วันที่ เสาร์ สิงหาคม 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

แต่งตัวแบบนี้งัย ... ถึงได้ขึ้นเงินเดือน เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง !!!


เรื่องความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน

นอกจากผลงานที่ดีเด่นแล้ว

เรื่องของบุคลิกภาพการแต่งตัว

เสื้อผ้าหน้าผม รองเท้า กระเป๋า

ก็ต้องดูแลให้เหมาะสม

เพราะเป็นสิ่งที่บ่งบอกตัวตนของเรา

และยังมีส่วนสำคัญที่จะทำให้

คนที่พบเจอเกิดความเชื่อถือเรา

ผมจึงมักแนะนำลูกศิษย์อยู่เป็นประจำให้แต่งตัว

ไปทำงานโดยยึดหลัก 3 ถูก คือ ...

ถูกที่ ถูกเวลา และถูกคน

นั่นคือต้องรู้ว่าเราจะ

ไปสถานที่ไหน ช่วงเวลาอะไร  และไปเจอกับใคร

จากนั้นเราก็ต้องแต่งตัวให้ถูกกาละเทศะ

ก็จะทำให้คนที่พบเห็นยอมรับ และชื่นชมเรา

 

เด็กรุ่นใหม่บางคนไม่เข้าใจ

ก็มักจะบอกว่าคนรุ่นเก่าอย่างผมเรื่องเยอะ

คิดเยอะไปหรือเปล่า

เอาเป็นว่าเราไม่ควรมาเถียงกันว่าเยอะหรือไม่เยอะ

แต่ให้ถามตัวเองก่อนว่าเราต้องการอะไรเวลาไปทำงาน

เราอยากให้งานสำเร็จ ถูกใจลูกค้า ถูกใจเจ้านาย

ได้เงินเดือนขึ้น ก้าวหน้าในหน้าที่การงาน

 

ถ้าเขาถูกใจ พอใจเรา เขาก็อยากจ้างเรา

อยากทำงานกับเรา เพราะนอกจากผลงานดีแล้ว

เรายังเป็นคนที่ให้เกียรติสถานที่เขา ให้เกียรติตัวเขาด้วย

องค์กรแต่ละแห่งมีกฎระเบียบเรื่องการแต่งกายในที่ทำงาน

ถ้าเราสมัครใจไปทำงานกับเขาแล้ว

ก็ต้องยอมรับและปฏิบัติตามกฎกติกาของเขา

ถ้าเราไม่ชอบ ไม่พอใจ ก็อย่าไปว่าเขา

เราก็แค่ไปหาสถานที่ทำงานใหม่ที่

เขายอมให้เราแต่งตัวตามใจเราได้ ก็เท่านั้น

 

 

 

อยากฝากถึงน้อง ๆ เด็กรุ่นใหม่ Gen Y ว่า

ถ้าน้องทำงานอิสระ ทำงานอยู่กับบ้าน

ใช้แล็ปท็อปนั่งทำงานตามร้านกาแฟ  

ไม่ต้องเข้าออฟฟิศ หรือไม่ต้องไปพบเจอลูกค้า

เรียกว่าทำงานคนเดียวไม่เกี่ยวข้องกับใคร

จะแต่งตัวยังงัยก็ได้ ก็คงไม่มีใครว่า

หรือกรณีที่น้องทำงานกับคนรุ่นใหม่ หมายความว่า

ทั้งเจ้านาย ลูกค้า เพื่อนร่วมงาน และลูกน้องของน้อง เป็นคนรุ่นเดียวกัน

ที่คิดแบบเดียวกัน คือ ไม่สนใจเรื่องบุคลิกภาพการแต่งตัว

เน้นที่ผลลัพธ์อย่างเดียว แบบนั้นก็ไม่เป็นไร

แต่ถ้าตราบใดที่น้อง ๆ Gen Y ยังต้องทำงานกับคนต่างรุ่น

ที่มีวิธีคิด และความเชื่อแตกต่างจากน้อง

เราก็ควรจะปรับตัว เพราะยังงัยเราก็ต้องทำงานกับเขา

เราอยากได้เขาเป็นลูกค้า เราอยากให้เขาพอใจเรา

เพราะถ้าเราแต่งเนื้อแต่งตัวไม่ดูกาละเทศะ

ขัดหูขัดตาพวกเขา แล้วเราจะรุ่งได้อย่างไร

ยังงัยสุภาษิตไทยที่ว่า ...

"เข้าเมืองตาหลิ่ว ให้หลิ่วตาตาม"

ก็ยังคงใช้ได้อยู่

แม้แต่กูรูระดับโลกอย่าง เดล คาร์เนกี้ นักพูดและนักเขียน

เจ้าของหนังสือที่ขายดีทั่วโลก อย่าง "วิธีชนะมิตรและจูงใจคน"

ยังบอกไว้ในบทหนึ่งของหนังสือว่า ...

"ถ้าอยากได้น้ำผึ้ง ก็อย่าเตะรังผึ้ง"

หมายความว่าถ้าอยากได้อะไรจากใคร

ก็อย่าทำให้เขาโกรธ หรือไม่พอใจเรา

จากผลงานและบุคลิกภาพทั้งภายในและภายนอกของเรา

มีคนทำงานเก่ง ๆ หลายคนที่ผลงานดี

แต่บุคลิกภาพไม่ผ่าน ก็ไปได้เพียงในระดับหนึ่ง

อย่าลืมว่าคนเราเป็นสัตว์สังคม ต้องใช้ชีวิต

และทำงานร่วมกับผู้อื่น

เราไม่ได้อยู่คนเดียวบนโลกใบนี้

และยิ่งทุกวันนี้คนเรามีความหลากหลาย แตกต่างกันมาก

ฉะนั้นเรื่องของการปรับตัวจึงเป็นสิ่งสำคัญ

เรื่องบุคลิกภาพการแต่งตัวไปทำงานนั้น

เราไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงทุกอย่าง

จนไม่เหลือความเป็นตัวตนของเรา

แต่จงฝึกปรับตัวบางอย่างบ้าง

เพียงแค่รู้จักใช้หลัก 3 ถูก ... ถูกที่ ถูกเวลา และถูกคน

อย่างเหมาะสม เราก็จะเป็นคนที่หลายคน

อยากคบหาสมาคม อยากร่วมงาน และ

เมื่อผนวกกับผลงานที่ดีของตัวเรา

ก็จะทำให้เราก้าวหน้าในหน้าที่การงานได้ไม่ยากครับ

 

โดย Pro.Trainer

 

กลับไปที่ www.oknation.net