วันที่ ศุกร์ สิงหาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

จิตรกรรมฝาผนังร่วมสมัย : วัดพุทธปทีป ณ กรุงลอนดอน


         ผมได้กล่าวถึงภาพจิตรกรรมฝาผนังของไทยแบบโบราณไปถึง ๔ ตอน ๔ วัดแล้ว  ดังนั้น  เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้เห็นถึงพัฒนาการงานจิตรกรรมฝาผนังของไทย  ที่ต่อยอดจากของเดิมมาสู่ยุคปัจจุบันนั้นว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร  โดยจะขอยกตัวอย่างวัดไทยในต่างแดนที่มีความโดดเด่นเป็นอย่างมาก คือ วัดพุทธปทีป  (มีถนนดีครับ... วิ่งจากสุพรรณไปลอนดอนเลย ๕๕๕)

         วัดพุทธปทีปเป็นวัดไทยวัดแรกที่จัดตั้งขึ้นในทวีปยุโรป  โดยมูลนิธิวัดพระพุทธศาสนา ณ กรุงลอนดอน  ด้วยความมุ่งหวังว่าจะให้เป็นศูนย์เผยแผ่พระพุทธศาสนาในทวีปยุโรป  ทั้งในด้านปริยัติและปฏิบัติ  โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่กรุงลอนดอน  ประเทศอังกฤษ

         วัดนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ  รับไว้ให้อยู่ในพระบรมราชูปถัมภ์ตั้งแต่แรกตั้งใน พ.ศ. ๒๕๐๘  สมัยเมื่อยังอยู่ที่ถนนไครสต์เชิร์ช  เขตริชมอนต์  กรุงลอนดอน  ต่อมาใน พ.ศ. ๒๕๑๙  วัดพุทธปทีปได้ย้ายมาอยู่ที่ถนนคาร์โลนน์  ตำบลวิมเบิลดันพาร์คไซด์  ซึ่งเป็นที่ตั้งในปัจจุบัน  ด้วยความร่วมมือของรัฐบาลไทยและประชาชนชาวไทย  มูลนิธิฯ ได้จัดสร้างอุโบสถ  ซึ่งเป็นพุทธาวาสที่จำเป็นสำหรับวัดขึ้นตามแบบสถาปัตยกรรมไทย  และมีการทำพิธีผูกพัทธสีมาเพื่อให้เป็นวัดที่สมบูรณ์ตามประเพณีไทย  เมื่อวันที่  ๓๐  ตุลาคม  พ.ศ. ๒๕๒๕  ทำให้วัดพุทธปทีปเป็นวัดที่สมบูรณ์แบบวัดเดียวที่สร้างขึ้นในทวีปยุโรป


ภายในอุโบสถวัดพุทธปทีป

         ตั้งแต่แรกตั้งมาจนถึงปัจจุบัน  วัดพุทธปทีปได้ทำการเผยแผ่พระพุทธศาสนาทั้งในด้านปริยัติและปฏิบัติ  ทั้งในกรุงลอนดอนและเมืองชั้นนอก  ตลอดจนในเมืองต่างประเทศ เช่น  เยอรมันตะวันตก  เนเธอร์แลนด์  และสวิตเซอร์แลนด์  วัดพุทธปทีปจึงเป็นแหล่งศึกษาอบรมพระพุทธศาสนาที่สำคัญแห่งหนึ่งในยุโรป  หนังสือพิมพ์ในกรุงลอนดอนฉบับหนึ่งถึงกับกล่าวในระหว่างที่พิพิธภัณฑ์อังกฤษจัดนิทรรศการศิลปะ  และความศรัทธาในพระพุทธศาสนา  เมื่อ  พ.ศ. ๒๕๒๙  ว่า  ที่จะเข้าถึงพระพุทธศาสนานั้นไม่ต้องไปไกลถึงไหนดอก  แค่พิพิธภัณฑ์อังกฤษและวัดพุทธปทีปก็น่าจะเพียงพอแล้ว

         มูลนิธิวัดพระพุทธศาสนา ณ กรุงลอนดอน  ได้เพียรเสาะหาจิตรกรอาสาสมัครฝีมือดีมาเขียนภาพจิตรกรรมฝาผนังเป็นเวลาประมาณ  ๒  ปี  แต่ก็ไม่สามารถจะหาได้  อย่างไรก็ตาม  ในเดือนเมษายน พ.ศ. ๒๕๒๗  ได้มีจิตรกร  ๓  คน  แสดงความจำนงกับมูลนิธิฯ  ขออาสาเขียนภาพจิตรกรรมฝาผนังอุโบสถวัดพุทธปทีป  พร้อมกับผู้ช่วยอาสาสมัครอีก  ๒  คนโดยไม่คิดค่าจ้าง  ขอแต่ให้มูลนิธิฯ  จัดอาหารและเครื่องมือเครื่องใช้ในการเขียนภาพให้เท่านั้น  จิตรกรทั้ง ๓ คือ  เฉลิมชัย  โฆษิตพิพัฒน์  ปัญญา  วิจินธนสาร  และปาง  ชินะสาย


เฉลิมชัย  โฆษิตพิพัฒน์
ผู้วาดโครงสร้างภาพนิพพาน  ไตรภูมิ


ปัญญา  วิจินธนสาร
ผู้วาดโครงสร้างภาพประสูติ  และตรัสรู้

         เมื่อได้มีการปรับปรุงผนังอุโบสถให้เหมาะสมกับการเขียนภาพแล้ว  การเขียนภาพจิตรกรรมฝาผนังอุโบสถวัดพุทธปทีปก็ได้เริ่มขึ้น  ในชั้นแรกมีผู้ช่วย ๒ คน  ต่อมาเพิ่มเป็น ๔ คน ๑๐ คน และ ๑๕ คน ตามลำดับ  จิตรกรผู้ช่วยนั้นล้วนอาสาสมัคร  ไม่มีค่าจ้าง  และไปจากประเทศไทยทั้งสิ้น  บางคนก็เป็นเพื่อนหรือถ้าไม่ใช่เพื่อนก็เป็นศิษย์ของเฉลิมชัย  โฆษิตพิพัฒน์และปัญญา  วิจินธนสาร  การทำงานจึงราบรื่นโดยตลอด  ส่วนใหญ่ได้ช่วยเขียนภาพอยู่ประมาณคนละ ๑ ปี  เมื่อครบ ๑ ปี  ก็เดินทางกลับประเทศไทย  ซึ่งต้องหาอาสาสมัครใหม่ไปแทน  ในช่วงระยะสุดท้ายจิตรกรอาสาสมัครมีจำนวนทั้งสิ้น ๑๖ คน  และ ๓ คน  อยู่เขียนภาพมาตลอด ๓ ปี


ปฐมเทศนา

         เป็นที่ประจักษ์ชัดว่า  ภาพจิตรกรรมฝาผนังวัดพุทธปทีปนี้  แตกต่างจากภาพจิตรกรรมฝาผนังสมัยอยุธยและสมัยรัตนโกสินทร์  ทั้งในด้านเทคนิคการเขียนภาพ  การจัดวางองค์ประกอบของภาพ  สีสัน  ความละเอียด  มิติและศิลปะในด้านเทคนิคในการเขียนภาพนั้นเป็นแบบสมัยใหม่  โดยร่างภาพขยายจากภาพร่างครั้งแรกลงสู่ผนัง  และใช้เครื่องพ่นสี  ส่วนการจัดวางองค์ประกอบของภาพเป็นไปในลักษณะใหม่ไม่เหมือนดบราณ  คือเน้นในลักษณะภาพเล็กภาพใหญ่ไม่เหมือนโบราณ


มารผจญและตรัสรู้

         ในด้านสีสันนั้นจะเห็นว่าสีของภาพจิตรกรรมฝาผนังวัดพุทธปทีปสดใสและชัดแจ้งกว่าสีของภาพฝาผนังโบราณ  เพราะให้ความสำคัญในเรื่องสีมากกว่าเส้น  และใช้สีสมัยใหม่ (อะครายลิค) ไม่ใช้สีฝุ่นซึ่งใช้กันมาแต่เดิม  สำหรับความละเอียดของภาพนั้น  ภาพฝาผนังวัดพุทธปทีปมีมากกว่าภาพฝาผนังดบราณ  ทุกตารางนิ้วของภาพไม่ว่าจะอยู่ใกล้ตาหรือไกลตา  แม้กระทั่งสุดขอบเพดานมีลายละเอียดยิบเหมือนกันหมด


เมื่อพระพุทธเจ้าตรัสรู้แล้ว  เหล่าเทพยดาซึ่งหนีไปเพราะความกลัวทัพพญามาร  ได้กลับมาห้อมล้อมและแซ่ซ้องสาธุการพระองค์

         ภาพบางตอนจิตรกรต้องใช้แว่นขยายส่องในเวลาเขียนเพื่อให้เห็นลายละเอียดที่แสนจะประณีตบรรจง  ผิดกับภาพฝาผนังโบราณที่โดยมากถ้าอยู่ไกลตามักจะไม่มีรายละเอียดชัดเจน  ในเรื่องมิตินั้นเล่า  ภาพฝาผนังวัดพุทธปทีปเป็นภาพที่มีส่วนลึกเป็น ๓ มิติ  เช่นเดียวกับภาพฝาผนังของฝ่ายตะวันตก  ผิดกับภาพฝาผนังโบราณที่เป็น ๒ มิติ  ส่วนสัดของภาพคนและสัตว์ไม่ว่าจะอยู่ใกล้หรือไกลจะเท่ากันหมด


ปาฏิหาริย์ ๘ ประการ


ปาฏิหาริย์ ๘ ประการ (สองภาพต่อกันตามแนวนอน)

         ความแตกต่างที่สำคัญคือ  ภาพฝาผนังโบราณมุ่งในทางให้การศึกษาทางพระพุทธศาสนาด้วยภาพเป็นหลัก  ส่วนศิลปะนั้นให้ความสำคัญเป็นอันดับรอง  แต่ภาพฝาผนังวัดพุทธปทีปนั้น  ศิลปะเป็นสิ่งสำคัญ  จิตรกรผู้วาดเห็นว่าในสมัยที่ประชาชนมีการศึกษาพอสมควรนั้น  ศิลปะย่อมมาก่อนการศึกษาด้วยภาพเป็นอันดับรอง  จึงไม่เน้นการเล่าเรื่องพุทธประวัติด้วยภาพ  แต่เอาเรื่องราวพุทธประวัติมาเป็นสื่อในการแสดงออกเป็นงานศิลปะเพื่อศิลปะ  โดยเน้นที่อารมณ์ของภาพเป็นสำคัญ


พระพุทธเจ้าเสด็จโปรดพระพุทธมารดาในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์  และเสด็จจากดาวดึงส์ลงมาทรงแสดงปาฏิหาริย์เปิดสามโลก

         อย่างไรก็ตาม  หลักสำคัญของภาพจิตรกรรมฝาผนังโบราณ  ยังคงเป็นหลักของการเขียนภาพฝาผนังวัดพุทธปทีปอยู่เช่นเดิม  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง  ภาพเหตุการณ์สำคัญในพุทธประวัติคือตอนประสูติ  มารผจญ (ตรัสรู้) ปฐมเทศนา  และปรินิพพาน  รวมทั้งไตรภูมิและเทพชุมนุม


ภาพปรินิพพาน

         เฉพาะภาพเทพชุมนุมนั้น  ภาพฝาผนังวัดพุทธปทีปมีไม่มากเหมือนภาพฝาผนังโบราณ  ทำให้มีที่สำหรับเขียนภาพพุทธประวัติได้มากขึ้น  นอกจากนั้นภาพฝาผนังวัดพุทธปทีปเป็นภาพพุทธประวัติล้วน ๆ ไม่มีภาพชาดกทศชาติแทรกอยู่ด้วยเหมือนภาพฝาผนังโบราณ


เทพชุมนุม

         เป็นอย่างไรบ้างครับ  คงพอจะเห็นภาพที่พัฒนาแบบแผนของจิตรกรรมฝาผนังด้วยเทคนิคสมัยใหม่  ซึ่งแตกต่างไปจากภาพจิตรกรรมฝาผนังสมัยอยุธยา และรัตนโกสินทร์ได้ชัดเจนยิ่งขึ้นใช่ไหมครับ...

************************************

เรียบเรียงจาก : หนังสือภาพจิตรกรรมฝาผนังวัดพุทธปทีป, กรุงเทพฯ : อมรินทร์ พริ้นติ้ง กรุ๊พ จำกัด. ?

โดย สอนสุพรรณ

 

กลับไปที่ www.oknation.net