วันที่ พุธ กันยายน 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

"ความปลอดภัยของลูกผู้หญิงในสถานปฏิบัติธรรมมีหรือไม่? อย่างไร??


 
 
บันทึกนี้จากเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นแล้ว เมื่อกลางดึกวันที่ 1 ก.ย. 2556 ณ เวลาเที่ยงคืนกว่า ที่ผานิพพาน ภูผาชัน ซึ่งเรื่องราวอาจจะยาวหน่อย ขอท่านทั้งหลายโปรดอ่านให้จบเถิด หากท่านจะเมตตาเป็นกระบอกเสียง บอกกล่าวต่อๆ ไป จักเป็นพระคุณยิ่ง เพื่อการก่อให้เกิดแนวทางในการปรับปรุงแก้ไขในเรื่องความปลอดภัยในสถานธรรมต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสืบต่อไปค่ะ
 
ท่ามกลางความสงบเงียบของสถานธรรมที่ผู้ใฝ่หาความสงบสุขจากธรรมชาติในสถานที่อันเป็นสิริมงคลแห่งนี้ ถ้าผู้เขียนไม่อยู่ในเหตุการณ์นี้ คงไม่เชื่อว่าสังคมเราทุกวันนี้มันแย่ขนาดนี้เชียวหรือ แม้แต่ในวัดอันเปรียบได้ดั่งบ้านของพระพุทธเจ้าก็ไม่มีเว้นเชียวหรือ
 
มันช่างชัดเจนดีแท้กับธรรมนี้ของแม่ชีที่ชอบบอกเสมอว่า "ไม่มีที่ใดในโลกนี้จะปลอดภัยนอกจากนิพพาน ฉะนั้นจงอย่าประมาทหากเรายังอยู่ในวัฏฏะสงสารนี้"
 
คืนนั้นแม่บอกว่าให้นอนในห้อง ไม่ต้องไปอยู่ที่หน้าผาพระใหญ่เพราะกลัวฝนและลมจะมา ตกกลางดึกในห้องนอนผู้เขียนได้ยินเหมือนคนรื้อของ คงไม่ใช่เสียงหนู และไม่ใช่สุมิธแน่นอน เพราะตอนนั้นเสียงของสุมิธกำลังสวดมนต์ดังก้องทั่วทั้งภูเขาบนศาลาชั้น2 แม่ชีจึงร้องถามออกไปว่าใคร? มาทำอะไร??
 
เสียงอ้อแอ้คล้ายคนเมา ตอบกลับมาท่ามกลางความมืดว่า "หามาม่าไปต้ม" แม่ชีเข้าใจว่าเป็นคนขับรถของพระที่อยู่ด้านล่าง จึงเปิดประตูออกไปบอกว่าไม่มีบนนี้ มาม่าอยู่ที่ครัว เท่านี้เอง หนุ่มขี้เมาคนนั้น (เป็นจรทางมาขออาศัยพัก กิน อยู่ กับพระทางด้านล่าง) เขาก็ถลาเข้าหาแม่ชีพร้อมพูดว่า "ข้อยฮักเจ้าเด้ ข้อยมานี้เพราะข้อยฮักเจ้าเด่ะ". พ่ะนะ ซึ่งผู้เขียนแอบนั่งฟังอยู่ด้วยในมุมมืด
 
แม่จึงรีบปิดประตูพร้อมตะโกนออกไปบอกว่า ให้ลงไปด้านล่างซะ ไม่เช่นนั้นแม่จะเรียกเจ้าหน้าที่นะ เขาเลยบอกว่าเขาจะไปที่ถ้ำ แม่บอกว่าไปที่นั่นไม่ได้เป็นการรบกวนผู้ปฏิบัติ เพราะตอนนั้นมีผู้มาปฏิบัติธรรมที่ถ้ำ 2 ท่าน
สักพักได้ยินสุมิธคุยกับหนุ่มขี้เมาคนนั้น แต่คงไม่รู้เรื่องกัน สุมิธจึงร้องบอกให้แม่อยู่ในห้องไม่ต้องออกมา ผมกำลังติดต่อไปทางป้อมตำรวจที่ ต.ตะขบ ซึ่งขณะนั้นผู้เขียนได้แต่นั่งฟังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทางเสียงเป็นระยะๆ
 
ครู่ใหญ่เห็นแสงไฟฉายจากพระด้านล่าง 2 รูป มาหิ้วปีกหนุ่มขี้เมาคนนี้ลงไปด้านล่าง สักพักได้ยินเสียงรถยนต์เข้ามาคาดว่าคงจะเป็นรถตำรวจแล้วขับออกไปจากบริเวณวัด อีกสักแป๊บมีเสียงเอะอะโวยวายเหมือนมีเรื่องราวกันทางด้านล่าง แล้วก็มีเสียงรถยนต์วิ่งออกไปอีก พอรุ่งเช้าผู้เขียนได้สอบถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับสุมิธได้ความว่า
 
"เมื่อคืนพอตำรวจเขามาสอบถาม พระบอกว่าไม่มีอะไร เหตุการณ์ปกติดี ทุกคนที่นี่นอนหลับกันแล้ว ตำรวจเลยเหว๋อขับรถกลับไป สุมิธเลยเสียความรู้สึกขนาดหนักที่ไม่มีใครเห็นความสำคัญของเหตุการณ์นี้ที่เกิดขึ้นภายในวัดและหมดศรัทธาในตัวพระที่ออกมาปกป้องคนประเภทนี้ พอหนุ่มขี้เมาเห็นพระเข้าข้างตัวก็ขี้โอ่ใหญ่ พูดพร่ามลามปามไปจนสุมิธขันแตกแบบมีสติ จึงได้สั่งสอนธรรมรูปแบบใหม่ให้หนุ่มขี้เมาคนนั้นไปในแบบเฉพาะตัวถึงขั้นหามกันส่ง รพ. ในกลางดึกคืนวันนั้น"
 
จากเหตุการณ์นี้ที่เกิดขึ้น ผู้เขียนในนามของผู้ปฏิบัติธรรมหน้าใหม่ที่ยังไม่ประสีประสา แต่มีศรัทธาเป็นที่ตั้ง จึงอยากขอความเมตตาเรียนถามท่านผู้รู้ ผู้ดูแลรับผิดชอบในเส้นทางสายธรรมนี้ว่า
 
1. เราจะรู้ได้อย่างไรว่าพระภิกษุที่มาประจำพรรษาในวัดนั้นๆ เป็นพระจริงหรือพระปลอม ผ่านการบวชมาอย่างถูกต้องหรือเปล่า?  มีตำรวจพระเข้ามาสอดส่อง ตรวจสอบความเป็นพระหรือไม่ อย่างไร??
 
ที่ผู้เขียนถามแบบนี้ ด้วยตระหนักถึงภัยของลูกผู้หญิง ผู้ซึ่งมีศรัทธาและความตั้งใจอยากมาอาศัยภายใต้ร่มเงาชายคาบ้านของพระพุทธเจ้า ที่ผานิพพานแห่งนี้ด้วยเห็นว่าเป็นสถานที่อันสงบ คงความเป็นสัปปายะอย่างสมบูรณ์ จึงได้ตัดสินใจมาปฏิบัติธรรมกับคุณแม่ชีอำพร ที่นี่ เพราะปกติบนเขานี้ก็มีผู้ปฏิบัติที่อยู่ประจำ เป็นผู้หญิงแค่ผู้เขียนกับแม่ชีและอีกท่านคือแม่โอ๋ซึ่งท่านก็มาเป็นครั้งคราว
 
2. ในกรณีที่วัดจะรับคนนอกเข้ามาอาศัยอยู่กินภายในวัด ต้องทำการตรวจสอบบุคคลนั้นๆ หรือต้องแจ้งต่อหน่วยงานใดที่เกี่ยวข้องหรือไม่? อย่างไร?? เพื่อรับรองว่าบุคคลนั้นไม่ใช่ผู้ต้องหาในคดีใด หรือเป็นผู้กำลังหลบหนีคดี ที่เป็นภัยต่อสังคมแล้วมาอาศัยวัดอยู่เพื่อเป็นเกราะกำบัง
 
3. หากมีการดื่มสุราของมึนเมาภายในวัดหรือสถานธรรม อันเป็นเหตุรบกวนต่อผู้ปฏิบัติ เราๆท่านๆ หรือญาติธรรมที่พบเห็นสามารถแจ้งหน่วยงานไหนได้อีกนอกจากผู้ดูแลสถานที่นั้นๆ ที่ไม่มีความสามารถจะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ได้
 
สุดท้ายนี้ผู้เขียนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเหตุการณ์นี้ที่เล่ามาจักก่อเกิดประโยชน์ในแนวทางเรื่องความปลอดภัยในสถานธรรมสืบต่อไป ซึ่งเป็นจุดประสงค์หลักในการเขียนบันทึกเหตุการณ์ในครั้งนี้ค่ะ
 
จากลูกสาวตาสูน

 

โดย ลูกสาวตาสูน

 

กลับไปที่ www.oknation.net