วันที่ ศุกร์ กันยายน 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

รื้อทิ้ง..อุโบสถธรรมชาติ..แล้วสวนโมกข์..จะเหลืออะไร


รื้อทิ้ง..อุโบสถธรรมชาติ..แล้วสวนโมกข์..จะเหลืออะไร

          ไม่ทราบมาก่อนเหมือนกัน..แนวคิดปรับภูมิทัศน์สวนโมกข์  มาจากแนวคิดอะไร..ใครเป็นคนคิด..และบังอาจรื้อทิ้งอุโบสถธรรมชาติบนเขาพุทธทอง...แนวคิดและต้นแบบการทวนกระแสวัตถุนิยม ของการก่อสร้างอุโบสถที่สร้างด้วยวัสดุราคาแพงที่มีอยู่เต็มบ้านเต็มเมือง..ท่านพุทธทาส นำแนวคิดอุโบสถธรรมชาติสมัยพุทธกาล มาใช้ให้เป็นตัวอย่าง  และปลุกกระแสการศึกษาแก่นธรรม นำคนออกจากการลุ่มหลงวัตถุนิยม  หันมาประพฤติปฏิบัติที่ขัดเกลาจิตใจ ให้เป็น พุทธะ ผู้รู้  ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน มาตลอด ๘๐ ปี ของการก่อตั้งสวนโมกข์  ที่ ท่านพุทธทาส เพียรพยายามสร้างมาตลอดชีวิตของท่าน...ต่อแต่นี้จะเหลือเพียงตำนาน  เพราะจิตวิญญานของสวนโมกข์ ได้ถูกทำลายลงแล้วอย่างน่าเสียดาย

จากเพื่อนสวนโมกข์ถึงเพื่อนสวนโมกข์

August 25, 2013 at 10:03am

เรียน เพื่อนสวนโมกข์ทุกท่าน

 

จดหมายถึงเพื่อนสวนโมกข์ฉบับนี้ เขียนถึงกัลยาณมิตรของสวนโมกขพลาราม เพื่อแจ้งข่าวให้ทราบถึงทิศทางของสวนโมกข์ที่กำลังเดินออกไปจากสิ่งที่ท่านพุทธทาสได้วางไว้ในอดีต....

 

สถานการณ์ภายในวัดสวนโมกข์ทุกวันนี้ไม่สู้ดีนัก สงฆ์แตกออกเป็นสองกลุ่มจากการตั้งเจ้าอาวาสคนใหม่มาแทนเจ้าอาวาสคนเก่า  แม้ท่านสุชาติ เจ้าอาวาสคนใหม่ จะเป็นที่ชื่นชอบและเคารพนับถือของคนจำนวนไม่น้อย แต่เนื่องจากท่านออกจากวัดไปเป็นเวลานาน อีกทั้งยังไม่มีทักษะความเป็นผู้นำและความสามารถในการเข้ามาบริหารจัดการวัด หลังจากท่านเข้ามารับตำแหน่งแทนอ.โพธิ์ สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ สวนโมกข์เกิดการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ โดยท่านทองสุข ธมมวโร พระมหาเถระซึ่งมีบทบาทในการสร้างงานหลายๆชิ้นของสวนโมกข์ในอดีต หลังจากที่ไม่มีส่วนร่วมกับวัดเป็นเวลานานกว่า ๒๐ ปี ได้เข้ามาสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับสวนโมกข์ ในฐานะเจ้าอาวาสเงาผู้อยู่เบื้องหลังท่านสุชาติ   

 

 

งานแรกของสวนโมกข์ในยุคของเจ้าอาวาสคนใหม่ คือ การเข้ามาควบคุมจัดการเรื่องเงิน โดยต้องการแยกบัญชีวัดออกจากธรรมทานมูลนิธิ มีการตั้งข้อกล่าวหาว่าคุณเมตตา พานิช ซึ่งดูแลเงินวัดในนามประธานธรรมทานมูลนิธิมาตั้งแต่สมัยท่านพุทธทาสยังมีชีวิตอยู่ นำเงินวัดไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว การบริหารเงินของธรรมทานมูลนิธิโดยมีคุณเมตตาเป็นผู้ดูแลหลักอยู่เพียงคนเดียวถูกมองว่าไม่โปร่งใส  ระบบการเงินของสวนโมกข์ถูกเซ็ตขึ้นใหม่ โดยสวนโมกข์ขอกลับไปสู่ความเป็น "วัดธารน้ำไหล" ภายใต้มหาเถรสมาคม วัดมีบัญชีแยกจากธรรมทานมูลนิธิ และพระสามารถบริหารเงินและนำเงินมาใช้ได้อย่างเป็นอิสระโดยไม่ต้องได้รับการอนุมัติจากธรรมทานมูลนิธิ  

 

ต่อมาท่านจ้อย พระประจำเคาน์เตอร์รับบริจาคเงิน ถูกบีบให้ออกจากการทำหน้าที่ดังกล่าว โดยมีการส่งหนังสือทางการแจ้งปลดท่านจ้อยอย่างสายฟ้าแลบ พร้อมทั้งยังปลดท่านออกจากตำแหน่งผู้ช่วยเจ้าอาวาสด้วย


ต่อมาเป็นคิวของท่านสิงห์ทอง พระอุปัฏฐากย์ ผู้อยู่ใกล้ชิดกับอ.พุทธทาสเป็นเวลาเกือบ ๒๐ปี เช่นเดียวกัน มีความพยายามจะปลดท่านสิงห์ทองออกจากตำแหน่งผู้ช่วยเจ้าอาวาส ถึงขนาดจะจับท่านสึก โดยตั้งข้อหาซุกซ่อนเงินบริจาคตั้งแต่สมัยพุทธทาสยังมีชีวิตอยู่ จนท่านสิงห์ทองต้องลี้ภัยออกจากสวนโมกข์เป็นระยะเวลาหนึ่ง

 

เมื่อพระรุ่นเก่าๆ ที่เคยมีบทบาทในยุคเจ้าอาวาสคนก่อนถูกขับออกไป สวนโมกข์ก็มีการปรับเปลี่ยนระบบการทำงานตรงเคาน์เตอร์รับเงินบริจาคใหม่ โดยมีการให้พระพรรษาน้อยๆ เข้ามาทำหน้าที่แทน มีการติดกล้องวงจรปิด ๒ ตัวตรงจุดรับเงินบริจาค  มีการเชื่อมความสัมพันธ์กับโครงสร้างคณะสงฆ์ภายนอกอย่างเจ้าคณะอำเภอ เพื่อให้ "วัดธารน้ำไหล" กลับสู่ระบบสงฆ์ของรัฐ ไม่ใช่ระบบลอยและเป็นสังฆะอิสระอย่างที่เคยเป็นมา 

 

และล่าสุดมีการริเริ่มโครงการ "ปรับปรุงภูมิทัศน์รอบเขาพุทธทอง"  โดยท่านทองสุขเป็นผู้ควบคุมจัดการเบ็ดเสร็จโดยที่เจ้าอาวาสคนปัจจุบันและพระมหาเถระรูปอื่นๆ ภายในสวนโมกข์แทบไม่รู้เห็น ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการขุดถมดิน ลงฐานรากคอนกรีตขนานใหญ่ เพื่อเปลี่ยนแปลง "โบสถ์ธรรมชาติแบบสวนโมกข์" ให้ทันสมัย ดูดียิ่งขึ้น

 

 

กลุ่มเพื่อนสวนโมกข์ในฐานะคนนอก และไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับสวนโมกขพลาราม นอกเสียจากนับตนเป็นกลุ่มบุคคลผู้ปรารถนาดีต่อสวนโมกขพลาราม รู้สึกห่วงใยและกังวลต่อสภาพการณ์ดังกล่าวบนยอดเขาพุทธทอง  ด้านหนึ่งเรายังเชื่อมั่นในระบบสังฆะ และเห็นว่าเป็นเรื่องของสงฆ์เองที่ควร "คุยกัน" "ประชุมกัน" เพื่อคลี่คลายความขัดแย้งแบ่งแยกเป็นฝักเป็นฝ่าย  ทว่าในขณะที่ยังไม่พบทางออก ทางกลุ่มรู้สึกเป็นห่วงกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดซึ่งกำลังกระทบต่อจิตวิญญาณความเป็นสวนโมกข์อย่างยากที่จะนำกลับคืนมา 

 

ทั้งหมดที่เกิดขึ้นนำไปสู่คำถามสำคัญว่า "ใครเป็นเจ้าของสวนโมกข์?"  สวนโมกข์ที่เปรียบเสมือนห้องทดลองของพุทธทาส ซึ่งได้เปิดจินตนาการของผู้ที่ได้เข้าไปสัมผัส แน่นอนว่ามันคืออดีต หาใช่ปัจจุบันและอนาคตของสวนโมกข์ ทว่าใครกันเล่าคือผู้รับผิดชอบการสืบทอด รักษา และต่อยอดผลงานดังกล่าวที่อ.พุทธทาสได้ฝากไว้...  ในทัศนะของกลุ่มเพื่อนสวนโมกข์ พุทธทาสไม่ได้สร้างสวนโมกข์ขึ้นเพื่อใครคนใดคนหนึ่ง สวนโมกข์นั้นไม่ใช่เป็นทรัพย์สินของวัดหรือของรัฐ ที่ใครคนใดคนหนึ่งคิดจะเปลี่ยนแปลงอะไรก็ได้หากมีอำนาจ งานแต่ละชิ้นที่พุทธทาสสร้างขึ้นมีความหมายและจิตวิญญาณในแบบของมัน และหลายอย่างคงไม่สามารถเอากลับคืนมาได้อีกแล้วหากถูกทำลายไป 

 

สวนโมกข์ควรรักษาในฐานะแบบอย่างของความเรียบง่าย ยืนยันความเป็นสังฆะทางสติปัญญาที่เป็นอิสระจากอำนาจคณะสงฆ์ของรัฐ หากจะมีการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ใดๆ เกิดขึ้นกับสวนโมกข์ โดยเฉพาะกับทิศทางการดำเนินงานที่ผิดไปจากแนวทางที่พุทธทาสได้วางไว้ เราขอเสนอว่า ควรเกิดขึ้นจากการประชุมทำความตกลงกันในหมู่สงฆ์และสื่อสารกับสาธารณชนในวงกว้างอย่างโปร่งใส มีการถกเถียง เสวนา แลกเปลี่ยนทัศนะที่แตกต่างอย่างสร้างสรรค์ ที่สำคัญพระประจำสวนโมกข์ทุกรูปควรรับรู้และรับผิดชอบต่อการเปลี่ยนแปลงนั้นร่วมกัน โดยเฉพาะพระที่ทำงานอยู่ใกล้ชิดท่านพุทธทาส การเปลี่ยนแปลงไม่ควรเกิดขึ้นโดยพลการจากเจ้าอาวาส หรือพระที่ถืออำนาจเพียงคนเดียวอย่างที่เป็นอยู่  

 

ดังนั้นการดำเนินงานเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์และการก่อสร้างอย่างเอิกเริกบนยอดเขาพุทธทอง ณ ตอนนี้ เราเห็นว่าควรถูกยับยั้งโดยเร็วที่สุด หากพระในวัดไม่สามารถทัดทานการกระทำครั้งนี้ได้ สาธารณชนก็ควรออกมาช่วยกันแสดงความไม่เห็นด้วย ร่วมกันคัดค้านการดำเนินงานโดยพลการ และขอให้คณะสงฆ์ในสวนโมกข์คลี่คลายความขัดแย้งภายใน หันหน้าเพื่อพูดคุย แลกเปลี่ยนและประชุมกัน เพื่อบรรลุมติที่เห็นชอบร่วมกันของหมู่คณะ ก่อนจะมีการดำเนินการเปลี่ยนแปลงใดๆ ต่อทิศทางของสวนโมกขพลารามในปัจจุบันและอนาคต  

 

ด้วยความนับถือ

กลุ่มเพื่อนสวนโมกข์

 

   ขอบคุณกลุ่มเพื่อนสวนโมกข์ ที่รวมตัวกันคัดค้านเรื่องนี้  และขอบคุณ คุณภาษาไทย ที่ส่งลิ้งคนี้์มาให้ครับ

 

ด่วน...

ล่าสุดมีรายงานข่าวว่า..เจ้าอาวาสฯ ยอมถอย สั่งยกเลิกแล้ว....

เจ้าอาวาส"สวนโมกข์"สั่งยกเลิกงานก่อสร้างเขาพุทธทองตามแบบสมัยใหม่แล้ว...

ลูกศิษย์ท่านพุทธทาส ยันปัญหาความขัดแย้งในสวนโมกข์เริ่มคลี่คลาย เจ้าอาวาส ยอมถอย!! สั่งระงับโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ยอดเขาพุทธทองตามแบบสมัยใหม่ เลิกใช้คอนกรีต หวนกลับคืนสู่ความเป็นธรรมชาติ

         

“วันนี้ปัญหาทุกอย่างคลี่คลายลงแล้ว ทั้งท่านเจ้าอาวาสสุชาติ และท่านอาจารย์โพธิ์ ต่างเห็นตรงกันกับแนวทางปรับปรุงยอดเขาพุทธทองใหม่ ที่ไม่ได้ทำอะไรเกินเลย อะไรที่มันล้นเกินพอดี มากเกินพอดี ก็ระงับไว้แล้ว การก่อสร้างตรงบันไดก็ระงับด้วยเช่นเดียวกันตอนนี้ ปัญหามีเพียงแค่ว่าจะถอนคอนกรีตที่ฝังไว้ในดินอย่างไร จะเอารถแบล็คโฮลล์ มาขุดอย่างไร ไม่ให้สร้างความเสียหาย"

นายอำนาจกล่าวว่า "ส่วนแนวทางการก่อสร้างตามแบบแปลนที่ น.พ. บัญชา พงษ์พานิช นำมาเสนอเป็นการพัฒนา เป็นการปรับปรุง แต่ปรับปรุงอย่างพอดี เหมาะสม ไม่มากเกินไปแล้วก็ไม่ทิ้งหลักการของสวนโมกข์ที่ยังคงความเป็นวัดป่า มีการอนุรักษ์ต้นไม้ อนุรักษ์ธรรมชาติ ไม่ได้ปรุงแต่งจนเกินเลย”

“ทุกอย่างที่เกิดขึ้นก็เป็นไปตามกฎของอิทัปปัจยตา ทุกอย่างมีเหตุมีผล มีที่มาที่ไป และมันก็เป็น “ตถตา” เป็นเช่นนั้นเอง สิ่งที่เกิดขึ้นก็มาจากความหวังดีของทุกคนที่มีต่อสวนโมกข์ เพียงแต่มองต่างกันไป วันนี้ เมื่อทุกฝ่ายได้หันมาพูดคุยกัน รับฟังกัน ปัญหาหรือความขัดแย้งก็คลี่คลายลงแล้ว ไม่มีปัญหาอะไรแล้ว”

โดย คนดีมีวินัย

 

กลับไปที่ www.oknation.net