วันที่ พฤหัสบดี ตุลาคม 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

.....กาญจนบุรี..ผมไม่เจอช้างสักเชือก เจอแต่ขี้ช้างกองใหญ่ที่สลักพระ...


 

.

"หากมีใครสักคน" ที่พอจะมีเวลาว่างเยอะ ๆ และนั่งเฝ้ามองการจัดกิจกรรมของชาวโอเคเนชั่น

ที่ผ่านมา เขาจะประจักษุ์ว่า  กิจกรรมแต่ละครั้งที่ชาวโอเคเนชั่นสรรค์สร้างขึ้นมานั้น  

ปฏิเสธไม่ได้ว่าไม่ใช่กิจกรรมธรรมดา ๆ แบบที่คนทั่ว ๆ ไปเขาคิดทำกัน

เพราะมันเป็นกิจกรรมที่ "ยิ่งใหญ่  มโหฬาร  เบิกบานหฤทัย  ประทับจิตประทับใจ"  ในทุก ๆ กิจกรรม

.

ผมไม่ขอพูดถึงเรื่องราวเก่า ๆ ในอดีตนะครับ  

แต่จะขอพูดถึงการทำโป่งให้ช้าง ให้สัตว์ป่าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ กาญจนบุรี

ซึ่งเพิ่งจะผ่านมาสด ๆ ร้อน ๆ เมื่อเสาร์-อาทิตย์ที่ ๕ - ๖ ตุลาคม ๒๕๕๖ นี้เอง

กิจกรรมครั้งนี้  เกิดขึ้นท่ามกลางความหวาดผวาของหลาย ๆ คนว่า  

จะ "โหด..มัน..ฮา.." เหมือนครั้งที่ทำบ่อให้ช้างที่กุยบุรีหรือไม่?

ครั้งที่ทำบ่อน้ำให้ช้างที่กุยบุรี  ผู้ที่ไม่ได้ไปร่วมกิจกรรม คงไม่รู้หรอกครับว่ามันเหนื่อยยากแค่ไหน  

แต่เมื่อผลงานสำเร็จแล้ว ก็หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง

.

.

การทำโป่งให้ช้างและสัตว์ป่าอื่น ๆ ที่สลักพระ

ผมสัมผัสได้ถึงความตั้งใจอย่างเด็ดเดี่ยวของ "คมฉาน ตะวันฉาย" ประธานชมรมโอเคเนเจอร์ เป็นอย่างดี

นอกจากท่านประธานฯ จะเคลียร์พื้นที่อย่างชนิดที่เรียกว่าเอาชื่อเสียงของ "คมฉาน ตะวันฉาย" เป็นเดิมพันแล้ว  

ยังทุ่มเทตัวเองลงไปสำรวจเนื้องานที่จะให้สมาชิกร่วมกิจกรรม  ล่วงหน้าหลายครั้ง

ควบคุมให้ค่าใช้จ่ายทุกเม็ด จำกัดอยู่ในยอดเงินบริจาคที่มี 

"คมฉาน" หรือ "พี่อัฏ" ของน้อง ๆ เป็นคนที่คิดอะไรละเอียดรอบรอบคอบ

และส่งเสียงดังอย่างไม่เคยเกรงใจหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหนทั้งสิ้น

.

.

ผมได้เห็นถึงความมั่นคงในจิตใจของ "บก.ชาลี วาระดี" ลูกผู้ชายตัวจริงที่พูดคำไหนคำนั้น

คุณชาลีสละเวลากำกับดูแลในรายละเอียดทุก ๆ ขั้นตอน  ชนิดที่เรียกว่า "โอเคเนชั่น" จะเสียชื่อไม่ได้เป็นอันขาด

คุณชาลีลงมือโปรโมทโครงการ ชักชวน  ชี้แจงรายละเอียดด้วยตนเองตั้งแต่ต้นจนจบ

โดยมีเป้าหมายสุดท้ายว่า  งานทำโป่งให้ช้างครั้งนี้ ต้องเรียบร้อยเสร็จสิ้น ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เต็ม ขาดหรือเกินไม่ได้..

.

.

 

ผมเชื่อมั่นในการทำงานของน้องชายผมที่ชื่อ "เต็งพ้ง"  

แม้เขาจะเป็นคนใจร้อน ปากเร็ว  

แต่เขาทำให้เขาเย็นลงได้ด้วยคารมที่ขำขัน  

เต็งพ้งมีความตั้งใจในการทำงานเพื่อส่วนรวม  จนบางครั้งถึงขั้นเคร่งเครียดจริงจัง

ใครไม่อยู่ใกล้เขา  จะมองแทบไม่เห็น  

แต่ผมเห็น

.

.

ตัวผมเอง "นายมะอึก"  มีส่วนร่วมรับรู้รับทราบการดำเนินงานทุก ๆ ขั้นตอน  ร่วมเดินทางไปสำรวจล่วงหน้า

แต่ผมรู้สึกตัวดีว่า  ผมเป็นคนขี้ขลาดในเรื่องการต่อสู้เพื่อธรรมชาติ  หรือการต่อสู้เพื่อสังคม 

ผมเคยลาออกจากการเป็นรองประธานชมรมโอเคเนเจอร์กลางอากาศ  

เพราะผมขี้ขลาดหวาดกลัว  และผมคิดเอาเองว่า  ผมด้อยความสามารถที่จะทำสิ่งที่ดีเพื่อโลกใบนี้ให้ได้ดีเทียบเท่าคนอื่น

ผมจึงตั้งใจขอเป็นเพียงอนูเล็ก ๆ ขององค์กรที่พร้อมจะขับเคลื่อนไปกับสังคม

จึงจูงมือน้อย ๆ ของแม่มะยง ไปร่วมกิจกรรม ด้วยความเต็มใจ

แม่มะยง  ร่ำร้องแต่ "ไม่อยากไป  ไม่อยากไป"  กลัวตัวคุ่นเหมือนครั้งที่เคยโดนมาที่กุยบุรีจนถึงขั้นต้องเข้าโรงพยาบาล

ผมบอกแม่มะยงว่า  "ไม่ต้องกลัวหรอก  เราต้องไปร่วมกิจกรรมกับเขา"

.

.

 

ดู "กำหนัน" เถิด  เดินทางมาจากกระบี่....

ดู "คนริมเล" เถิด  เดินทางมาจากตรัง...

ดู "ชัยแมนยู" เถิด  รีบกลับมาจากต่างประเทศ..

.

.

ดู "นักเดินทางตัวเขื่อง" เถิด  เดินทางมาจากเพชรบุรี

.

.

ดู "ชายสามหยด" เถิด เดินทางมาจากชลบุรี

.

.

ดู "อาจารย์ไอซี่" เถิด ยังทิ้งลูกทิ้งเมียมาเลย

.

.

ดู "อาจารย์พิชซ่า" เถิด เดินทางมาจากกำแพงแสน

.

.

ดู "กัปตันแจ็คฯ อาจารย์ปวิภา" เถิด อาสาเป็นแม่ครัวให้ทุกคนอิ่มท้อง

.

.

ดู "ครูแดงและทีมงาน(หลายคนมาก ๆ )"....เถิด...เสียสละเวลาความสุขส่วนตัวมานั่ง ๆ หลังขดหลังแข็งในป่า..

.

ดู "ต๋อยวันศุกร์" เถิด  เธอไม่เห็นจะกลัวสิ่งใดเลย

.

.

ดู "น้องการ์ตูน น้องเจน" เถิด คนนอกโอเคแท้ ๆ ไม่รู้จักใครสักคน เธอยังยอมร่วมเดินทางไปกับเรา

.

.

ดู "หนุ่ยมัชฌิมาปกร" เถิด ขนลูกคนเก่งและขนเมียคนสวย  เข้าป่าร่วมกิจกรรม

.

.

และอีก ๆ หลาย ๆ ดูเถิด..ชักแม่น้ำจนน้ำท่วมปราจีนบุรี..

สุดท้าย "แม่มะยง" ก็ใจอ่อนยอมทิ้งภาระกิจอันหนักอึ้งที่ทำงาน เดินทางไปกับผมและไปขึ้นรถที่เนชั่นด้วยกัน

.

.

การเดินทางไปเมืองกาญจน์ครั้งนี้  แบ่งการเดินทางหลากหลายรูปแบบ

บางท่านเดินทางล่วงหน้าไปก่อน  เท่าที่ผมทราบมี "คมฉาน ตะวันฉายและน้อง ๆ ,

เต็งพ้งและคุณหน่อย, เสือน้อยและเป้, ชวนชม."

บางท่านขับรถไปเอง เช่น นักเดินทางตัวเขื่อง, พิซซ่าและเพื่อน,

หนุ่ยมัชฌิมาปกรและครอบครัว, ชัยแมนยู,ฯลฯ

นอกจากนั้นมีรถตู้ออกจากปั๊ม ปตท.วิภาวดี ๑ คัน,  ออกจากร้านโอยั๊วะ ๑ คัน ,  ออกจากตึกเนชั่นฯ ๑ คัน

.

.

รถตู้คันที่ผมขออาศัยไปด้วยนั้น ออกจากตึกเนชั่นฯ ๐๗.๐๐ น. ตรงตามเวลาที่กำหนด

เราใช้เส้นทางบางบัวทอง  บางเลน  นครปฐม  กำแพงแสน  ท่ามะกา  พนมทวน  ท่าม่วง......กาญจนบุรี...

รถน้อยถนนโล่งสบาย  เจอฝนประปรายไปตลอดทาง

บรรยากาศในรถสนุกสนานมากครับ  มี "คุณไก่  และคุณชาลี" เป็นคนชง  มี "ลุงกิ๊บางกอก" เป็นคนตบ  มี "มะอึก" เป็นตัวซัก  

หัวเราะกันชนิดที่เรียกว่าลืมเรื่องอาหารเช้าไปเลยครับ

ผมขอรับประกันว่า "ลุงกิ๊บางกอก"  ศิลปินเฟสบุ๊คของเรา  

ไม่ได้มีการนินทาใครเลย..จริง..จริ๊ง...(ทำเสียงสูงด้วยนะ)

.

.

ทุก ๆ ครั้งที่ผ่านบ้านหนองขาว  ผมเป็นต้องแวะซื้อผ้าขาวม้าที่นี่ทุกครั้ง  

บอกตามตรงว่าผมหลงไหลในสีสรรค์และความนุ่มเนียนของเนื้อผ้าบ้านหนองขาวมาก ๆ 

พวกเราแวะช้อปปิ้งกันนิดหน่อยก่อนจะเข้าป่า  และไม่มีโอกาสใช้เงิน

วันนี้  ผ้าขาวม้าบ้านหนองขาว  ขยับราคาเป็นผืนละ ๑๖๐ บาท แล้วนะครับ  และมีแนวโน้มว่าราคาจะสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ 

ไม่เป็นไรครับ  เป็นการขึ้นราคาตามสภาวะเศรษฐกิจของเมืองไทย  

หากไม่ขึ้นราคา  คนทอผ้าก็อยู่ไม่ได้  ผมก็จะซื้อทุกครั้งที่ผ่านแล้วกัน

.

.

 

เรานัดหมายกันที่หน่วยพิทักษ์ป่าห้วยสะด่อง  

เมื่อถึงตัวเมืองกาญจน์  ขับรถไปทางเขื่อนศรีนครินทร์  

ผ่านเขื่อนท่าทุ่งนามาแป๊บเดียว  จะเห็นที่ทำการอยู่ขวามืออย่างชัดเจน  เลี้ยวเข้าไปเลยครับ

การรวมตัวอย่างมีการนัดหมายเด่นชัดขึ้น  

ผู้คนทุกสารทิศที่มารวมตัวกัน  

เมื่อเจอหน้ากัน ทักทายกันเหมือนญาติสนิทมิตรสหายที่คิดถึงกัน ไม่ได้เจอกันมานาน

กิจกรรมแรกที่พวกเราเริ่มต้น  คือการรับเสื้อที่ได้สั่งจองเอาไว้ล่วงหน้า  

และเปลี่ยนเสื้อเพื่อให้เกิดเอกลักษณ์ที่เป็นเอกภาพเอกภาพ

.

.

บันทึกไว้สักนิดว่า  ผู้ที่ออกแบบลวดลายในเสื้อทุก ๆ รุ่นของชาวโอเคเนเจอร์  คือ "พระโจ้" ที่พวกเราเคารพนับถือนั่นเองครับ

.

.

อาหารมื้อกลางวัน  ผัดซีอิ้วและส้มตำ  เป็นอาหารที่เอร็ดอร่อยมาก

แม่ครัวทุกคนใส่ใจลงไปในอาหาร  เพื่อให้พวกเราทุก ๆ คนได้อิ่มมีพลังเหมือนช้างสาร

.

.

"วรพจน์ ล้อมลิ้ม"

หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ

โทร.   ๐๓๔-๕๘๔-๐๓๒

(ตู้ ปณ. ๑๔ ปท.ลาดหญ้า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี  ๗๑๑๙๐)

 .

ก่อนออกไปทำกิจกรรม  หัวหน้าวรพจน์ฯ  ประชุมชี้แจงสรุปเนื้องานการทำโป่งที่จะดำเนินการในวันนี้ให้พวกเราทราบ

ทุกอย่างแปรเปลี่ยนไปจากแผนงานเดิมที่กำหนดไว้ว่า  เราจะเข้าไปทำโป่งที่หน่วยเขาเสือ จำนวน ๙ โป่ง  

แต่เพราะฝนตก  น้ำในลำห้วยมีระดับสูง  ไม่สามารถเดินทางเข้าไปถึงหน่วยเขาเสือที่กำหนดไว้ข้างในป่าได้

หัวหน้าวรพจน์ฯ จึงแบ่งพื้นที่ให้ใหม่เป็น ๓ พื้นที่

พื้นที่ที่ ๑ หน่วยเขาเสือ ๒ โป่ง  ผู้ที่เข้าไปต้องเดินแบกอุปกรณ์เข้าไปประมาณ ๑ กิโลเมตร มอบหมาย"คมฉาน" เป็นหัวหน้า

พื้นที่ที่ ๒ หน่วยท่าทุ่งนา ๕ โป่ง  รถเข้าถึงพื้นที่ มอบหมาย "คุณชาลี" เป็นหัวหน้า

พื้นที่ที่ ๓ หน่วยแก่งแคบ ๕ โป่ง  ทางรถเข้าลำบากมาก  ต้องใช้รถโฟวิลชนิดพิเศษ มอบหมาย "ชัยแมนยู" เป็นหัวหน้า

แบ่งอาสาสมัครออกเป็น ๓ กลุ่ม  แยกย้ายกันไปทำงาน  เป็นไปด้วยความสมัครใจว่าใครจะไปที่ไหนก็ได้

.

.

 (ภาพมัชฌิมาปกร)

.

หลังจากที่อาสาสมัครเลือกพื้นที่ที่ ๑ และพื้นที่ที่ ๒ เรียบร้อย  

ผมและแม่มะยง  พร้อมด้วยอาสาสมัครกลุ่มใหญ่ได้ไปที่แก่งแคบครับ

หน่วยแก่งแคบ  เป็นหน่วยที่ไกลที่สุดจากที่พักซึ่งเราจะเดินทางในบ่ายวันนี้

ออกจากหน่วยห้วยสะด่อง นั่งรถขึ้นไปทางเขื่อนศรีนครินทร์  

เมื่อถึงทางแยกเขื่อนศรีนครินทร์ เราแยกไปทางขวา  ทางไปอำเภอศรีสวัสดิ์นั่นแหละครับ

พื้นที่ชันมาก  หน่วยแก่งแคบอยู่ขวามือก่อนจะถึงท่ากระดาน

.

.

.

พวกเรานั่งรถบรรทุกขนาดใหญ่ ๔ ล้อไปจากหน่วยห้วยสะด่อง  

เมื่อถึงหน่วยแก่งแคบ  หัวหน้าวรพจน์ฯ บอกให้ เปลี่ยนรถคันใหม่

ผมนึกว่าจะเปลี่ยนรถที่ใหม่กว่า  แต่กลายเป็นว่า  ต้องเปลี่ยนเป็นรถโฟวิลมีโซ่ผูกล้อกันลื่น....

.

.

เดินทางลึกเข้าไปในป่าเกือบ ๒ กิโลเมตร ก็ถึงจุดที่เราจะไปทำโป่งให้ช้าง

เส้นทางวิบากพอสมควร  รถโอนเอนโยนตัวไปมา  ผมถ่ายรูปลำบากมาก ภาพไหวหมดเลยครับ

.

.

เมื่อถึงสถานที่ทำโป่ง  พบว่า  พื้นที่ถูกจัดเตรียมทุกอย่างไว้ด้วยความเรียบร้อย

เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์  จัดเตรียมเกลือป่น(โซเดียม)  กระดูกสัตว์(แคลเซี่ยม)  ใส่ถุงไว้พร้อม

จอบเสียม  จัดวางไว้พร้อมสรรพ

พวกเราต่างไปใช้แรงงานอย่างเดียว  และเป็นการใช้แรงงานที่เสร็จเีร็วจนหลายคนตกใจว่า

เสร็จแล้วหรือนี่?

ทำให้ผมอดที่จะเปรียบเทียบในใจไม่ได้ว่า  

การทำโป่งดินให้ช้างครั้งนี้  แตกต่างจากการสร้างบ่อน้ำให้ช้างในครั้งนั้นมากมายจริง ๆ ครับ

.

.

.ลงจากรถ  ทุกคนวิ่งเข้าสู่บ่อดินที่จะทำโป่ง...อย่างฮึกเหิม..

.

.

 

.อุปกรณ์  เครื่องมือ ถูกจัดวางไว้ให้ครบแล้ว...

.

.

.คนละไม้คนละมือ  ทั้งเด็กและผู้ใหญ่...

.

.

.เท..โซเดียม  แคลเซียมคลุกเคล้าลงไปบนผิวดิน....

.

.

.ขณะที่คนอื่น ๆ กำลังทำโป่ง  ผมหันไปเห็นกำหนัน กำลังโปรยเมล็ดกล้วยป่า  ที่หอบหิ้วมาจากกระบี่...

.

.

.แม่มะยง  หันมายิ้มกับกล้องเล็กน้อย..

.

.

.บ่ออื่น ๆ ช่วยกันทำอย่างรวดเร็ว  หรือว่ากลัวช้างจะออกมาช่วย....

.

.

 

.สนุกมากครับ...

.

.

.ชัยแมนยู  หัวหน้าทีมขยันขันแข็ง...

.

.

.ใครใช้จอบเป็นหรือไม่เป็น  เห็นกันงานนี้แหละครับ 

.

.

.กำหนัน  ใช้จอบคล่องมือมาก ๆ ...

.

.

.วัติ ธนวิทย์ ก็ใช่ย่อย...

.

.

.ลุงกิ๊บางกอก  หิ้วถุงเกลือเป็นจับกังเลยครับ...

.

.

.พระโจ้ก็คล่องแคล่ว....ว่องไว...จนน้องยุ้ยตกใจ..

.

.

.เสือน้อย  บันทึกเหตุการณ์ต่าง ๆ อย่างละเอียด....ยิบ..

.

.

.สรวญเสเฮฮาตามประสาฆราวาสกับพระ  ขณะทำงาน

.

.

.บางบ่อคนเยอะ...บางบ่อคนน้อย....แต่งานแล้วเสร็จ

.

.

.แตน ภริษา.....ดูทะมัดทะแมงยิ่ง....

.

.

.หัวหน้าวรพจน์ฯ พึงพอใจในผลงาน....

และบอกกว่า "คืนนี้เขาก็คงจะลงมากินโป่ง"

.

.

.ลูกใครน้อ ?...ทั้งซนทั้งเก่ง....เหมือนพ่อง....

.

.

.มะอึกขอสักรูปเหอะ....นะ..

.

.

.ลุงกิ๊...ปรบมือเชียร์พระทำงาน....ดู๊..ช่างกล้าทำ..

.

.

.งานเสร็จต่างยิ้มแย้มแจ่มใส...

.

.

.พระโจ้  ยิ้มอย่างมีเมตตา...

.

.

.เสร็จเรียบร้อย  ถ่ายรูปหมู่กับโป่งดิน...ตามระเบียบ

.

.

.ไชโย โอเคเนชั่น.. กดไลท์ตามสมัยนิยม...

.

.

ตอนขาเข้าป่า  พวกเราไม่รู้เส้นทาง  จำเป็นต้องนั่งรถโคลงเคลงกันอย่างน่าหวาดเสียว..

ขากลับ  รู้ทาง  รู้ระยะทางแล้ว  ขอเดินชมธรรมชาติบ้าง  

ปล่อยให้เด็กและผู้ที่ไม่อยากเดินนั่งรถออกไป...

.

.

...

.ยังงี้เรียกว่ายิงนก....ไม่ใช่ตกปลา..

.

.

.เสือน้อย...เก็บข้อมูลทำคลิป..เพียงพอแล้ว..

.

.

.สองเท้าที่ก้าวเดิน..แสนเพลิดเพลินจำเริญใจ..

.

.

.สุขยิ่งกว่าสิ่งใด..ทำงานใหญ่ให้กับช้าง...

.

.

.นั่งรถกันออกมาเป็นขบวนใหญ่เชียวครับ

.

.

.น้องตูน(จากเฟสบุ๊ค)...ใจสู้มาก ๆ ขอบอก

.

.

.ไม่ได้เจอตัวซะที  เจอขี้  ก็ยังพอทน..สด ๆ เลยครับ   กลิ่นฉี่ช้างฉุนไปทั้งแนวด่าน...

.

.

.อาจารย์พิซซ่า  บอกว่าไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยเลย

.

.

.แม้จะมีเม็ดเหงื่อเต็มใบหน้า  แต่ไม่มีวี่แววแสดงให้เห็นว่าเหนื่อยจากดวงตาของหัวหน้ากลุ่มแก่งแคบ

.

.

.สายน้ำแห่งห้วยสะด่อง  นิ่งและใสเหมือนกระจก

ธรรมชาติแม้จะไม่มีชีวิต  แต่ชีวิตต่างใฝ่หาธรรมชาติ

คนเมือง  อาจจะห่างไกลจากธรรมชาติบ้างเพราะภาระ

หากปลีกตัวได้  ลองหลบเข้าไปอิงแอบกับธรรมชาติบ้างนะครับ

แล้วท่านจะพบกับความสุขที่นิ่งและเงียบสงบ

.

.

.กิจกรรม "เล็ก ๆ น้อย ๆ " ของชาวโอเคเนชั่น  

เปรียบเหมือนสะพานไม้อันบอบบาง

ที่เชื่อมโยงระหว่างความมืดในโลกโซเชียลมีเดียกับความสว่างในชีวิตจริงเข้าด้วยกัน

ชาวโอเคเนชั่น  ใช้สะพานไม้เดินไปมาหาสู่

เพื่อหวังเพียงมิตรภาพ มิตรไมตรี ความผูกพัน  ความเอื้ออาทรต่อกัน

หลายต่อหลายครั้ง  ที่เราเสร็จกิจกรรม  

มักจะมี  "ควันหลง เล็ก ๆ น้อย ๆ "  เกิดขึ้นเสมอ

ควัน...อันเกิดจากไฟที่ผู้ก่อเจตนาก่อขึ้นให้มี...ควัน  

ย่อมไม่ใช่สิ่งอันพึงปรารถนาของส่วนรวม

และสุดท้าย  ผู้ก่อไฟ  มักจะเป็นผู้พ่ายแพ้แก่ภัยตนเองทุกครั้ง ทุกคน

.

.

กิจกรรมสองฟากฝั่่งห้วยสะด่องครั้งนี้  

ผมได้พิจารณาและตระดับรับฟังความเป็นไปอย่างละเอียดแล้ว...

ไม่มีควันหลงให้หงุดหงิดใจครับ

.

.

 

 

 

โดย มะอึก

 

กลับไปที่ www.oknation.net