วันที่ อังคาร กันยายน 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

พื้นที่ปลอดภัยในห้องเรียน


หลากหลายนโยบายทางการศึกษา

ที่ใส่เข้ามาในระบบการเรียนการสอน

ล้วนแล้วแต่น่าสนใจ ดูดีและมีประโยชน์กับครูและนักเรียนทั้งสิ้น

แต่ทำไมการศึกษาไทยยังดูเหมือนย่ำอยู่กับที่ไม่ไปไหน

จนประเทศเพื่อนบ้านก้าวหน้าก้าวไกล แซงเรากันไปเกือบหมดแล้ว

 

ผมเคยเขียนเรื่อง “Active Learning ครูของครูต้องสอนให้ดู” (สนใจอ่าน คลิกที่นี่

เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของผู้มีหน้าที่สอนครู ผลิตครู

ว่าเราต้องเป็นต้นแบบครูของครูที่ดีเสียก่อน

เพราะบุคคลสำคัญยิ่งในระบบการศึกษาคือ “ครู”

ต่อให้ Backward Design จนห้องเรียนกลับด้านแบบ Flipped Classroom กันกี่ตลบ

หากยังเน้นครูเป็นสำคัญ ไม่ใช่ผู้เรียนเป็นสำคัญ (Student centered)

จะ Active หรือ Passive learning ผลลัพธ์ของการเรียนรู้ก็คงไม่ต่างกัน

 

หัวใจสำคัญในระบบการศึกษาในมุมมองของผม

ก็คือการเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ที่ต้องมาจากหัวใจของครู

โดยเป็นผู้อำนวยความสะดวกในการจัดการเรียนรู้ให้กับผู้เรียน

ไม่ใช่ปล่อยให้เขาใช้ชีวิตตามยถากรรม

 

ครู จึงไม่ใช่เป็นแค่ผู้สอน

แต่ต้องดูแลสารทุกข์สุกดิบให้เด็กพร้อมในการเรียนรู้

เพราะหากเด็กพร้อมที่จะเรียนรู้

ไม่ว่าครูจะใช้วิธีการสอนในรูปแบบไหน

เด็ก ๆ ก็พร้อมที่จะเปิดใจรับฟังคนเป็นครู

**

พื้นที่ปลอดภัยในห้องเรียน

จึงเป็นคำที่ผมใช้อยู่เสมอ ๆ

เพื่อสอนลูกศิษย์ที่จะจบไปเป็นครู

ว่าเราจะมีวิธีการอย่างไรเพื่อให้เด็กรู้สึกปลอดภัยเมื่ออยู่กับเรา

 

การลดช่องว่างระหว่างครูกับนักเรียนเป็นสิ่งสำคัญ

เราต้องทลายกำแพงที่ขวางกั้น

ทำให้เด็กไว้วางใจและกล้าที่จะเข้ามาปรึกษาครูด้วยความเต็มใจ

เหมือนกับว่าเราและเขานั้นคือพวกเดียวกัน

 

วิธีการคือเราต้องรู้หัวจิต หัวใจเด็ก

ว่าเขาต้องการอะไร อยากทำอะไร

แล้วเราก็หาวิธีการสอน สื่อการสอน ให้ตรงกับจริตของเด็ก

ซึ่งเป็นความท้าทายของนักออกแบบหลักสูตรที่ต้องเข้าให้ถึงหัวใจของเขาให้ได้

 

ครูเองต้องเป็นผู้รับฟังให้มาก

เพราะทั้ง ๆ ที่รู้ว่าการพูดทฤษฎียัดเข้าสมองเด็กมาก ๆ

มันไม่ใช่วิธีการเรียนรู้ที่ดี

แต่ด้วยนิสัยของครูมักจะอดไม่ได้

 

อย่าลืมว่าเราต้องเน้นเด็กเป็นสำคัญ

ไม่ใช่ครูเป็นสำคัญที่ต้องสวมบทเป็นพระเอกในชั้นเรียน

ครูจึงต้องพูดให้น้อยกว่าเด็ก เพื่อให้เขาได้แสดงความคิด ความอ่าน

โดยครูเปลี่ยนบทบาทเป็นผู้ฟังที่ดี ที่คอยจับประเด็น และเป็นผู้แนะนำอยู่ข้าง ๆ

 

เมื่อเราแสดงตัวว่าอยู่ข้างเขา เป็นพวกเดียวกับเขาแล้ว

เด็ก ๆ ก็จะไว้วางใจและกล้าที่จะเข้ามาปรึกษาในทุกเรื่อง

ครูจึงมีบทบาทไม่ต่างกับอาชีพหมอที่ต้องรู้จักวินิจฉัย (Diagnosis)

ที่คอยช่วยแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับเด็ก

 

พื้นที่ทำงานผมจึงต้องเปิดอยู่ตลอด

วันไหนที่นั่งทำงานในห้อง ผมไม่เคยปิดประตู

เพื่อให้เด็กรับรู้ว่า

ห้องทำงานครูแก้วเปิดรับทุกคนตลอดเวลา

หากวันไหนไม่อยู่ห้อง ก็ปรึกษากันได้ผ่าน Social network ที่ให้ไว้

 

Student centered คือปฐมบทของการศึกษา

ที่ต้องมาจากหัวใจของคนเป็นครู

เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้กับเด็ก ๆ

เพราะเมื่อหัวใจเด็กพร้อมเปิดรับการเรียนรู้

จะสอนด้วยวิธีการไหนก็สำเร็จหมดครับ 


.com/dr.kaew  


.com/drkaew

โดย Dr.Kaew

 

กลับไปที่ www.oknation.net