วันที่ เสาร์ กันยายน 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ฝ่าวิกฤตศรัทธาแฟนบอลสโมสรบางกอกกล๊าส


ฝ่าวิกฤตศรัทธา กระต่ายแก้ว BGFC

เมษายน 2549 สโมสรฟุตบอลบางกอกกล๊าสก็ได้ถือกำเนิดขึ้นอย่างเป็นทางการ และได้เป็นสมาชิกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ในปีถัดมา ต่อจากนั้น ในปี 2552 สโมสรฟุตบอลบางกอกกล๊าสก็ได้ทำการ Take Over สโมสรฟุตบอลธนาคารกรุงไทย (2009) ซึ่งก็ทำผลงานผลงานได้อยู่ในระดับต้นตารางของการแข่งขันฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีกมาโดยตลอด แม้จะมีเพียงปีที่ผ่านมาที่ตกต่ำไปหน่อย ปี 2012 ได้อันดับ 8

สโมสรฟุตบอล บางกอกกล๊าส หรือเรียกกันสั้น ๆ คุ้นหูกันว่า BGFC (Bangkokglass Football Club) มีตราสโมสรเป็นรูปกระต่ายสีขาวบนพื้นสีเหลือง ขลิบสีแดง แต่สีเสื้อของสโมสรคือเขียวขาว เสื้อสำรองคือสีฟ้า และสีเหลือง ด้วยเหตุที่มีสัญลักษณ์เป็นรูปกระต่าย จึงถูกขนานนามว่า กระต่ายแก้ว ไปโดยปริยาย ที่มาของกระต่ายคือ ประธานสโมสร คุณ ปวีณ ภิรมย์ภักดี เกิดปีเถาะ (ภายใต้บริษัท บีจีเอฟซีสปอร์ตจำกัด)

สำหรับผลงานปัจจุบันในปี 2013 นี้ ก็เหลือการแข่งขันอีกเพียง 7 นัด สำหรับฤดูกาลนี้ (ถึงวันที่ 20 กันยายน 2556) BGFC ขึ้นมาอยู่อันดับ 5 ของตาราง จากที่เคยตกไปอยู่อันดับที่ 15-16 ในต้นฤดูกาล ทั้งนี้ก็ด้วยการกอบกู้อันเป็นผลงานของโค้ชแต๊ก อรรถพล บุษปาคม ซึ่ง จะสามารถนำทีมกระต่ายแก้วขยับอันดับขึ้นไปอีกได้หรือไม่สำหรับการแข่งขันที่เหลือ 7 นัด (ถ้าไม่รวมศรีสะเกษ ก็จะเหลือ 6 นัด 18 คะแนนเต็ม)

ผลงานของทีมที่ร้อนแรงในปัจจุบัน ก็ถูกกระแสการเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยมากลบไปชั่วขณะ เมื่อการประกาศผลคณะกรรมการของผู้ลงสมัครทั้ง 2 คน คือ นายวรวีร์ มะกูดี อดีตนายกสมาคมฯ 2 สมัย และนายวิรัช  ชาญพาณิชย์  ซึ่งที่เป็นประเด็นก็คือ คณะกรรมการบริหารของฝ่าย นายวรวีร์นั้น มีชื่อขง คุณศุภศิน ลีลาฤทธิ์ รองประธานสโมสรบางกอกกล๊าสอยู่ด้วย นั่นหมายถึงว่า BGFC เลือกที่จะทำงานร่วมกับนายวรวีร์ต่อไปแน่นอน

ด้วยเหตุที่ผลงานที่ผ่านมาของนายวรวีร์ ไม่มีอะไรที่ประทับใจแฟนบอลชาวไทยเท่าใดนัก คะแนนนิยมจึงติดลบมาแต่ไหนแต่ไร โดยความรู้สึกแล้ว ส่วนใหญ่ก็ยังรู้สึก “ยี้”  และต่อต้านนายวรวีร์กันถ้วนหน้า กระแสความไม่พอใจและต่อต้านนายวรวีร์ กลับเข้ามาสู่ความฉงนในใจของแฟนคลับแฟนบอลของ BGFC บางส่วน ว่าทำไม จึงต้องร่วมเป็นคณะกรรมการของทีมนายวรวีร์ จึงทำให้แฟนบอลบางส่วนเกิดการต่อต้านและไม่พอใจสโมสรขึ้นมาอีกอย่างหนึ่ง  กลายเป็นวิกฤตศรัทธาอีกรอบ จากที่ช่วงต้นฤดูกาล ที่ BGFC ทำผลงานได้ย่ำแย่ แต่ก็กอบกู้สถานการณ์มาได้สำเร็จ

แต่อย่างไรก็ดี  ในตื้นลึกหนาบาง เราก็ไม่อาจทราบได้ว่า เกิดอะไรขึ้นกับวงการฟุตบอลไทย และไม่อาจรู้ความจริงว่าเป็นอย่างไร

ในความเป็นจริง ไม่ว่าใครจะมาเป็นนายกสมาคมฟุตบอลไทย แต่ละสโมสรก็ยังคงดำเนินไปอย่างไม่มีข้อแม้ เพราะจะต้องดำรงอยู่ด้วยสปิริตและบทหน้าหน้าที่ของตนเอง ที่ผ่านมาแม้ว่า นายวรวีร์ จะทำผลงานได้ย่ำแย่อย่างที่ทุกคนเข้าใจ แต่สโมสรฟุตบอลบางกอกกล๊าสก็ได้หาเป็นเช่นนั้นไม่ ยังคงทำหน้าที่อย่างเต็มความสามารถและสร้างผลงานมาโดยตลอด ให้ความสุข ความบันเทิงต่อแฟนบอลอย่างอบอุ่น

มันไม่มีอะไรได้ดั่งใจเราทั้งหมดหรอก แม้แต่ตัวเราเอง ความไม่พอใจที่เกิดขึ้นกับตัวตนของเรานั้น ก็ต้องยับยั้งชั่งใจกันด้วยความคุ้มค่าหรือความเหมาะสม กับสิ่งที่ตนพอใจและศรัทธาอยู่แล้ว  เราจึงควรแยกแยะให้ออก ระหว่างความไม่พอใจจากความรู้สึกส่วนตัว กับความชอบในทีมที่ตนรัก ซึ่งมันเทียบกันไม่ได้เลย

ผมเริ่มเชียร์ทีมกระต่ายแก้วตั้งแต่ปี 2010 ซึ่งเป็นปีแรกที่เปิดใช้สนาม ลีโอสเตเดี้ยม ที่คลอง 3 ถนนรังสิตนครนายก และก็ติดตามเชียร์กันมาโดยตลอด ทั้งเย้าและเยือน แล้วแต่โอกาสจะอำนวย เรามีความทรงจำที่ดีและร้ายร่วมกันมา เรากลายเป็นครอบครัวเดียวกันจนแยกไม่ออก มันรู้สึกอบอุ่นที่ได้เข้าไปในสนาม และได้เดินทางไปเชียร์กับเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ในสนามทีมเยือน

ผมก็ยังคงเป็นแฟนบอลของ บางกอกกล๊าสอยู่เสมอ คงไม่ย้ายไปไหน เพราะว่าบ้านอยู่ใกล้สนาม (แม้ว่าเกร็กคู ลูกทัพฟ้าฯ ลงทุน 300ล้านสร้างสนามที่คลอง 7 ก็ตาม)  ทีมบางกอกกล๊าสยังคงเป็นขวัญใจของผม เรื่องของสมาคมหรือใครจะมาเป็นนายกสมาคมนั้น ผมไม่รู้ แต่เวลาดูและเชียร์บอล มันสนุกและเร้าใจมากกว่าเป็นไหน ๆ   ผมเชื่อแน่ว่า แฟนบอลจำนวนไม่น้อย ก็ยังคงเหนียวแน่นที่จะเชียร์ BGFC ร่วมไปกับผมอย่างแน่นอน 

 

เชิญแวะชมเวปของ BGFC 

 

โดย มัชฌิมาปกร

 

กลับไปที่ www.oknation.net