วันที่ ศุกร์ กันยายน 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เส้นทางแห่งน้ำใจ&ไมตรี (น้ำใจในต่างแดนตอนที่ 3)


วันนี้มีเวลาว่างเลยลุกมาเปิดดูเรื่องเก่าๆที่เคยเขียนไว้ แล้วก็เลยนึกขึ้นได้ว่ายังไม่เขียนเรื่องนี้

ว่าแล้วก็...ดำเนินการเขียนซะ

เมื่อได้โรงแรมที่จะพักเรียบร้อยก็หมดห่วงกังวล  สองสาวก็นอนพักชั่วครู่แล้วก็ออกไปตระเวนท่องเที่ยว

อย่างสนุกสนานจนกระทั่งเวลาประมาณ 6 โมงเย็นก็คิดว่ากลับไปเอากระเป๋าที่บ้านเพื่อนของคนที่รู้จักกัน

ว่าแล้วก็ไปรอรถแท็กซี่แต่ก็ไม่มีรถว่างเลย ก็เลยคิดว่าตรงนั้นคนแน่นเลยเปลี่ยนไปอีกที่หนึ่งแต่ผลก็เหมือนเดิมคือไม่มีรถว่างเลย  เลยลองย้ายไปที่ที่ 3 แต่ผลที่ได้ก็เหมือนเดิม  ก็เลยโทรเข้าศูนย์บริการเรียกแท็กซี่แต่เนื่องจากเจ้าหน้าที่พูดภาษาอังกฤษอย่างรัวเร็วก็เลยฟังไม่ทันบอกให้พูดช้าลงหน่อย  เขาก็เลยตัดสายทิ้ง...เฮ้อ ไม่สำเร็จ  ตอนนั้นเกือบสามทุ่มแล้วรู้สึกเหนื่อยมาก  ก็เลยตัดสินใจโทรหาแท็กซี่ที่ให้เบอร์โทรไว้ตอนมาจากสนามบิน  ซึ่งตอนนั้นเขากำลังรอคิวผู้โดยสารที่สนามบินอยู่  เขาก็เลยบอกว่ามาไม่ได้และแนะนำว่าให้โทรเข้าศูนย์บริการซึ่งเราทำแล้ว ก็เลยบอกเขาไปว่าทำแล้วแต่ไม่ได้ผล แท็กซี่ก็เลยบอกให้เรารอก่อนถ้าเขาส่งผู้โดยสารเสร็จจะโทรกลับมาเช็คว่าเราได้รถหรือยัง  ถ้ายังจะมารับแต่ให้เราลองเรียกไปเรื่อยๆก่อนในขณะที่รอ

จากนั้นเราก็รอเรียกไปเรื่อยๆแต่ไม่มีรถว่างเลย ช่วงว่างจากรถก็สอดส่ายสายตามองเรื่อยเปื่อยเนื่องจากไม่คุ้นเคยกับสถานที่  จนกระทั่งสายตาปะทะกับชายหนุ่มผิวคล้ำร่างท้วมคนหนึ่งซึ่งยืนเฉยๆอยู่บริเวณนั้น เราก็มองด้วยความดีใจและก็ตรงเข้าไปหาพร้อมกับบอกว่า “ช่วยเราหน่อยได้มั้ยเรากำลังมีปัญหา” เขาก็ถามว่าเรื่องอะไรถ้าช่วยได้ก็เต็มใจ  เราก็เลยเล่าเรื่องปัญหาการเรียกแท็กซี่ของเราให้เขาฟัง เมื่อฟังจบเขาก็ถามว่าเราเป็นคนไทยใช่มั้ย  เราก็บอกว่าใช่...ทำไม เขาก็เลยบอกว่าเดี๋ยวเขาจะจัดการเรื่องแท็กซี่ให้  เราก็เลยส่งโทรศัพท์เราให้เขาใช้ เขาก็บอกว่าใช้ของเขาดีกว่าเพราะเป็นโทรศัพท์ของสิงคโปร์ขณะที่ของเราใช้ของประเทศเรา เราก็เลยแย้งว่าถ้าทางแท็กซี่ติดต่อมาเราจะทำยังไง  เขาก็บอกว่าเขาจะรอจนกว่าเราได้แท็กซี่  ว่าแล้วเขาก็เลยโทรเรียกแท็กซี่ให้  แล้วก็รอเป็นเพื่อนเรา ขณะรอก็คุยกันไปเรื่อยเปื่อย  แล้วมีช่วงหนึ่งเขาก็บอกขึ้นมาว่าเขาตั้งใจว่าถ้าเขาเจอคนไทยมีปัญหาไม่ว่าที่ไหนถ้าเขาช่วยได้เขาก็จะช่วย  เราก็เลยถามว่าทำไม  เขาก็เลยเล่าให้ฟังว่า  เมื่อหลายปีที่แล้วเขามาเที่ยวภูเก็ตแล้วก็หลงทางกลับโรงแรมที่พักไม่ถูก ก็เจอผู้ชายไทยคนหนึ่งถามเขาแล้วพาเขาไปส่งจนถึงโรงแรม  เขาซาบซึ้งมากเลยตั้งใจไว้ว่าจะช่วยเหลือคนไทยทุกคนที่เขาสามารถช่วยได้  อีกครั้งแล้วที่เราได้รับผลจากการทำความดีมีน้ำใจจากเพื่อนร่วมชาติ “ขอบคุณคนไทยทุกคนที่เป็นคนดีมีน้ำใจ” แล้วเราก็รอรถอยู่ด้วยกันจนเกือบสามทุ่มแล้ว  เขาก็บอกว่าคงจะอีกนานกว่าจะได้รถ  เราจะนั่งรถบรรทุกไปได้มั้ย  แต่เขาไปด้วยไม่ได้นะเพราะกฎหมายกำหนดให้นั่งรถด้านหน้าได้ไม่เกินสามคน  ดังนั้นมีเรา เพื่อนและคนขับก็สามคนแล้ว  และคนขับรถไว้ใจได้ไม่ต้องกลัว  เราก็เกรงใจเขาแต่ก็อยากกลับเพราะถ้าดึกกว่านั้นเจ้าของห้องจะต้องรอให้เราไปเอากระเป๋าก็เกรงใจอีก  ก็เลยถามเขาว่าที่เราจะไปนะอยู่ในเส้นทางของเขาหรือปล่าว  เขาก็บอกว่าถนนทุกเส้นในสิงคโปร์คือเส้นทางของเขา  เขาสามารถเดินทางได้และบอกว่าถ้าไว้ใจเขาก็จะให้รถไปส่ง  เราก็เลยตกลงและขอบคุณเขาพร้อมกันนั้นนึกขอบคุณคนไทยที่เคยช่วยเขาไว้ไปพร้อมกัน

“ขอบคุณคนไทยทุกคนที่เป็นคนดีมีน้ำใจ”

เรื่องเก่าที่เคยเขียน

แขก...คือพระเจ้า(น้ำใจในต่างแดนตอนที่ 2)

ลองใช้ของผมดูมั้ย?(น้ำใจต่างแดนตอนที่ 1) 

โดย หญิงหลิง

 

กลับไปที่ www.oknation.net