วันที่ ศุกร์ กันยายน 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

แก๊งรักการกิน...พาบุกที่ทำการอำเภอใจ


แก๊งรักการกิน...พาบุก"ที่ทำการอำเภอใจ" 

 

วันนี้..."แก๊งรักการกิน" พาตะลอนไปไกลถึงพุทธมณฑลสาย 2     ไปชิมอาหารไทยรสเด็ดจัดจ้าน ที่ร้านอาหารที่มีชื่อ

ยังกับหน่วยงานราชการ  นั่นคือร้าน  "ที่ทำการอำเภอใจ"    

หน้าร้าน "ที่ทำการอำเภอใจ"

ร้านตั้งอยู่บริเวณริมถนน ตรงสุดถนนพุทธมณฑลสาย 2  ที่เชื่อมต่อกับย่านศาลาธรรมสพน์   ขับรถมาหรือนั่งรถมา

มองซ้ายมือไว้เกือบสุดถนน จะเห็นทางแยกเลี้ยวซ้าย มีป้ายบอกชื่อถนนศาลาธรรมสพน์  คุณจะเห็นเสาสูงป้ายเขียว 

บอกชื่อร้าน "ที่ทำการอำเภอใจ" อยู่ตรงหัวมุมทางแยกพอดี   เลี้ยวซ้าย แล้วเลี้ยวขวาลงมาหาที่จดรถได้เลย...   

เดินตามทางเดินเข้ามา 

จะพบว่า ร้านนี้ร่มรื่นกว้างขว้าง   มีโต๊ะให้นั่งหลายมุม  โต๊ะติดทะเทสาบเล็ก ๆ  เหมาะในช่วงเย็น ๆ 

หรือเลือกนั่งตามซุ้มก็มีอยู่หลายซุ้ม

 

 

 

 

 

 บ่าย ๆ แบบนี้ขอนั่งในตัวร้านละกัน

 

 "ที่ทำการอำเภอใจ"   ชื่อร้านแปลกแหวกแนวจนอดถามที่มาของชื่อร้านไม่ได้    คุณปลา ผู้จัดการร้านเล่าให้ฟังว่า    เนื่องจากต้องการทำร้านอาหารให้มีบรรยากาศสบาย ๆ เหมือนเรานั่งข้าวที่บ้านตัวเอง หรือบ้านเพื่อนสนิท   และไม่อยากให้ร้านมีชื่อนำหน้าว่า"สวนอาหาร" หรือ "ร้านอาหาร"  จึงมีการประกวดการตั้งชื่อร้านกันในหมู่ทีมงาน และชื่อที่ชนะก็คือ  "ที่ทำการอำเภอใจ"   และร้านนี้เปิดมา 4 ปีแล้ว 

 

 

เนื่องจากเจ้าของร้านเคยเป็น Art Director ให้กับกองถ่ายภาพยนต์หลาหลายเรื่อง มีข้าวของที่เหลือจากกองถ่ายฯ จะทิ้งไปก็กระไรอยู่   พอทำร้านอาหารก็เลยเอาของพวกนั่นมาตกแต่ง ซึ่งก็เข้ากับบรรยากาศของร้าน... 

 ม้านั่งยาวตลอดแนวระเบียงของร้าน

ทางร้านใช้ของเก่ามาตกแต่งร้าน  ไม่ว่าจะเป็นแผ่นไม้เก่า  เหล็กดัด  ทำให้ร้านดูโปร่งโล่ง

 

 

 

หน้าต่างเก่า ลูกกรงระเบียงไม้

 

 

 ของเก่าต่าง ๆ ที่ตกแต่งร้าน

ด้านในนี้มีที่นั่งแบ่งเป็น 2 โซนด้วยกัน

 

ด้านในสุด  ก็น่านั่ง  

 

ที่ร้านมีของเล่น มีดินสอสี ไว้ให้เด็ก ๆ เล่นด้วย

 เดินสำรวจสถานทีจนเป็นพอใจแล้ว  คุณปลายังใจดีให้บุกสำรวจห้องครัวได้ด้วย  งานนี้ล้วงลับตับลึกกันเลยทีเดียว  

ถึงแม้นห้องครัวจะไม่ใหญ่มากมาย แต่ดูโปร่งไม่อับทึบ ดูการจัดวางข้าวของเครื่องใช้เป็นระเบียบเรียบร้อย สะอาดตา  และไม่มีการหวงสูตรกันเลยงานนี้   แม่ครัวใหญ่ใจดีของ"ที่ทำการอำเภอใจ" ควงตะหลิว ควงกระทะ โชว์ฝีมือ  2  เมนูด้วยกัน..  นั่นคือ  "สะตอผัดเคยหมู" และ "แกงป่าปลาคัง"

 

"สะตอผัดเคยหมู"

ส่วนประกอบ สะตอ เนื้อหมู  หอมหัวใหญ่ซอย  (กะปิ)เคย พริก กระเทียม  

"แกงป่าปลาคัง"
ส่วนผสม มะเขือเปราะ ข้าวโพดอ่อน ฟักทอง เห็ดฟาง ปลาคัง กระชายซอย พริกแดง ใบมะกรูด ใบกระเพรา และพริกแกงเผ็ด

เนื้อปลาคัง  

 แม่ครัวใหญ่ใจดีของเรา กำลังโชว์ฝีมือผัดสะตอผัดเคยหมู  

เริ่มจากผัดพริก, กระทียมที่โขลกหยาบ ๆ และ(กะปิ)เคยให้หอม  ใส่เนื้อหมูลงไปผัดจนเนื้อหมูสุก ใส่สะตอลงผัด

และตามด้วยหอมหัวใหญ่ซอย ปรุงรสด้วยซีอิ้วขวา  ผัดให้เข้ากันพอหัวหอมสุก ก็ตักขึ้นใส่จาน 

เป็นไงนะหน้าตา "สะตอผัดเคยหมู"  หน้าตาน่าหม่ำมาก 

"แกงป่าปลาคัง"

เริ่มจากผัดพริกแกงและพริกสดโขลกเพิ่มในหม้อให้หอม  ที่สำคัญคือผัดโดยไม่ใช้น้ำมัน   เติมน้ำซุปเล็กน้อยให้ได้น้ำแกงขลุกขลิก พอน้ำแกงเดือดพล่านใส่เนื้อปลาคังลงไป  พอเนื้อปลาสุก เริ่มใส่ผักต่าง ๆ ที่เตรียมไว้ลงไป สลับกับการเติ่มน้ำซุปเพิ่มจนได้ปริมาณที่ต้องการ  ปรุงรสด้วยน้ำปลาเท่านั่นเอง  ดูจนผักสุกดีใส่กระชายซอยและใบกระเพราลงไป  เป็นอันเสร็จ

"แกงป่าปลาคัง" สีสันจัดจ้านในหม้อไฟ   เห็นแล้วก็นึกรำพึงรำพันในใจ.."จะไหวไม่เรา"...เราไม่ใช่คนกินเผ็ดซะด้วย   แต่กลิ่นใบกระเพราและเครื่องแกงหอมมาก ยั่วน้ำลายจริง ๆ 

 

ออกจากห้องครัวมานั่งรอที่โต๊ะ  ถึงเวลาชิมกันแล้ว..

 "เกี๊ยวบุก"
เริ่มจากเมนูเรียกน้ำย่อย ของทานเล่น "เกี๊ยวบุก"  แป้งเกี๊ยวตัดเป็นชิ้นเล็กพอคำ ทอดกรอบ ทานคู่กับเนื้อหมูสับผัดแห้งปรุงรสแบบเครื่องก๊วยเตี๋ยวต้มยำ ใส่ถั่วลิสงคั่ว ปรุงรส เปรี้ยว เค็ม หวาน  พอดีกลมกล่อม  เผ็ดเล็กน้อย  แต่จะจี๊ดจ๊าดมากตอนเจอพริกขี้หนูซอย  

"เกี๊ยวบุก"  สนุกกับการตัดหยอดเข้าปาก..  แผ่นเกี๊ยวทอดกรอบมาก  เลยได้เคล็ดลับจากคุณปลา ว่าแผ่นเกี๊ยวที่ใช้ต้องเป็น "แผ่นเกี๊ยวสำหรับทอด"  เท่านั้น เมื่อทอดแล้วจะกรอบนาน  ถ้าเป็นแผ่นเกี๊่ยวที่ห่อทำเกี๊ยวน้ำ  เอามาทอดก็จะกรอบอยู่ไม่นาน  

มิน่าล่ะ...  เราเคยทอดแผ่นเกี๊ยวเอง ไม่กรอบนาน เพราะตอนซื้อแผ่นเกี๊ยวไม่ได้ดูว่าเป็นแผ่นเกี๊ยวสำหรับทำอะไร เห็นว่าเป็นแผ่นเกี๊ยวก็คว้าเอามาก่อน

 

"ปอเปี๊ยะ ป๊อบอาย"

ของทานเล่นอีกอย่าง  ที่เรียกว่า "ปอเปี๊ยะ ป๊อบอาย" เพราะไส้ในเป็นผักโขมสดผัดกับชีสให้เข้ากัน นำไปห่อด้วยแป้งปอเปี๊ยะ แล้วนำไปทอดในน้ำมันร้อนจัด  ทำให้ได้ "ปอเปี๊ยะ ป๊อบอาย"  ที่เหลืองกรอบไม่อมมน้ำมัน  เสริฟพร้อมน้ำจิ้มคล้าย ๆ น้ำจิ้มไก่ เผ็ดเปรี้ยวหวานนิด ๆ   สำหรับคนที่ชอบผักชอบชีส  เมนูนี้ ทานเพลินกันเลยทีเดียว กรอบนอก นุ่มใน  ไม่ต้องจิ้มน้ำจิ้มก็อร่อย 

 

 "กุ้งวาซาบิ" 

ขอยกให้เป็นเมนูแนะนำ  เมนูเด็ดที่ต้องลอง.... โดยส่วนตัวเป็นคนชอบวาซาบิ  จานนี้ได้ใจไปเต็ม ๆ  ค่ะ..

มีเครื่องเคียงเป็นก้านคะน้า หัวหอมเจียว และกระเทียมดิบ

 

 

 

 "กุ้งวาซาบิ" 

  วาซาบิผสมกับน้ำยำราดบนตัวกุ้งจนชุ่มโชก ทานคู่กับ  ก้านคะน้ากรอบ ๆ เย็น ๆ  กระเทียมฝานบาง ๆ หัวหอมเจียว  มันเข้ากันมาก ๆ  ขณะที่เคี้ยวอยู่คุณจะได้กลิ่นวาซาบิอ่อน ๆ อยู่ในปาก และความเผ็ดของวาซาบิขึ้นที่จมูก     เผ็ด จัดจ้าน แล๊บขึ้นสมองกันเลยทีเดียว  และวาซาบิที่ใช้ปรุง ทางร้าน "ที่ทำการอำเภอใจ" ใช้วาซาบิสดในการปรุง  ทำให้ได้รสและกลิ่นของวาซาบิอย่างเชัดเจน

 

 

Pic Cr :  Bg. สายลมที่ผ่านมา

"แกงป่าปลาคัง"  รสชาติเหมือนคุณแม่ทำให้ทาน

ตอนที่เห็นใส่พริกสดที่โขลกเพิ่มลงไปในพริกแกง  คิดว่าตายแน่ ๆ  เผ็ดชัวร์   แต่พอได้ทาน กลับเผ็ดไม่มากอย่างที่คิด   เนื้อปลาไม่เละ ไม่คาว ผักสุกได้ที  รสชาติกำลังดี  ทำให้นึกถึง"แกงป่าฝีมือคุณแม่"ขึ้นมาตะหงิด ๆ  

ทานคู่กับข้าวสวยร้อน ๆ  หรือจะซดแก้เมาก็ไม่เลวนะสำหรับ "แกงป่าปลาคัง" หม้อนี้   ถ้าไม่ชอบทานเนื้อปลา เปลี่ยนเป็นเนื้อไก่ หรือเนื้อหมู ได้

  

"คอหมูย่างยอดมะพร้าว"

จานนี้..เหมาะสำหรับทานแกล้มกับเหล้าเบียร์จริง ๆ   คอหมูย่างนุ่ม ๆ ราดด้วยน้ำยำรสชาติเผ็ดเปรี๊ยวจี๊ดจ๊าด  

ทานคู่กับเนื้อยอดมะพร้าวอ่อน ๆ ฝานบาง ๆ ลวกที่ลองใต้คอหมูย่างมาด้วย  เป็นอะไรที่เข้ากันมากอย่างไม่น่าเชื่อ    

เมนูนี้เกิดจากลูกค้า อยากลองทานยอดมะพร้าวกับเมนูนี้  และทางร้านมียอดอ่อนมะพร้าวอยู่แล้วก็เลยลองทำให้ลูกค้าทาน  เป็นที่ถูกปากและถูกใจลูกค้าเป็นอย่างมาก  ทำให้ "คอหมูย่างยอดมะพร้าว" เป็นเมนูแนะนำอีกเมนูหนึ่ง

 

 

 "สะตอผัดเคยหมู"
สะตอที่ผัดแค่สลดยังคงเขียวสดและกรุบ ๆ ไม่เหม็นเขียว  รสนวลด้วยเคยที่ผัด มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ  หอมหัวใหญ่ที่ใส่ลงไปช่วยเพิ่มความหวานให้จานนี้ได้  

 

 

"ข้าวผัดเนื้อเค็ม"

เคยเจอแต่ข้าวผัดปลาเค็ม  พึ่งจะเจอเมนูนี้เหมือนกัน  เราไม่ทานเนื้อวัวเลยไม่ได้ชิม  แต่เห็นหน้าตาเม็ดข้าวที่ผัดจนแห้งเป็นเม็ดสวย ผักคะน้าดูเขียวสด  และดูลักษณะเม็ดข้าวน่าจะเป็นข้าวที่นุ่ม ๆ หนึบ ๆ เคี้ยวกันเพลิน  

อย่างที่ว่า.. รูปร่างหน้าตาดีมีชัยไปกว่าครึ่ง  เข้ากับ"ข้าวผัดเนื้อเค็ม"จานนี้เลย...

 

 

 

"งานเลี้ยงหน้าหน้าเภอ"

ชื่อเมนูเก๋ไก๋เข้ากับคอนเซ็ปชื่อร้าน.... รับประกันความอร่อยแบบ 2 IN 1  สองอย่างในจานเดียว  สองรสชาติในปลาตัวเดียว  นั่นคือปลากระพง-พริกไทยดำ และ ปลากระพง-ยำมะม่วง   โดยเมนูนี้ใช้ปลากระพงสด หนักประมาณ 7 ขีด  แบ่งครึ่งซีก แล้วแล่เนื้อปลาหั่นเป็นชิ้น ๆ พอคำนำไปทอดกรอบ แล้วแบ่งเนื้อปลาที่ทอดแล้วเป็นสองฝั่ง  ผัดพริกไทยดำ  และยำมะม่วงราดทับ

 

 "งานเลี้ยงหน้าอำเภอ"  ปลากระพง-พริกไทยดำ 

 พริกหวาน หอมหัวใหญ่ ต้นหอมขึ้นฉ่าย ผัดรวมกัน ปรุงรสออกหวาน ๆ เค็ม ๆ เผ็ดและหอมพริกไทยดำ  นำมาราดบนเนื้อปลากระพงทอดกรอบ    เนื้อปลาทานเข้ากับพริกหวานที่กรุบกรอบได้เป็นอย่างดี

 

  "งานเลี้ยงหน้าอำเภอ"  ปลากระพง-ยำมะม่วง

ในยำมะม่วงมีตะไคร้ซอยผสมอยู่ด้วย  รสชาติเปรี้ยวหวานพอดี เผ็ดเล็กน้อยและได้ความหอมของตะไคร้  เมื่อทานรวมกับเนื้อปลากระพงทอด ทำให้ตักทานเล่นเพลิน ๆ ได้เลย    

ความสดอร่อยของ "งานเลี้ยงหน้าหน้าเภอ"  จึงเป็นอีกเมนูที่ขึ้นชื่อของร้าน 

 ปรกติเราเป็นคนไม่ชอบทานอาหารที่เผ็ดมาก  แต่วันนี้เมื่อลองทานแต่ละเมนูที่นำเสนอมา  ต้องบอกว่า "ถึงจะเผ็ดแต่อร่อยมาก.."  เราเพลิดเพลินกับอาหารตรงหน้า ไม่ว่ารสชาติ หรือหน้าตา  บรรยากาศของร้านและความเป็นกันเองของพนักงาน  บริการที่น่าประทับใจ  

ถึงจะไกลไปนิดจากบ้านตัวเอง  แต่ถ้าอร่อยยังนี้  สมควรแล้วที่ดั้นด้นมาลองลิ้มชิมรส     และถ้าได้ผ่านทางย่านพุทธมณฑล สาย 2 อีก   "ที่ทำการอำเภอใจ"  จะต้องเจอกับเราอีกครั้งแน่นอน..

ถ้าไปไม่ถูก โทร. ถามที่เบอร์ 02-8852981  วันธรรมดา เปิด 16.00 - 23.00 น.  เสาร์-อาทิตย์ 11.00 - 23.00  น.

ปิดทำการทุกวันอังคาร

 


   Joy'Gangster

 

Thailand Blog Awards ตามไปโหวตได้ที่ลิ้งค์นี้

http://www.thailandblogawards.com/entry/view/349

 Food Blog : คุโรดะ/ที่ทำการอำเภอใจ/สเต๊กเนื้อ

โดย JoyGangster

 

กลับไปที่ www.oknation.net