วันที่ ศุกร์ กันยายน 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

คนไทยรู้ทันใครมากกว่ากันระหว่าง คุณทักษิณ กับคุณอภิสิทธิ์ ?


เมื่อไม่นานมานี้ ในระหว่างพักเบรคช่วงเช้า

ผมได้พูดคุยกับลูกศิษย์สองคนที่มาฝึกอบรมหลักสูตร

"ทักษะการนำเสนออย่างมืออาชีพ"  

พวกเขาเป็นคนสนุกสนาน ชอบคุยเรื่องการเมือง

เป็นคอการเมืองทั้งคู่ ติดตามข่าวการเมืองทุกวัน

ฟังดูเหมือนทั้งคู่รู้เรื่องการเมืองมาก

เล่าเบื้องหน้าเบื้องหลัง รู้เท่าทันนักการเมือง

ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล

ผมไม่เก่งเรื่องการเมือง ก็เลยได้แต่ฟัง

ไม่กล้าวิพากษ์วิจารณ์เพราะไม่ได้รู้จริง

ผมติดตามข่าวแบบชาวบ้านทั่วไป

สื่อมวลชนนำเสนอข่าวมาแบบไหนก็รับรู้แบบนั้น

ไม่มีญาติพี่น้อง หรือคนสนิทขิดใกล้ทำงานการเมือง

และก็ไม่มีเพื่อนทำงานเป็นนักข่าวสายการเมือง

 ก็เลยต้องอาศัยติดตามดูข่าวทางทีวี

อ่านตามหน้าหนังสือพิมพ์

และอ่านตามสื่อสังคมออนไลน์

แต่ก็ไม่รู้ว่าข่าวไหนจริง ข่าวไหนเท็จ

เพราะบางทีติดตามข่าวเดียวกัน จากสื่อช่องทางต่าง ๆ

ก็ได้ข้อมุลหรือแง่มุมแตกต่างกัน

จนไม่รู้ว่าความจริงคืออะไรกันแน่

วันนั้นลูกศิษย์สองคนวิพากษ์วิจารณ์

นักการเมืองกันแบบรู้ตื้นลึกหนาบางมาก ๆ  

ก็เลยถามทั้งสองคนไปว่าเรื่องที่พูดคุยกันอยู่นี้

มั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ไหมว่ามันเป็นเรื่องจริง

ทั้งคู่ตอบว่าค่อนข้างมั่นใจแต่ไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์

ถามต่อ ว่าทำไมล่ะ ?

เขาตอบว่าฟังคนอื่นเขาเล่ามาอีกที

ไม่ได้เห็นหรือได้ยินด้วยตัวเอง

... จากนั้นก็ได้เวลาเข้าห้องฝึกอบรมต่อ

วันนั้นเป็นวันที่สองของการอบรม

ลูกศิษย์แต่ละคนจะออกมาฝึกนำเสนอหน้าห้อง

ผมให้เวลาคนละ 10 นาที

โดยให้นำข้อดีข้อด้อยของตัวเองที่ผมให้ feedback

 จากการนำเสนอรอบแรกเมื่อวานไปปรับปรุงพัฒนา

มานำเสนอใหม่เป็นรอบที่สองวันนี้

ปรากฎว่าส่วนใหญ่ทำได้ดี มีพัฒนาการ

หลายคนแก้ไขข้อบกพร่องของตัวเองได้ดี

บางคนก้าวหน้ามากกว่าวันแรกอย่างเห็นได้ชัด

แต่มีอยู่สองคนที่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรมากนัก

นั่นคือลูกศิษย์คอการเมือง ที่ชอบวิจารณ์นักการเมือง

ช่วงเย็นก่อนกลับบ้านผมขอคุยกับทั้งคู่  

และสอบถามพวกเขาว่าเกิดอะไรขึ้น

ทำไมการนำเสนอของเขาถึงออกมาไม่ดี

ไม่มีพัฒนาการเหมือนคนอื่น ๆ

ทั้งคู่ตอบเหมือนกันว่า งานยุ่งมาก

เมื่อวานหลังเลิกอบรมก็กลับไปทำงานต่อที่ออฟฟิศ

ไม่มีเวลาหาข้อมูล เลยไม่ได้แก้ไขงานการนำเสนอของเก่า

ผมถามทั้งคู่ว่ารู้มั้ยว่าอาจารย์ให้ทำการบ้านมาล่วงหน้า

ก่อนเข้าอบรมหลักสูตรนี้

เขาตอบว่ารู้

ผมถามต่อไปว่าทราบก่อนวันอบรมนานไหม

ทั้งคู่ตอบตรงกันว่า หนึ่งสัปดาห์ ...

จากนั้นผมก็เลยให้ Feedback กับลูกศิษย์สองคนนี้ไปว่า

วันหน้าวันหลังอย่าทำแบบนี้

ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน หรือการฝึกอบรม

ที่ไหน เมื่อไหร่ กับใครก็ตาม

ต้องมีความรับผิดชอบมากกว่านี้

อย่าอ้างว่าไม่มีเวลา งานยุ่ง ฝนตก รถติด อะไรเทือกนี้

เพราะผู้เข้าอบรมคนอื่น ๆ ที่ทำงานในองค์กรเดียวกัน

มาอบรมหลักสูตรเดียวกันกับเรา

เขาก็งานยุ่งกันทั้งนั้น

แต่คนเหล่านั้นเขารับผิดชอบ

นำสิ่งที่ได้รับคอมเม้นต์ไปปรับปรุงการนำเสนอให้ดีขึ้น

แต่น่าเสียดายมาก

ที่เราสองคนกลับไม่ให้โอกาสพัฒนาตัวเอง

จริง ๆ ทั้งคู่ดูเป็นคนรอบรู้

จากการที่ผมฟังเรื่องเล่าเกี่ยวกับการเมือง

นักการเมือง เรื่องของนายกฯ อดีตนายก

และหัวหน้าฝ่ายค้าน แบบรู้ลึกรู้จริง

แต่สิ่งที่อยากฝากให้ไปคิดต่อก็คือ ...

นอกจากจะรู้ทันเรื่องของคนอื่น เรื่องของนักการเมืองแล้ว

อยากให้รู้เท่าทันตัวเองด้วย

คนเราจะเก่งขึ้นได้ ก็ด้วยการปรับปรุงพัฒนา

ความสามารถในการทำงานในหน้าที่

ในระหว่างการฝึกอบรมพวกเราต้องรู้หน้าที่

ทำหน้าที่ของตัวเองในฐานะผู้เรียนให้ดีที่สุด

ในการทำงานก็ต้องทำงานของตัวเราเองให้ดีที่สุดก่อน

ตราบใดที่เรายังทำหน้าที่ตัวเองได้ไม่ดี

อย่าเที่ยวเอาเวลาไปวิพากษ์วิจารณ์คนอื่น

ไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง หรือใครก็ตาม

ควรเอาเวลามาปรับปรุงพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น เก่งขึ้น

แล้วผมก็พูดประโยคสุดท้ายให้ลูกศิษย์ไปว่า ...

" บางครั้งการรู้ทันตัวเองอาจสำคัญกว่าการรู้ทันคนอื่นนะครับ "

 

โดย Pro.Trainer

 

กลับไปที่ www.oknation.net