วันที่ พุธ ตุลาคม 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ขอบคุณประเทศไทย ให้พื้นที่ฉันยืน ได้รับการศึกษาเสมือนเหมือนทุกคน


 

ขอบคุณประเทศไทย ให้พื้นที่ฉันยืน ได้รับการศึกษาเสมือนเหมือนทุกคน

ตั้งแต่ผมเริ่มต้นทำงานกับแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านชาวพม่า ตั้งแต่ปี 2547 อย่างเป็นเรื่องเป็นราวและเข้มข้นมาก “กระบวนการทำงานอย่างมีส่วนร่วม”  กับเขาเหล่านั้น   จึงเป็นหัวใจที่สำคัญหลักๆ   และนี้ยังไม่นับการศึกษาวิจัยหลากหลายวิธีการทั้งนักวิจัยจากในและต่างประเทศที่ต่างมาถอดองค์ความรู้ที่เกิดขึ้นในพื้นที่และเชื่อมโยงบริบททางนโยบายและการปฏิบัติจริงที่เกิดขึ้น

ในแต่ละเดือน  ผมและทีมงานจะมีการประชุมประจำเดือน ประชุมพิเศษ  ประชุมย่อย หรือมีกิจกรรมพิเศษกับผู้ปกครองเด็กข้ามชาติ  ในพื้นที่ปฏิบัติการอย่างต่อเนื่องมายาวนานกว่า 9  ปี 

การขับเคลื่อนทางสังคมเพื่อการเปลี่ยนแปลงเชิงรากเหง้าปัญหา และเชิงนโยบายอยู่บนฐานของการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์  ตามหลักสิทธิมนุษยชน  ซึ่งยึดถือดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง เสมือนหนึ่งเขาคือ หลักการและวิธีคิดของครอบครัวเดียวกัน   

เราเห็นรูปรอยแห่งความหวังบนรอยยิ้ม หน้าตาที่แสดงออก  เห็นแววจินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ไกลๆ   มีความใฝ่ฝันให้เด็กๆ  ข้ามชาติทุกครั้งเมื่อยามแลกเปลี่ยนซักถาม   

ผลของการจัดการศึกษาแก่ลูกหลานของเขา  เด็กๆ ส่วนใหญ่ที่เราทำงานด้วยก็ได้รับการปฏิบัติที่ดีจากนโยบายของรัฐจากหน่วยงานให้บริการด้านการศึกษา  โรงเรียนระดับประถมศึกษาที่เราทำงานด้วย   และแนวคิดของผู้ที่เกี่ยวข้องขององค์กรตั้งแต่ระดับชาติถึงองค์กรปกครองท้องถิ่น และผู้ประกอบการได้เข้ามามีส่วนร่วมในการสนับสนุน พร้อมส่งเสริมการจัดการศึกษาเรียนร่วมเด็กไทยเด็กข้ามชาติอย่างจริงจัง (ในนี้คือพื้นที่ที่ผมทำงานด้วย)

เสียงจากผู้ปกครองแรงงานข้ามชาติไม่แตกต่างกับเสียงของเราคนไทย  เมื่อลูกหลานถึงวัยเรียน เขาพร้อมจะส่งเสริมให้เด็กได้เรียนหนังสือในหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการ  ตามนโยบายของรัฐ แม้ว่าลูกของเขาอาจไม่ได้เรียนภาษาพม่าเป็นเรื่องเป็นราว แต่อย่างน้อยเขาเห็นฝันไกลๆ สักวันหนึ่งต้องฝากอนาคตไว้กับลูกของตนเองในประเทศไทย หรือต้องกลับไปบ้านตนเองที่ประเทศต้นทาง

และต้องไม่ลืมคิดกว่า โรงเรียนที่รับเด็กข้ามชาติเข้าเรียนในพื้นที่สมุทรสาคร มีการปรับปรุงมีครูสอนหลาหลายภาษา การสอนภาษาพม่าให้กับเด็กพม่า รวมถึงเด็กไทยก็เป็นหนึ่งในนั้นเพราะ  ความเป็นประชากรอาเซียน  ภาษาเพื่อนบ้านสำคัญ เป็นหลักการตลาดอย่างหนึ่งที่ทำให้สอดคล้องนโยบายกระทรวงฯ 

และแน่นอนว่า  ผู้ปกครองเด็กข้ามชาติที่ส่งเด็กเข้าเรียนในระบบโรงเรียนของรัฐ มองเห็นถึงความยั่งยืนของครอบครัวไกลๆ ว่า หากฉันทำงานต่อในเมืองไทยระยะยาว ลูกหลานของฉันต้องมีอนาคต อย่างน้อยสามารถเอาตัวรอดปลอดภัย มีทักษะการใช้ชีวิต และทำให้ฉันมีที่พึ่ง พำนักอาศัยได้ยามแก่ชรา ยิ่งลูกของฉันได้ภาษามากกว่า 3 ภาษา ยิ่งมีโอกาสสร้างโอกาสต่อโอกาสในอนาคต

ผมก็ได้แต่หวังว่า อีกไม่เกินสิบปี  หากเด็กข้ามชาติ คือลูกหลานที่เกิดจากแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง ที่ผมสนับสนุนเข้าเรียนในระบบโรงเรียนของรัฐ   ร่ำเรียนศึกษาต่ออย่างเนื่อง  และผลจากที่ผู้ใหญ่ใจดีสนับสนุน รัฐสนับสนุน ภาคธุรกิจเอกชนส่งเสริม   เขาจะเป็นกลุ่มแรกๆ  ที่ศึกษาจบระดับปริญญาตรี และอาจต่อถึงปริญญาโทก็เป็นได้

ณ  วันนั้น ผมพยายามจะพยากรณ์ว่า   นโยบายของรัฐไทยและความร่วมมือกับอาเซียนจะเป็นอย่างไร  การศึกษาไร้พรมแดนจริงหรือไม่ ซึ่งจะไม่เหมือนโลกออนไลน์เสมือนจริงไร้พรมแดนที่สื่อสารกันปัจจุบันนี้  แต่นี้คือ  การศึกษาของจริงที่เกิดขึ้นแล้ว  ไม่ลวงหลอกหรือสร้างสร้างฝันลอยๆ.........

และวันนี้ เห็นว่าได้ว่า  การศึกษาต่อเนื่องในระดับอุดมศึกษาข้ามพรมแดนเกิดขึ้นแล้วมาก่อนหน้านี้ด้วยซ้ำ  และสามารถเรียนรู้ได้หลากหลายเนื้อหาวิชา สถาบันการศึกษามีการขับเคลื่อนข้อตกลงร่วมกันในการพัฒนาความรู้ทางวิชาการข้ามพรมแดนมาอย่างต่อเนื่อง

แต่  คำว่า  “นักศึกษาแรงงานข้ามชาติ”  อาจยังไม่มีใครนึกถึง  หรือ พูดถึงมาก   เพราะก็นึกไม่ถึงเช่นกันทั้งนี้ ร่องรอยรูปธรรมเราได้นำร่องดำเนินการมาแล้ว    

สักวัน   เขาจะเป็นคนหนึ่งที่สามารถบอกใครๆ  ได้ว่า ฉันเติบโตจากแรงงานข้ามชาติในประเทศไทย  ฉันขอบคุณประเทศไทยที่ให้การศึกษาเรียนรู้  มีพื้นที่ทำงาน และมีพื้นที่แสดงออก  

วันนี้ฉันสามารถพึ่งพาตนเองได้ สร้างฝันและวาดอนาคตของฉันเองได้  อนาคตครอบครัว สังคมที่ฉันปรารถนา ได้รับแต่สิ่งงดงาม ดีงาม...  ขอบคุณประเทศไทย  ฉันจะไม่ลืม.....

วันหนึ่ง  ไม่แน่นอน  ฉันอาจมีโอกาสต้อนรับท่านหรือคนในประเทศไทย ในฐานะที่ฉันเป็น  “นายกรัฐมนตรีพม่า”  ก็เป็นได้

นี้คือฝันจากการศึกษาในประเทศไทยที่ให้  “ไม่ไกลเกินเอื้อมจริงๆ “

สมพงค์  สระแก้ว

มูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน (LPN)

สมุทรสาคร  

8 ตุลาคม 2556

 

 

 

 

 

 

โดย สมพงค์สระแก้ว

 

กลับไปที่ www.oknation.net