วันที่ ศุกร์ ตุลาคม 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

.....กาญจนบุรี...กลับจากทำโป่งให้ช้าง แม่มะยงสลบเหมือด.....


.

.

เสาร์ที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๕๖

คณะโอเคเนเจอร์(กลุ่มแก่งแคบ) กลับจากสถานที่ทำโป่งให้ช้าง  แวะนั่งพักผ่อน ณ ที่ทำการหน่วยแก่งแคบ

สถานที่แห่งนั้นอยู่บนภูเขาสูงในป่าลึก  ต้นไม้เขียวครึ้มขึ้นปกคลุมไปทั่วบริเวณ  มีสายน้ำไหลผ่านให้ความร่มเย็นอย่างเป็นสุข

.

การเดินทางท่องเที่ยว  หรือจะไปแห่งหนตำบลไหนก็ตาม  

นอกจากผมจะสังเกตและรื่นรมณ์ไปกับบรรยากาศรอบข้างแล้ว

ผมจะให้ความสนใจกับสีหน้าและอารมณ์ของแม่มะยงเป็นกรณีพิเศษ

ใบหน้าของแม่มะยง จะเป็นตัวชี้วัดความผันแปรของเหตุกาณ์ต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี

แม่มะยงเป็นคนไม่ค่อยพูดจาให้ได้ยินเสียง  แต่เธอจะแสดงออกเล็ก ๆ ทางสีหน้าและแววตา ทั้งพึงพอใจและไม่พึงพอใจ

วันนั้นเมื่องานทำโป่งเสร็จเรียบร้อย  ผมเพลิดเพลินกับการเดินเท้ากลับมาที่หน่วยแก่งแคบ  แต่แม่มะยงเธอนั่งรถกลับมา

ผมเดินดูต้นไม้ใบหญ้ากับกำหนันจนอิ่มเอมหัวใจ  หันมองหาแม่มะยง

พบว่าเธอนั่งยิ้มเผล่อยู่บนศาลาซึ่งสร้างคร่อมอยู่บนลำธารเล็ก ๆ  ที่มีน้ำใส ๆ บาง ๆ ไหลรินตลอดเวลา

เจอใบหน้าอิ่ม ๆ เช่นนี้  ถือว่าสอบผ่าน สบายใจได้ครับ

.

.

เด็กน้อยคนนี้  ก่อนออกเดินทางมาจากจังหวัดปทุมธานี  คุณพ่อคุณแม่คงจะบอกว่าจะพาไปเล่นน้ำตกที่เมืองกาญจน์

เมื่อเด็กน้อยเห็นสายน้ำฉ่ำเย็น  ถอดเสื้อผ้าลงแช่น้ำทันทีครับ

.

.

เด็กน้อย ปล่อยให้ผู้เป็นพ่อไประเริงพูดคุยหยอกเอินอยู่กับพระ...

.

.

ขึ้นรถเดินทางกลับหน่วยห้วยสะด่อง  ขาไปอากาศไม่ร้อนนัก  แต่ขากลับแดดจ้า  สาว ๆ กลัวเป็นฝ้า  คลุมหน้ากันซะหน่อย

หมวกผ้าคลุมหน้าแบบนี้  เป็นผลิตภัณฑ์โอทอปที่เย็บจากผ้าขาวม้าบ้านหนองขาวครับ

ราคาใบละ ๙๐ บาท  สวมคลุมกันแดด กันลม กันฝุ่น ดีมาก ๆ  

มีเจาะช่องตาไว้มอง  และช่องจมูกไว้สำหรับหายใจอย่างเรียบร้อยสวยงาม

บางท่านคิดว่าสวมแล้วน่าจะร้อน  ในความเป็นจริงไม่ร้อนอบอ้าวเลย  เย็นสบาย ๆ ชาวนา......

สามสาวนี้เป็นใคร  ผมไม่บอก  ผมเพิ่งจะรู้จักอย่างจะ ๆ วันนี้นี่เอง

รู้เพียงว่า  น่าเคารพ น่ารัก  น่าคบหาสมาคมครับ

.

.

น้องต๋อย..วันศุกร์ก็คลุมหน้ากลัวดำเหมือนกัน

เมื่อผมหันกล้องซูมใกล้ ๆ  ผมโดนทุบ ๑ บึ๊ก แล้วน้องต๋อยก็พูดว่า  "พี่มะอึกอย่าถ่ายยังงั้นซี...ต๋อยอาย"....

.

.

ทันทีที่ทุกคนกลับมาถึงหน่วยห้วยสะด่อง  จะพบเห็นภาพนี้ครับ

ครูแดง  และแม่ครัวทุก ๆ คน กำลังง่วนอยู่กับการปรุงอาหารมื้อเย็น

ตามกำหนดเดิม  บอกไว้ว่ากัปตันแจ็คและปวิภา  คือพ่อครัวแม่ครัวใหญ่

แต่ภาพที่ได้เห็นชัด ๆ คือครูแดงน่าจะเป็นหัวหน้าฝ่ายโภชนาการคนสำคัญ  ตั้งแต่ก่อนเที่ยงเป็นต้นมา ไม่หยุดหย่อนเลยครับ

.

.

หลายคนอยากจะเข้าไปเป็นลูกมือ  แต่ผมเห็นว่าเพียงจด ๆ จ้อง ๆ กันซะมากกว่า

เพราะงานจิ๊บ ๆ เช่นนี้  "เจ้าของร้านโอยั๊วะทั้งที่เกษตร  และพระราม ๗" ...เอาอยู่..แน่นอนครับ

.

.

 (ภาพไอซี่)

กลุ่มอาสามัครโอเคเนเจอร์ทำโป่งทั้ง ๓ ทีมกลับเรียบร้อย  หัวหน้าวรพจน์ฯเห็นว่าพอมีเวลาจึงประกาศเชิญชวนไปดูสัตว์ป่า

หนุ่ม ๆ สาว ๆ หรือผู้ที่ไม่เคยเข้ามาพักผ่อนที่ป่าสลักพระ  รู้สึกตื่นเต้นตื่นตัว ได้ไปดูสัตว์ป่าอย่างใกล้ชิด

สำหรับอาหารมื้อเย็น เต็งพ้งนัดหมายทุก ๆ คนเวลา ๑๘.๓๐ น.

.

.

ผมหันไปดูตัวชี้วัดของผมอีกครั้ง  ครั้งนี้ดูอาการกำลังไม่ค่อยดีแล้วครับ

ก่อนจะเข้าป่าครั้งนี้ ๒-๓ วัน  แม่มะยงเป็นโรคร้อนในในปาก

"ทางการแพทย์บอกว่า"  การเกิดแผลร้อนในมีความเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันสภาพทางจิตใจ และสังคม

มักจะเกิดกับผู้มีรายได้น้อย  มีความเครียดและมีการทำงานที่มีการแข่งขันสูง 

เออ..สรุปได้แปลกดีแฮะ...คนรวยคงจะไม่เป็นแผลในปากกระมัง?

แต่ผมเชื่อว่า แผลร้อนในในปาก เป็นสัญญาณเตือนภัยว่า  ร่างกายของผู้ที่เป็นกำลังอ่อนล้า หรือทรุดโทรม

ที่สำคัญ  เข้าป่าครั้งนี้  แม่มะยงไม่ได้พกยาสเตียรอยด์สำหรับทาปากมาซะด้วยซี

.

.

ซูมเข้าไปดูใกล้ ๆ ชัดเจนมากแล้วครับ  แม่มะยงแสดงสีหน้าบอกผมว่ากำลังเจ็บปากมาก  

และหากเจ็บไปมากกว่านี้  แม่มะยงจะมีอาการตัวร้อน และเป็นไข้ในที่สุด  

โอว์...เธอจะต้องมาทุกข์ทรมานในป่าอีกแล้วหรือนี่

.

.

แม่มะยงกำลังเดินผ่านสะพานไม้ไผ่  ....เพื่อข้ามไปอีกฟากหนึ่ง...

ภาพในเฟรม  ผมได้ยินเสียงแม่มะยงบ่นใจใจว่า  "ชั้นไม่อยากเดิน  ชั้นไม่อยากไป...ชั้นอยากนอน....แว้วววว"

.

.

เดินข้ามห้วยสะด่อง  ทักทายคุณรัตคุณกุ้ง คุณนิดคุณปอม คุณหนุ่ยคุณเอื้องได้ไม่กี่คำ

ผมจูงแม่มะยงเข้าที่พัก  อาบน้ำอาบท่าและให้เธอพักผ่อนด้วยการนอนหลับครับ

.

.

เล่าเรื่องนี้ซะหลายช็อต  เพียงอยากจะบอกว่า  

การจะไปท่องเที่ยวที่ไหนก็ตาม  สุขภาพร่างกายเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่มาก

หากร่างกายไม่พร้อม  ไม่ว่าทริปนั้นจะสนุกสนานอย่างไร  แต่คนที่ป่วย  มักจะแสดงอาการสนุกบันเทิงไม่ออก

ฉะนั้น  ก่อนจะไปเดินป่า  ต้องฟิตร่างกายให้เปรี๊ยะ  รักษาสุขภาพจิตให้เยี่ยม

ยกเว้นคนที่อกหักรักคุด  เมื่อเที่ยวไปในป่าดงพงพฤกษ์  หรือท่องไปตามธรรมชาติ  แผลใจอาจจะสมานได้โดยง่าย

.

.

.

๑๘.๓๐ น.  อาหารเย็นพร้อม  ทุก ๆ คนลุยอย่างไม่ต้องมีพิธีรีตรอง

ผมเพิ่งจะสังเกตเห็นว่า "น้องนัน" ของผมซูบลง  ส่วน "เพื่อนแจ็คสายธาร" นั้น  ผอมจนเห็นได้ชัด

ใบหน้าปราศจากริ้วรอยจนดูเป็นวัยสะรุ่น  ที่สำคัญหน้าท้องของเขาแบนราบ

ทราบจากเต็งพ้งว่า  เพื่อนแจ็คงดแป้งคาโปไฮเดรทและน้ำตาลเด็ดขาด  จึงทำให้รูปทรงสัญฐานเหมือน ณเดช ก็ไม่ปาน...

.

.

"คนริมเล"  เหลือบมองผมอย่างไม่สบอารมณ์นัก  เมื่อผมถ่ายภาพขณะที่อาจารย์กำลังตักอาหารด้วยความหิว...

.

.

ดูครอบครัวนี้ซีครับ....ตักอาหารใส่ข้างชาม  แล้วไปนั่งทาน ยืนทาน  อย่างมีความสุข  

จนมีใครบางคนแอบอิจฉาและสะกิดให้ผมบันทึกภาพนี้

.

.

ส่วน ทีมงานโภชนาการ  พักผ่อนด้วยเฟสบุ๊คครับ....

.

.

สายธาร...มาดาม WarinRom Raksakunphoonphon ..ปวิภา

สังเกตที่มือนะครับ....ติดเฟสบุ๊ค.....งอม....แงม...

 

.

.

อาหารเย็นผ่านไปไวเหมือนโกหก  

ผมไม่แจงนะครับว่ามื้อนี้ประกอบด้วยเมนูอะไรบ้าง  เพราะผมไม่ได้ทานทุกอย่าง

นอกจากปีกไก่ทอดที่เต็งพ้งประกาศว่าไก่เป็นโรค  และไก่ต้มแซ่บ  แค่นี้ผมก็อิ่มแล้ว....

แม่ครัวเอาหัวใจใส่ไปในอาหารพร้อม ๆ กับเครื่องปรุงทุกชนิดจริง ๆ ครับ

.

.

โปรแกรมตอนกลางคืน  คุณชาลีเขียนไว้เพียงสั้น ๆ ว่า

"ทานอาหารค่ำร่วมกัน พักผ่อนตามอัธยาศัย"

แต่ในความเป็นจริงแล้ว  

คืองานอีเว้นท์เปิดตัวหนังสือ "ตะกอนป่า เล่ม ๒" โดยคมฉาน ตะวันฉาย

และแถลงข่าว "บอกข่าวเล่าเรื่อง ชวนชาวโอเคฯล่องตรังครั้งที่ ๒ แหวกทะเลไปปลูกหญ้าต่อชีวิตพะยูน"

โดย คนริมเล และ กำหนัน

.

.

ในเบื้องต้น  เต็งพ้งแนะนำตัวสมาชิกผู้ร่วมกระบวนการทีละท่าน  เอาเฮเอาฮาตามประสาเต็งพ้ง

ผมนั่งขำ..กิ๊ก กิ๊ก.....กั๊ก....กั๊ก.....

ชีวิตชาวโอเคเนชั่น  หรือโอเคเนเจอร์ก็ตาม  

พวกเรามักจะไม่ให้ความสำคัญกับชื่อจริงนามสกุลจริงของใครมากนัก

ชาวโอเคเนชั่นจะเป็นใครมาจากไหน  จะมีตำแหน่งหน้าที่ใด ๆ หรือจะมีอายุอยู่ในวัยใด

เมื่อมาเป็นชาวโอเคเนชั่น  เราคือบล็อกเกอร์คนหนึ่ง  

และเพื่อน ๆ จะเรียกขานกันตามนามแฝงที่ปรากฏในบล็อก

อย่างผมนี้  ใช้นามแฝงว่า "มะอึก"  ก็มีคนเรียกว่า "พี่มะอึก" จนผมแทบจะลืมชื่อจริงของผมไปแล้วนะเนี่ย....

ส่วนชีวิตจริง  ชื่อจริงนามสกุลจริง สถานที่ทำงานจริง  หากบล็อกเกอร์ไม่อยากให้ใครทราบ  ก็จะไม่มีใครถาม  

ยกเว้นตัวบล็อกเกอร์จะชี้แจงเพิ่มเติมกันเอาเองตามความประสงค์ของแต่ละคน

ผมสังเกตว่า..นี่คือความน่ารักของบล็อกเกอร์โอเคเนชั่นที่เรามีกันมานานแสนนาน....

ส่วนจะมีใครสักคน  เที่ยวซอกแซกสอบถามทั้งต่อหน้าและลับหลังในรายละเอียดในเรื่องส่วนตัวของบุคคลอื่น ๆ 

ผมเห็นว่ามักจะไม่ประสบความสำเร็จในชีวิตการเป็นบล็อกเกอร์.....

.

.

เมื่อเต็งพ้งแนะนำตัว  ผู้ถูกแนะนำตัว  ก็จะลุกขึ้นยืน  แล้วไหว้ไปรอบ ๆ วง  อย่างที่ท่านได้เห็น

ในภาพ  ผู้ถูกแนะนำคือ "น้องยุ้ย" นางเอกภาพยนต์สาวสวยและเพื่อนอีก ๒ คน  ซึ่งอยู่ในวงการบันเทิงเช่นเดียวกัน

งานนี้  น้องยุ้ยขนช้าง มาให้ช้างเยอะแยะ  ทั้งหมวกช้าง  น้ำดื่มช้าง  ผ้าห่มช้าง  และเบียร์ช้าง.....

แป๊บเดียว  ช้างชนช้างหมดเกลี้ยงเลย.....ต้องไปวอนของให้สิงห์มาช่วย...ชิมิ..ชิมิ..?

.

.

.

.

เมื่อแนะนำตัวรู้จักกันแล้วว่าใครเป็นใคร  "คมฉาน ตะวันฉาน" ประธานชมรมโอเคเนเจอร์กล่าวสรุปงานที่ทำในวันนี้

รวมไปถึงแจงรายละเอียดค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ทั้งหมดอย่างละเอียด

"พี่อัฏ" แกเป็นคนพูดเร็ว  พูดเสียงดัง  มือไม้ไม่อยู่นิ่ง  ภาพออกมามือก็เลยกลายเป็นมนุษย์พันมือซะงั้น?

.

.

นอกจากนี้แล้ว "คมฉาน ตะวันฉาย"  ซึ่งเป็นนักเขียนปากกาทองคนหนึ่งของเมืองไทย ยังชี้ให้สมาชิกได้เห็นอีกว่า

หนังสือ "ตะกอนป่า เล่ม ๒" ซึ่งเป็นเรื่องราวในพงไพรที่เคยตกตะกอนในความทรงจำนั้น  น่าอ่านเพียงใด

.

"คมฉาน ตะวันฉาย"  มีนิสัยที่ฝังลึกจนเป็นสันดานที่ยอมศิโรราบเพียงความถูกต้องและความดีงามเท่านั้น

เมื่อ "คมฉาน ตะวันฉาย" เขียนหนังสือ  ก็เป็นนักเขียนที่มีใจขบถ

เมื่อ "คมฉาน ตะวันฉาย" เขียนหนังสือพิมพ์  เขาก็เรียกว่าสื่อหัวแข็ง  สื่อขบถ  เขาเขียนหนังสือตามเนื้อผ้าจริง ๆ 

"คมฉาน ตะวันฉาย" กล้าตำหนิผู้อื่น  เพราะไม่มีแผล  ไม่มีด่างพร้อยในชีิวิต  ลิขิตอักษรขึ้นมาเพื่อเลี้ยงชีพเท่านั้น

.

คืนนั้น พี่อัฏ  ขาย"ตะกอนป่า เล่ม ๒" ได้ไป ๔๐ เล่ม

และเป็นที่มาของประโยคจากปาก "ชัยเมนยู" ว่า  

หากผมอ่านหนังสือพี่อัฏไม่จบเล่ม  ผมคงจะไม่ได้เขียนบล็อกเรื่องต่อไปแน่ ๆ 

ซึ่งผมกำลังจะตรวจสอบว่า "ชัยแมนยู" จะอ่านหนังสือเล่มนี้จบเมื่อไหร่?

.

.

ดูสีหน้าคนที่นั่งฟัง "คมฉาน ตะวันฉาย" พูดด้วยความจริงจังแล้ว

ผมว่าชาวบ้านกำลังเครียดนะเนี่ย....

.

.

"วัติ ธนวิทย์" ซึ่งชีวิตไม่เคยเครียดเลย  คืนนี้ก็ดูจะเครียด ๆ ไปเล็กน้อย

.

.

มาถึงเรื่องการแถลงข่าว  "แหวกทะเล ไปปลูกหญ้า ต่อชีวิตพะยูน"  โดย "คนริมเล" ซึ่งเดินทางไกลมาจากจังหวัดตรัง

.

.

รองศาตราจารย์ ซึ่งกำลังจะเป็นด๊อกเตอร์ ในอีกไม่กี่วันท่านนี้  

ท่านทำวิจัยเกี่ยวกับเรื่องปู  จนรู้ละเอียดว่า ตัวไหนมีไข่? ตัวไหนไม่มีไข่? ปูมีพฤติกรรมอย่างไร?

ปูตัวไหนโง่?  ปูตัวไหนฉลาด?  

ช่วงนี้อาจารย์หันมาเอาใจใส่กับอาหารของปลาพะยูน  คือ หญ้าทะเล

"คนริมเล" บอกผมว่า  

หญ้าทะเล  มีความแตกต่างจากหญ้าแพรก  และหญ้าแฝก  อย่างเห็นได้ชัด

.

.

ฟังแล้วก็จะรู้ว่า  

โปรแกรมล่องตรังครั้งที่ ๒ของชาวโอเค  

จะมีขึ้นระหว่างวันที่ ๑๖ - ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๖

.

.

"คมฉาน" ครุ่นคิด..วันนั้นตรูจะว่างมั๊ยว้า?

.

.

อาจารย์คนริมเล บอกอีกว่า 

คณะกรรมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจังหวัดตรัง

เล็งเห็นว่า ชาวโอเคเนชั่น เป็นสื่อสร้างสรรค์ที่สามารถเผยแพร่และสร้างกระบวนการเรียนรู้

ให้สังคมวงกว้าง เกิดความตระหนักและรับผิดชอบร่วมกันต่อการรักษาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้

.

.

"ต๋อย..วันศุกร์" นั่งฟังอย่างสงบ  และคิดว่า

ชาวโอเคเนชั่นนี่แหละ  จะขอมีส่วนช่วยในการอนุรักษ์หญ้าทะเลและพะยูนของจังหวัดตรัง

.

.

."นิดนรี ภาษาหลากษี" นักอนุรักษ์ตัวยง  พร้อม......

ส่วน พี่วิทย์ ส่งข้อความไปในเฟสบุ๊คว่า  "ผมพร้อมจะบินไปตรังกับครูแดงครับ"

.

.

"พี่อัง" และ "คุณปอม"  พร้อมแล้ว  เพราะทริปนี้ มีการดูนกที่เกาะลิบง บริเวณแหลมจูโหย  และหาดตูบ 

.

.

"ชัยแมนยู" เริ่มคิดคำนวนค่าใช้จ่าย  ทริปนี้เท่าไหร่หว่า  ของเราครอบครัวใหญ่ซะด้วยซี  

.

.

มาถึงคิว "อีตากำหนัน" แถลงข่าวบ้าง  

คนนี้เดินทางไกลมาจากจังหวัดกระบี่

กำหนันยืนยันถึงการให้การต้อนรับชาวโอเคเนชั่นด้วยน้ำจิตน้ำใจอย่างอบอุ่นเช่นเคย

กำหนัน และคนริมเล  สำรวจข้อมูล สำรวจความพร้อม ที่ บ่อหินฟาร์มสเตย์ มาหลายครั้ง จนพะยูนจำหน้าได้

กำหนัน  เป็นคนพูดไม่เก่ง  แต่ความจริงใจมีสูงปรี๊ด....

คืนนั้นใครสังเกตเห็นกำหนันเขิล์ล  จนทำตัวไม่ถูกบ้างมั๊ยครับ?  

ช่วงที่เถไถไปหยิบที่คั่นหนังสือของน้องต๋อย  เดินแจกไปทั่วห้องประชุม นั่นแหละครับ

ใครไม่เห็น  แต่ผมเห็น.....

ผมเห็นมาหลายครั้งแล้ว  

เมื่อ "หนุ่มสวนยางหน้าดำ" คนนี้เขิล์ลเมื่อไหร่  จะหยิบของที่วางอยู่ข้างหน้าส่งให้ชาวบ้านเขาไปทั่ว

น่ารักดีครับ

.

.

"น้องการ์ตูน" เลขานุการสาวจากกรมแรงงาน  เห็นชาวโอเคเนชั่นเขารักกัน  แล้วอึ้ง...

.

.

"อาจารย์พิซซ่า" นั่งคิดว่า  อยากไป  แต่จะหาวิธีไหนทิ้งเด็กนักเรียนดีเนี่ย...

.

.

"น้องแตน" ครุ่นคิดนิดหน่้อย  เพราะไปตกปากรับคำกับกำหนันไว้ว่า จะไปตรังด้วย

.

.

งานแหวกทะเลปลูกหญ้าต่อชีวิตให้พะยูน  เต็งพ้งประกาศร่วมมือ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ และจะบินไปหาข้อมูลก่อนล่วงหน้า ๑ รอบ

.

.

"น้องเจน" สาวทะเบียนเขตประเวศ  ดูท่าทางจะขอร่วมทริปอีกครั้ง  แบบว่าไม่เข็ดกับการถูกถ่ายรูป....

.

.

แม่มะยง ยิ้มได้แล้วแต่ยังไม่สดใสนัก

.

.

"เอื้อง" สาวสวยลูกย่าโม..จะไปเยือนเมืองตรังด้วยหรือเปล่าครับ?

.

.

ในยามนี้  ใครจะคิดยังไงก็ช่าง "อาจารย์ไอซี่" ของผมนั่งร่ำร้องอยู่ในใจว่า

"คิดถึงช้างจุงเบย"

.

.

ท่านที่เคารพครับ

คืนวันเสาร์นั้น  คุณชาลีต้องรีบปิดประชุม  เพราะมีเสียงแหลม ๆ เล็ก ๆ ดังก้องขึ้นในความเงียบว่า

"เมื่อไหร่เขาจะเลิกนี่?"

ผู้ใหญ่ที่นั่งฟังการประชุมด้วยสีหน้าเคร่งเคร่งเครียด  ได้ฮากันตรึม......

เออ....เด็กคนนี้มีความคิดเป็นผู้ใหญ่?

เด็กคนนี้มี "อนาคตไกล"  หนุ่ยต้องส่งลูกไปเรียนญี่ปุ่นให้ได้นะครับ

.

.

ราตรีนั้นยาวนานแค่ไหน  ผมไม่ทราบในรายละเอียด

ผมรีบจูงแม่มะยงไปพักผ่อน  

เพราะพรุ่งนี้  โปรแกรมเดินตากแดดดูฟอสซิล  เป็นโปรแกรมที่ผมสนใจยิ่ง

หากตัวชี้วัดของผมงอแงเพราะพิษไข้  ผมคงจะไม่ได้ดูหอยในหินแน่นอนครับ

.

สวัสดี.

.

โดย มะอึก

 

กลับไปที่ www.oknation.net