุงเทพมหานคร เข้าสู่วงการกีฬาเขตฯ ในฐานะผู้มีส่วนสนับสนุนและควบคุมนักกีฬาฯไปแข่งขัน

สมัยก่อนนั้น  การกีฬาทุกประเภทใช้เงินมากมาย  แต่งบประมาณมีจำกัด  ต้องช่วยกันหาหาสปอนเซอร์มาสนับสนุนด้านการเงิน

ผมเดินทางไปร่วมงานกีฬาเขตแห่งประเทศไทยตามจังหวัดต่าง ๆ หลายจังหวัดครับ

ปี ๒๕๒๙ ที่จังหวัดจันทบุรี,  ปี ๒๕๓๐ ที่จังหวัดลพบุรี,  ปี ๒๕๓๒ ที่จังหวัดสงขลา,  

ปี ๒๕๓๓ ที่จังหวัดเชียงใหม่,  ปี ๒๕๓๔ ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา,

ปี ๒๕๓๕ ที่จังหวัดขอนแก่น,  ปี ๒๕๓๖ ที่จังหวัดสุราษฎรธานี,  ปี ๒๕๓๗ ที่จังหวัดสุพรรณบุรี,  

การไปร่วมงานกีฬาเขตฯ นับว่าเป็นเรื่องสนุกสนานของข้าราชการมาก ๆ ครับ  

ได้ออกไปทำงานต่างจังหวัด โดยถือว่าไปราชการ  มีเบี้ยเลี้ยงค่าเดินทาง ค่าที่พัก ค่าอาหาร

ได้รับอภิสิทธิในการนั่งชมการแข่งขันทุก ๆ สนาม มีป้ายสวย ๆ ห้อยคอ  มีชุดวอร์มซึ่งรับแจกมาฟรี ๆ อีกด้วย...โอ๊ยสนุกมากครับ...

ต่อมาผมเปลี่ยนตำแหน่งหน้าที่การงาน  จำต้องห่างหายว่างเว้นไปจากการไปร่วมงานกีฬาฯ ตามสถานที่ต่าง ๆ โดยปริยาย

.

.

กลับมาเรื่องกีฬาสุพรรณบุรีเกมส์ดีกว่า  

อย่างที่บอกในตอนต้นว่า  สุพรรณบุรีเกมส์ ที่จะมีขึ้นในเดือนมกราคม ๒๕๕๗ ที่จะถึงนี้

จังหวัดสุพรรณบุรีเตรียมความพร้อมในทุก ๆ ด้าน  ๒ ปี  ด้วยงบประมาณสนับสนุน ๑๒๐ ล้านบาท

.

การแปรอักษรในพิธีเปิดและพิธีปิด  ของการแข่งขันสุพรรณบุรีเกมส์ ที่จะมีขึ้นนั้น

จังหวัดสุพรรณบุรี มอบหมายให้เป็นหน้าที่ ของโรงเรียนกรรณสูตศึกษาลัย ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำจังหวัด

บล็อกเกอร์ของเราท่านหนึ่งคือ "อาจารย์เจี๊ยบ"  ครั้งหนึ่งเคยเป็นประธานเชียร์มาตั้งแต่อยู่จุฬาฯ

รับหน้าที่ให้เป็นผู้ดูแลเรื่องการแปรอักษรทั้งหมด

อาจารย์เจี๊ยบ  จึงจัดให้มีการเข้าค่ายนักเรียนที่จะต้องทำหน้าที่เป็นตัวจักรสำคัญในการทำงานใหญ่

กำหนดเข้าค่ายระหว่างวันที่ ๒๓ - ๒๕ สิงหาคม ๒๕๕๖ ที่ "พรหมวัฒนาแคมป์" อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี

อาจารย์เจี๊ยบเปิดโอกาสให้ผมและแม่มะยง  ไปร่วมสังเกตการณ์ด้วย

.

.

๓๓๓๓

.

.

นักเรียนชายหญิงที่เข้าค่ายครั้งนี้  ไม่ได้เข้าค่ายเพื่อเรียนหรือรับความรู้เกี่ยวกับรายละเอียดของวิธีการแปรอักษร

อาจารย์เจี๊ยบบอกผมว่า  ต้องการมาสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนแต่ละคน  ละลายพฤติกรรม  เทน้ำเก่าออกจากแก้ว

ทำให้ผมมองเห็นว่า  แม้จะเป็นเพียงการแปรอักษร  ซึ่งเรามักจะชื่นชมว่าสวยงาม  ยิ่งใหญ่  และเป็นเพียงเป็นเพียงฉากหลัง

แต่การทำให้เกิดเอกภาพความเป็นหนึ่งนั้น  มันยากพอสมควร  และต้องเตรียมการตั้งแต่นับ ๑ ทีเดียว..

.

.

.นักเรียนกรรณสูตฯ  เดินทางจากสุพรรณบุรี  ถึง "พรหมวัฒนา แคมป์"  มวกเหล็ก ในช่วงบ่ายของวันที่ ๒๓ ส.ค. ๒๕๕๖

.

.

."อาจารย์เจี๊ยบ"  เป็นแม่ทัพในการแปรอักษรครั้งนี้  เริ่มต้นจากการทำความรู้จัก ทำความเข้าใจ แจ้งกฏกติกาในการอยู่ร่วมกัน

บอกน้อง ๆ ทุกคนว่า ต่อนี้ไปไม่ต้องเรียกตนเองว่าอาจารย์  แต่ขอให้เรียกว่า "พี่เจี๊ยบ"

.

ขณะที่น้อง ๆ ทานอาหารกลางวัน  "ผมกับพี่เจี๊ยบ" เดินสำรวจสภาพพื้นที่ในแคมป์  เพื่อจะหาจุดสถานที่ให้ลงตัวกับกิจกรรม

ภายในบริเวณแคมป์  มีลำธารน้ำเล็ก ๆ สายหนึ่ง  เป็นธารสาขาของลำน้ำมวกเหล็ก  

เป็นเส้นแบ่งเขตระหว่างอำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี  กับอำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา

วันแรก...  พี่เจี๊ยบมีเจตนาจะใช้ความฉ่ำเย็นของสายน้ำ ลูบไล้ให้น้อง ๆ ทุกคนมีจิตใจที่เย็นฉ่ำเสียก่อน

จะใช้ความตื้นลึกของผืนน้ำ  ขจัดความกลัวของน้อง ๆ 

จะใช้สายน้ำ  ร้อยจิตใจน้อง ๆ ทั้งหมดเข้าด้วยกันให้เป็นหนึ่ง

.

.

.เกมส์ที่ ๑ ง่ายมาก ๆ ครับ  ทุกคนเข้าแถวเรียง ๑ ใช้เชือกฟางผูกข้อมือและลำตัวเข้าด้วยกัน

จากนั้น  ให้หัวแถวนำเดินลงน้ำ  เดินเลาะไปตามลำน้ำเรื่อย ๆ   ห้ามส่งเสียงดัง  อย่าให้เชือกขาด  อย่าให้ป้ายชื่อเปียกน้ำ

เมื่อหัวแถวเจอสิ่งใด  ให้กระซิบบอกคนต่อ ๆ มา  คนต่อมา  ก็บอกต่อ ๆ กันไปเบา ๆ 

เมื่อ"พี่เจี๊ยบ" สั่งให้น้องนั่ง  น้องก็ต้องนั่ง  

"พี่เจี๊ยบ" สั่งให้น้องนอนแนบพื้น  น้องก็ต้องนอน

"พี่เจี๊ยบ" สั่งให้น้องเดิน  น้องก็ต้องเดิน

.

.

.ธารมวกเหล็ก  ธารน้ำเล็ก ๆ สายนี้  น้อง ๆ ไม่เคยลงเล่น  ตื้นลึกหนาบางอย่างไร น้อง ๆ ไม่ทราบ

เปรียบเหมือนอนาคตของเราข้างหน้าจะเป็นอย่างไร  เราไม่รู้ชัดแน่นอน  ต้องเดินอย่างระมัดระวัง

.

.

.การเชื่อผู้นำ  หรือผู้มีประสบการณ์  อย่างน้อยจะไม่ทำให้ชีวิตเราเขว  หรือเกิดความลังเลสังสัย

หากเราไม่เชื่อล่ะ?....

.

.

.อุปสรรคข้างหน้า  เป็นอย่างไร?  เราไม่รู้ชัด  ยกเว้นเราได้สัมผัสสิ่งเหล่านั้นด้วยตนเอง

ใต้กระแสธาร น้ำจะลึกจะตื้น  เราสามารถรู้ได้เมื่อหยั่งวัด  

กระแสน้ำจะร้อนหรือเย็น  เราจะรู้ได้เมื่อสัมผัสอุณหภูมิ

.

.

.จับมือกัน..เดินไปด้วยกัน  โดยมีความสมัครสมานสามัคคีเป็นตัวร้อยรัด  จะช่วยเหลือเราได้ในกิจการต่าง ๆ 

.

.

.เมื่อเราสามารถแก้ปัญหาได้เป็นเปลาะ ๆ ไป  เราจะเริ่มสนุกสนานกับชีวิต  เราจะล้อเล่นกับชีวิตอย่างผู้มีปัญญา

.

.

.บางครั้ง  เมื่อสนุกสนานมากเกินไป  เราอาจจะพลาดพลั้งลื่นล้ม  หากเราล้ม  เราต้องมีพลังใจที่จะลุกขึ้นมาเดินต่อให้ได้

.

.

."พี่เจี๊ยบ"  ไปนั่งดักรอข้างหน้า  บอกน้อง ๆ ว่าจะมีการประชุม  อันที่จริงก็คือการบรรยายให้ความรู้เพิ่มเติมนั่นเอง

.

.

.ห้องเรียนธรรมชาติ  เป็นห้องเรียนที่ยิ่งใหญ่  เรียนเท่าไหร่ก็ไม่รู้จบไม่รู้สิ้น

ไม่จำเป็นนัก ที่ต้องไปยัดเยียดกันในห้องประชุมแคบ ๆ ที่มีอากาศร้อน   และทำให้อากาศเย็นด้วยเครื่องปรับอากาศ

แต่ห้องเรียนธรรมชาติแห่งนี้  คุยกันไปหนาวสั่นสะท้านกันไปทั้งครูทั้งศิษย์

ผู้สังเกตการณ์อย่างมะอึก ยืนแช่น้ำและฟัง  ยังรู้สึกหนาวเลยครับ

.

.

.

.

.ความสนุกสนานในวัยเด็ก  วัยเยาวชน วัยซน  ไม่มีอะไรมากไปกว่าการเล่นอย่างอิสระ

ประชุมเสร็จ  ขอปล่อยอารมณ์ตามสบายกันหน่อย....

.

.

.

.

.เล่นน้ำเสร็จ  เดินกลับที่พักตามเส้นทางเดิม  กติกาหย่อนลงมาจากขาไปมากโข

สายฝนโปรยปรายให้ความชุ่มฉ่ำเพิ่มมากขึ้น  โอว์....ธรรมชาติผู้น่ารัก..ประทานพร...

.

.

.

.

.กิจกรรมภาคกลางคืน  เป็นไปอย่างง่าย ๆ สบาย ๆ ไม่มีวิชาการ

"พี่เจี๊ยบ"  นึกอะไรขึ้นมาได้  จะให้ทำอย่างที่นึก

.

.

.กระโดดโลดเต้นไปตามจังหวะ  วัยรุ่นมีพลังงานแฝงมากมาย  ใช้ในทางที่ถูกก็ถูก  ใช้ในทางที่ผิดก็ผิด

.

.

.ผมติดใจในกิจกรรมหนึ่ง  "พี่เจี๊ยบ" ให้น้อง ๆ ทั้งกลุ่มนอนลง  แล้วบอกว่าจะโยนฟุตบอลให้รับ  กลุ่มใดรับได้มากที่สุดชนะ

.

.

.เมื่อต่างคนต่างรับ  หรือแย่งกันรับฟุตบอล  มักจะรับลูกฟุตบอลไม่ได้  ฟุตบอลจะกระเด็นหลุดมือไปคนละทิศคนละทาง

.

.

.ต้องเป็นภาระเด็กน้อยที่ชื่อ "ศุภศรุต" ที่วิ่งเล่นอยู่ข้างวงต้องช่วยเก็บลูกฟุตบอลส่งให้ผู้เป็นพ่อ

.

.

.หากมีการวางแผนรับลูกฟุตบอลเป็นอย่างดี  จะสามารถรับลูกฟุตบอลได้อย่างงดงาม

.

.

.หรือรับลูกฟุตบอลได้อย่างมั่นคงนั่นเองครับ

.

.....................................

.

.กาลเวลาเดินทางผ่านไปอย่างช้า ๆ  สม่ำเสมอ  กลืนกินทุกสรรพสิ่งให้หมดสิ้นไปโดยไม่รู้สึกตัว

เหมือนหอยทาก ที่ค่อย ๆ เดินช้า ๆ เดินไปกินไปอย่างมีความสุข

ชีวิตคนเรา  ขืนปล่อยให้เวลากลืนกิน  จะมีสภาพเหมือนใบไม้อ่อน ๆ ที่ตกเป็นเหยื่อของหอยหากนั่นเอง

(ปรัชญานี้คิดเองนะเนี่ย  คิดได้ตอนหันไปเห็นหอยทากคลานกระดื๊บ ๆ นั่นแหละ)

.

.

.เช้าวันเสาร์ที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๖

เป็นเช้าที่สดชื่นแจ่มใสในบรรยากาศธรรมชาติอันบริสุทธิ์ แห่งผืนป่าดงพญาเย็น

ดอกไม้เบ่งกลีบร่าเริงยิ้มรับแสงอาทิตย์  วันนี้ไม่มีวี่แววว่าจะมีฝนตกเหมือนเมื่อวาน

.

.

.หลังจากการออกกำลังกายตั้งแต่เช้ามืด ทานอาหารมื้อเช้าเรียบร้อย

"พี่เจี๊ยบ" ให้น้อง ๆ รวมตัวกันในสนามฟุตบอลที่กว้างขวาง  โอบล้อมด้วยขุนเขาและต้นไม้นานาพันธุ์

.

.

...

.แล้ว "พี่เจี๊ยบ" ก็นั่งครุ่นคิดวางแผนการณ์ร้ายว่า  เช้านี้จะให้น้อง ๆ ทำกิจกรรมอะไรดีหว่า?  มี "พี่รัน" คอยยืนยิ้มเป็นพี่เลี้ยง

.

.

."ลุงมะอึก"  ออกมา ! ! จะไปเดินเล่นอะไรกับเด็กนะนั่น  ตัวเล็กกว่าเด็กมัธยมอีก...

"ลุงมะอึก"...ออกมา !..ออกมา !..."

เสียงแม่มะยงตะโกนแซว.....

.

.

.น้อง ๆ ถูกแบ่งออกเป็น ๓ กลุ่ม

กลุ่มที่ ๑.....

.

.กลุ่มที่ ๒.....

.

.กลุ่มที่ ๓.....

.

.น้อง ๆ เขาตั้งชื่อกลุ่มได้แปลกและน่าตื่นเต้น  ผมจำชื่อไม่ได้เลยสักกลุ่มเดียว

กิจกรรมที่ "พี่เจี๊ยบ" ให้แสดงคือการเดินมาร์ชชิ่ง  ผ่านหน้าประธานพิธี  

ประดิษฐ์ท่าเดิน  ท่าทำความเคารพ  และเพลงประกอบเอง

น้อง ๆ ทำได้ดีมากครับ

.

.

.

.

.

.

."พี่เจี๊ยบ" นั่งมองแล้วยิ้มไปยิ้มมา....อย่างมีความสุข

.

.

.นำน้อง ๆ เดินไปเรื่อย ๆ เหนื่อยก็พัก  

คุยโน่นคุยนี่อย่างมีรสชาติตามประสา "พี่เจี๊ยบ"   ที่พูดได้ทุกเรื่อง พูดได้ทั้งวัน เสียงไม่ตก

.

.

.น้อง  ๆ หยุดบูมเป็นระยะ  ผมได้ยินเสียงบูมแล้วขนลุกขนชัน  เร้าใจจริง ๆ ครับ

.

.

.จากนั้น  เราพาน้อง ๆ เดินวอร์คแรลลี่ ไปตามฐานต่าง ๆ ภายในแคมป์

.

.น้อง ๆ ต่างปีนป่ายโดยไม่ต้องระมัดระวังตน  เขามีความสุขมากครับ

.

.

.

.

.

.ความสวยงามของดอกไม้  ความสงบเงียบในบรรยากาศ  ล้างความทุกข์ของน้อง ๆ ออกไป  เหลือไว้เพียงความสดชื่น

.

.เดินจนเมื่อย  เมื่อถึงทำเลแห่งหนึ่ง  "ลุงมะอึก" ตั้งวงพูดคุยกับน้อง ๆ บ้าง

.

.

."ลุงมะอึก" เล่าเรื่องราวที่ได้พบเห็น  บอกกล่าวถึงความรู้สึกที่ดีงาม  บอกวิธีให้น้อง ๆ ทำให้ใจสงบเย็นเป็นสมาธิ

.

.

.

.เสียงสายน้ำที่ไหลจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ  ก่อให้เกิดสมาธิที่ดี  

"ลุงมะอึก" แนะนำให้น้อง ๆ ทำตัวเหมือนน้ำ

น้ำไม่มีตัวตนแน่นอน  เป็นไปตามภาชนะที่ใส่  แต่น้ำก็ยังเป็นน้ำ  มีประโยชน์มากมายเหลือคณานับ

ผมไม่ทราบว่าน้อง ๆ จะเข้าใจหรือทำได้หรือไม่?  แต่คนพูด  พูดแล้วมีความสุขเป็นของตัวเอง

.

.

.

.บ่าย...เป็นเกมส์แสดงความสามารถเฉพาะตน...

.

."พี่เจี๊ยบ" เรียกน้องมายืนท่ามกลางป่าไผ่  กำหนดหัวข้อให้ออกมาพูด โดยไม่มีการเตรียมตัว

.

.เยาวชนสมัยนี้เก่งเหมือน "กูเกิล"....ให้พูดเรื่องอะไร  พรั่งพรูออกมาเป็นชุด ๆ 

.

.ไม่มีอาการเคอะเขินให้เห็น

.

.แสดงออกตามที่ตัวตนเป็น  ตัวตนต้องการ  ชอบบอกว่าชอบ  เกลียดบอกว่าเกลียด

.

.คิดอย่างไรพูดออกมาเช่นนั้น  ใสซื่อ..

.

.มีความมั่นใจในตนเองสูง

.

.ยิ้มอย่างมีความสุข

.

.กล้าล้อเล่น...

.

.คิดอย่างสุขุม

.

.

.แสดงออกเต็มกำลัง  ไม่ปิดบังความรู้สึก

.

.ครุ่นคิดบ้างในบางขณะที่เผลอใจ...

.

.

.

.จากนั้น  กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับลูกโป่ง  ถูกนำมาให้น้อง ๆ สนุกสนานด้วยกัน

.

.

.

.

.บ่ายแล้ว "ท่านอาจารย์วุฒิชัย หงษ์โต" รองผู้อำนวยการโรงเรียนกรรณสูตศึกษาลัย

เดินทางมาจากสุพรรณบุรี

มาเยี่ยมลูกศิษย์  มีขนมมาแจกน้อง ๆ มากมาย..

.

.

.ยามนั่งพัก  ยังยิ้มแย้มแจ่มใส

.

.

.ตั้งใจเล่นเกมส์ที่พี่เจี๊ยบกำหนดให้สุดความสามารถ

.

.

.

.

.สุดท้าย  เมื่อเกมส์จบ  ต่างช่วยกันทำความสะอาด  เก็บขยะคนละชิ้น  ธรรมชาติก็คืนกลับสู่สภาพเดิมครับ

.

.

.ภาคกลางคืน  ท่านรองผู้อำนวยการวุฒิชัย  ท่ามกลางการบูมของลูกกรรณสูต

.

.

.

.ท่านรองผู้อำนวยการฯ มอบรางวัลแก่กลุ่มต่าง ๆ ที่ทำคะแนนรวมได้ที่ ๑..๒..๓...

.

.

.

.

.

.ติดตามด้วยการแสดงเล็ก ๆ น้อย ๆ ของน้อง ๆ ให้ได้ชม

.ร้องเพลง..

.เต้นรำ

.เต้นระบำ..รำฟ้อน..

.ผมยืนมองน้อง ๆ แสดงออก  แล้วนึกถึงเมื่อวัยที่ผมเป็นเด็กมัธยม  

ไม่แตกต่างกันหรอก  แต่ไม่เหมือนกัน

ที่จะเหมือนกันในอนาคต  คือความทรงจำที่จะตราตรึงอยู่ในความรู้สึก  หยิบมานึกหยิบมาคิดครั้งใด  แล้วมีความสุข

ยิ่งแก่ตัวไป  ยิ่งมีความสุข  

น้อง ๆ อาจจะนั่งยิ้มคนเดียวเมื่อนึกถึงบรรยากาศเหล่านี้  ในอนาคตก็ได้

.

.

.ค่ำคืนนี้  เราจบกิจกรรมด้วยข้าวต้มร้อน ๆ เพื่อไม่ให้น้อง ๆ ต้องนอนหิว

ดูรอยยิ้มเถอะ...มีความสุขจริง ๆ ครับ

.

..........................

.

.

.เช้าวันอาทิตย์ที่ ๒๕ สิงหาคม ๒๕๕๖

เป็นเช้าที่สดชื่นแจ่มใสอีกครั้ง  ดอกไม้ป่าสีแดงขยับเกษรสีเหลืองไว้หลอกล่อแมลงผู้หิวน้ำหวาน

.

.แมงปอปีกบาง  บินร่อนโต้ล้มเบา ๆ แล้วจอดลงนื่งที่ปลายกิ่งไม้แห้ง ๆ เบื้องหน้า..ให้ผมถ่ายภาพ..

.

.(ไม้เมือง).....

ฝ่าพายุลมฝน...สู้ทนมาไกลเหลือเกิน.....เพียงก้าวเดียว..ให้เดินก็ยังไม่ไหว

อยากจะมีที่พัก..พอเอาแรงหัวใจ.....ขอพักหน่อยได้ไม๊...ที่ตรงนี้...
 
เหมือน..แมงปอปีกบาง...ที่ล่องลอย..ตามทางจนล้าเต็มที
สิ้นแรง...ซบลงตรงนี้.....ไม่รู้จะหนีไปพึ่งใคร...
 
ขอฝากดวงใจ..ไว้ตรงนี้สักคืน....พอตื่น..ก็พร้อมจะจากไป
ขอฝากชีวิต..ของคนใกล้ขาดใจ....ไว้กับเธอ..ได้ไหมคนดี
 
ห่างฝัน...ที่ตามหา.....ด้วยลมซัดพาหลงทาง
วนอยู่ในท่ามกลางคืนวัน..โหดร้าย  
หากว่าเธอสงสาร..ยังเอ็นดูหัวใจ
คงจะไม่ใจร้ายกับคน ๆ นี้
.

.

.

."ป้ามะยง" บอกกับ "ลุงมะอึก"  ว่า

ได้เห็นน้อง ๆ แต่ละคนที่มีความสดใสน่ารัก  แล้วให้นึกถึงความสดใสของลูกชายลูกสาว

วัยรุ่น  เป็นวัยแห่งการแสวงหาความจริง ความดี ให้กับชีวิต

น่ารักกันเช่นนี้  "ป้ามะยง..ลุงมะอึก"..ต้องกดไลท์ให้กับน้อง ๆ  หลาย ๆ ครั้งครับ

.

.

.

.ที่บริเวณสนามกว้าง  "พี่เจี๊ยบ" ยังชักชวนน้อง ๆ พูดคุยอย่างหนักแน่นเหมือนเดิม

.

.วันสุดท้ายของการเข้าค่าย..แล้วซีเรา....

.

.ยังยิ้มได้เสมอ..

.

.หรือคิดอะไรอยู่?

.

.หรือเหงา?

.

.

.กิจกรรมปิดค่ายง่าย ๆ ที่ออกจากความคิดของ "พี่เจี๊ยบ" อีกนั่นแหละ

คือน้อง ๆ ทุกคนจะนำขนมขบเคี้ยวมาคนละ ๒ ชนิด  หรือ ๒ ถุง หรือ ๒ ห่อ

ห่อที่ ๑ มอบให้เพื่อน  ห่อที่ ๒ มอบให้พี่เจี๊ยบ

.

.ทุกคนจะต้องออกมาแสดงเหตุผลว่า  ทำไมจึงนำขนมชนิดนั้นมาให้เพื่อน  หรือให้พี่เจี๊ยบ

.

.จริงซีนะ  ก่อนที่เราจะให้อะไรใครสักอย่าง  เราจะต้องคิดว่าเขาต้องชอบ

.

.การให้  แม้จะเป็นเพียงขนมชิ้นเล็ก ๆ ก็ถือว่าเป็นการให้

.

.การให้สิ่งใดกับผู้อื่น  หมายถึงความเสียสละ  ตัดความเห็นแก่ตัวออกไป

.

."พี่เจี๊ยบ" ฉีกขนมทุก ๆ กล่อง  ทุก ๆ อย่าง  ใส่รวมในภาชนะเดียวกัน คลุกเคล้าให้เข้ากัน

กำมือแรก  ท่านรองผู้อำนวยการวุฒิชัย  มอบให้กับน้อง ๆ ไปทานเอง  หรือไปแจกเพื่อน

.

.กำมือที่ ๒ "พี่เจี๊ยบ" ป้อนน้อง ๆ ด้วยความรัก  และความปรารถนาดี

.

.ทานเข้าไปลูก..ทานให้หมด

.

.ทานให้อิ่ม....อย่าให้เหลือ

.

.อ้าปากหน่อยลูก..

.

.หลับตาพริ้มเชียวลูก..

.

.คนนี้ฟันเหล็ก  พี่เจี๊ยบป้อนให้ทีละชิ้น

.

.อ้าปากไว้ลูก...

.

.บรรจงป้อนอีกแล้ว...ฟันเหล็ก...

.

.อ้ากว้าง ๆ  อีกลูก

.

.ใส่เข้าไป...

"เจี๊ยบ..เบา ๆ หน่อย"..ท่านรอง ผอ. คิดในใจ

.

.และพี่เจี๊ยบจะขำ  เมื่อขนมหลุดจากปากน้อง

.

.คณะครูที่มาเป็นผู้ดูแลนักเรียน  ได้แต่นั่งมองอย่างใจระทึก

.

.สุดท้าย  ท่านรองผู้อำนวยการฯ ให้โอวาท  และกล่าวปิดค่าย

.

.ผู้เข้ารับการอบรม  จะได้รับเสื้อสามารถคนละ ๑ ตัว

.

.ท่านผู้รองอำนวยการฯ มอบให้ทุก ๆ คนด้วยมือของท่านเอง

.

.น้อง ๆ บูมให้กับคณะครูด้วยความเคารพ...

.

.

เสร็จสิ้นแล้ว  สำหรับการอบรมเตรียมตัวเพื่อไปทำงานด้านการแปรอักษรในการแข่งขันกีฬาแห่งชาติครั้งที่ ๔๒ ของลูกกรรณสูต  

น้อง ๆ เหล่านี้คือฟันเฟืองหลัก  ที่จะไปช่วยกันทำให้การแปรอักษรในสนามแข่งขันสุพรรณบุรี ดูยิ่งใหญ่ตระการตา

นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น  รายละเอียดต้องไปฝึกฝน  ไปทำงานในโรงเรียนอีกหลายเดือน  และขึ้นซ้อมในสนามจริงอีกหลาย ๆ ครั้ง

.

ผมนำเรื่องนี้มาเสนออย่างละเอียด  แม้จะเป็นเพียงจุดเล็ก ๆ จุดหนึ่งของสุพรรณบุรีเกมส์

แต่เป็นจุดที่น่าสนใจติดตาม  

เราเห็นการแข่งขันกีฬา  มักจะเห็นภาพรวมใหญ่ ๆ เช่นพิธีเปิด  พิธีปิด  

แต่กว่าจะยิ่งใหญ่ได้นั้น  จะต้องมีที่มาแตกต่างกัน

เงินทอง งบประมาณ  เป็นสิ่งจำเป็น  เป็นองค์ประกอบภายนอก  

แต่องค์ประกอบภายใน  คือจิตใจของแต่ละคน  จะต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่

จิตใจที่พร้อมจะทำงานเพื่อโรงเรียน  เพื่อจังหวัด  เพื่อประเทศชาติ  

เป็นสิ่งสำคัญมากเหลือเกินครับท่าน

.

.

.

๔๔๔๔

.

.

๕๕๕๕

.

 

โดย มะอึก

 

กลับไปที่ www.oknation.net