วันที่ อังคาร ตุลาคม 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

หนีบพะยูน....ไปขุนช้าง สลักพระ ตอน ๑


หนีบพะยูน....ไปขุนช้าง สลักพระ ตอน๑

 

“ช้างป่าควรอยู่ในป่า เพียงแต่ต้องทำให้ป่านั้นมีอาหารช้างเพียงพอ

การปฏิบัติคือให้ไปสร้างอาหารในป่าเป็นแปลงเล็กๆ และกระจาย

กรณีช้างออกมาที่ชายป่า ต้องให้ความปลอดภัยกับช้างป่า

พระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

เมื่อวันที่ ๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๒

ต่อการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่า

อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

 

 

บทเกริ่น 

 

“ยังมีผู้คนบ้ากลุ่มหนึ่งที่ตระหนักว่า ช้างป่า กับคนพึ่งพาเกื้อกูลกันได้   เมื่อคนตระหนักร่วมกันว่า ถึงเวลาที่จะต้องทำเพื่อช้าง เพื่อให้มั่นใจว่า...อนาคตยังคงมีช้างคู่ป่า และคู่คนตลอดไป”

                                                                           ทริปขุนช้าง สลักพระ  คนริมเล

 

 ความทรงจำวัยเด็ก

               คนริมเล เกิดริมชายป่า เทือกเขาคีรีรัฐนิคม ชายเมืองสุราษฎร์ธานี ที่มีพื้นที่เชื่อมต่อกับป่าสมบูรณ์ผืนใหญ่ของจังหวัดระนอง ชุมพร ที่เกือบสูญเสียไปกับโครงการสร้างเขื่อนแก่งกรุง ไปเมื่อ ๓๐ ปีก่อน ผืนป่าที่กล่าวกันว่ามีความสมบูรณ์สูงในภาคใต้ ชุกชุมด้วยสัตว์ป่านานาพันธุ์

               คุณตาเป็นกำนันหมู่บ้านป่า มีช้างคู่กายเป็นสัตว์บ่งบอกยศตำแหน่ง และตกทอดมาถึงคุณแม่ ยังปรากฎภาพถ่ายอยู่จนปัจจุบัน ตอนเด็กๆ ที่บ้านจึงมีแปลงผูกช้าง ที่ฝึกช้างป่า และเครื่องใช้เกี่ยวกับช้างให้ทรงจำพอสมควร  ความทรงจำในวัยเด็กเริ่มเลือนหาย เพื่อป่าลดลง คนรุกป่า ช้างป่าหายไป 

 

 คนริมเลได้พบเจอบล็อกเกอร์แห่งบางโอเคเนชั่น

 

ทริป ขุนช้าง สลักพระ

                สร้างความสนใจและพลังที่จะทำเพื่อช้าง ทำโป่งเทียมเพื่อให้ช้าง แม้ไม่มีความรู้ทางมากพอ แต่พอจะเข้าใจผ่านเรื่องราวเพชรพระอุมามาพอสมควร แม้ผมไม่ได้ไปกับคณะของรพินทร์ ไพรวัลย์ แต่การมากับคณะของพราน บก.ชาลี กับพรานคมฉาน ก็ถือว่าคุ้มค่าสุดๆ 

 

ความลำบากไม่ใช่อุปสรรคของคนช่วยช้าง

 

                 ป่า  “ทุ่งสลักพระ” จังหวัดกาญจนบุรี เป็นแหล่งที่มีสัตว์ป่ามากมายหลายชนิดอาศัยอยู่อย่างชุกชุม  มีทุ่งหญ้ากว้างใหญ่อยู่ในเชิงเขาล้อมรอบ อุดมสมบูรณ์ไปด้วยหญ้าและต้นไม้ที่ออกผล เป็นอาหารของสัตว์ป่าอยู่มากมาย มีน้ำตกสูงชันและสวยงาม  และได้จัดตั้งขึ้นเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า  เมื่อวันที่ ปี พ.ศ. ๒๕๐๘  มีเนื้อที่ประมาณ ๕ แสนไร่  นับเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแห่งแรกของประเทศไทย  เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ  เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารหลายสายซึ่งไหลรวมลงสู่แม่น้ำแควใหญ่  สาขาแม่น้ำแม่กลอง  เขื่อนศรีนครินทร์และเขื่อนท่าทุ่งนา

 

เจอบล็อกเกอร์หัวใจรักษ์ธรรมชาติ รักษ์ชีวิต

 

รู้จักช้าง รู้จักโป่งเทียม สลักพระ

                 ช้างป่า มีความต้องการอาหารมากกว่าวันละ ๒๐๐ กิโลกรัม และต้องการน้ำประมาณวันละ ๒๐๐  ลิตร อาหารช้างจะเป็นพวกหญ้า ใบและต้นของกล้วยป่า หน่อไม้ ไผ่ ผลไม้และยอดไม้ โดยช้างมักจะหักกิ่งไม้จากยอดไม้ลงมากินและเหลือทิ้งไว้ ทำให้สัตว์อื่นๆ เช่น กวาง กระทิง วัวแดง

                  สัตว์กินพืชเหล่านี้มีความต้องการดินโป่งซึ่งประกอบด้วยโซเดียม แคลเซียม แมกนีเซียม และอื่นๆ เพื่อเอาธาตุอาหารที่มีความจำเป็นต่อร่างกายและการดำรงชีวิตของสัตว์ป่า  ดินโป่งส่วนใหญ่จะมีแร่ธาตุต่างๆ เช่น แคลเซียม (Ca) ฟอสฟอรัส (P)  โปแตสเซียม (K) โซเดียม (Na) แมกนีเซียม (Mg) และกำมะถัน (S) โคบอลล์ (Co) ทองแดง (Cu) ไอโอดีน (I) เหล็ก (Fe) แมงกานีส (Mn) และสังกะสี (Zn) 

 

ร่องรอยโป่งที่ช้างลงมากินดินโป่ง

 

               โป่งดินจะเกิดขึ้นบริเวณที่มีแร่ธาตุต่าง ๆ  มารวมกัน อันเนื่องจากฝนตกหนัก และเกิดขบวนการชะล้างนำเอาแร่ธาตุที่จำเป็นของสัตว์ป่าออกจากดิน โดยการกัดเซาะหรือพังทลายของดินจากที่สูงลงมาสะสมไว้ ส่วนใหญ่พบโป่งได้มากในป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรังและป่าดงดิบทั่วไป เมื่อป่าเสื่อมโทรมการเกิดโป่งธรรมชาติก็ลดน้อยลง  จนสัตว์ป่าขาดแหล่งอาหารประเภทแร่ธาตุ จึงต้องเข้าใกล้เขตหมู่บ้าน เพื่อหาโป่ง

 

 เริ่มพรวนดินปรับสภาพโป่งดินให้เป็นโป่งเทียม

  

โรยหน้าดินโป่งด้วยเกลือและเปลือกหอย

 

 ดินโป่งกับเกลือและเปลือกหอย

 

ดินโป่งเทียมฝีมือของโอเคเนชั่น

 

                 โป่งเทียมคือการชดเชยแร่ธาตุให้สัตว์ป่า โป่งช้างคือการสร้างแหล่งแร่ธาตุที่เหมาะสมต่อความต้องการของช้าง เราเลือกใช้เกลือทะเล และเปลือกหอยทะเลบดละเอียด มาสร้างโป่ง เพราะในวัตถุดิบทั้งสองอย่างนี้มีแร่ธาตุประเภทแคลเซียมที่สำคัญ เจ้าหน้าบอกว่าแคมเซียสช่วยรักษาโรคไขข้อในช้างป่า ที่ต้องเดิน ยืน และรับน้ำหนักตัวมากๆ

                  มาทำโป่งเทียมให้ช้างที่สลักพระครั้งนี้ อดคิดไม่ได้ว่าดูเหมือนไม่ต่างกับที่ชาวประมงกำลังอนุรักษ์ปลูกหญ้าทะเลให้พะยูนที่ทะเลตรัง

                  สงสัยช้างป่า และพะยูนคงจะมีชะตากรรมเดียวกันก็เป็นได้ 

 

               ชักภาพคนทำโป่ง

        

 

รออ่านตอนต่อไปนะครับ  หนีบพะยูน ไปขุนช้าง  สลักพระ ตอนที่ ๒ .....มิตรภาพคน ช้าง ป่า

โดย คนริมเล

 

กลับไปที่ www.oknation.net