วันที่ อังคาร ตุลาคม 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ไปปลูกป่า..ให้กับป่าผืนสุดท้าย..ที่ซับลังกา


 * ซับลังกา..ว่ากันว่าเป็นป่าผืนสุดท้ายของภาคกลาง
เป็นป่าที่ยังคงมีความอุดมสมบูรณ์ตามสมควร แต่กระนั้นก็ยังคงมีบางส่วนของพื้นที่
ที่ยังคงต้องการการฟื้นฟู เพิ่มเติม เพื่อความอุดมสมบูรณ์นั้นยั่งยืนต่อไปชั่วลูกชั่วหลาน
 * เมื่อวันที่ 12 ตุลาคมที่ผ่านมา ชาว BDP ได้มีการจัดกิจกรรม โดยโครงการนี้ลงตัวที่ การปลูกป่า
ผมจึงมีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมด้วย กิจกรรมครั้งนี้ผมเป็นเพียงส่วนหนึ่งของผู้เข้าร่วมกิจกรรม
จึงมิได้รับรู้เรื่องราว รายละเอียดหรือการติดต่อประสานงานใดๆ
เพียงแต่เตรียมตัวและใจให้พร้อมในกิจกรรมครั้งนี้เท่านั้น (ง่ายที่สุด อิอิอิอิ.)

..

..


 * กลุ่มของเราออกเดินทางจากที่ทำงานในสายๆของวันที่ 12 และเดินทางไปถึงที่ทำการ
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าซับลังกา ซึ่งขึ้นกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ในสายแก่ๆของวัน
หลังจากนั้นก็มีการถ่ายภาพร่วมกันก่อนออกเดินทางต่อไปยังจุดหมายที่เราจะไปเพิ่มจำนวนต้นไม้
ให้กับพื้นที่ป่า โดยพาหนะสุดฮิต นั่นคือ รถอีแต๊กนั่นเอง และเป็นพาหนะที่ดีที่สุดที่จะพาเราตะลุยป่าครั้งนี้
 * เพียงไม่นานนักรถอีแต๊ก ก็พาเรามาหยุดอยู่ ณ จุดหมายที่เราจะปลูกต้นไม้กัน เรามีการรวมกลุ่มกันอีกครั้ง
ต้นไม้พร้อม คนพร้อม... เพียงแค่ชั่วเวลาไม่นานนัก ต้นไม้ 400 ต้น ก็ถูกสองมือของคน ราวๆ 50 คน
นำมันลงไปรอฝนฟ้า ในหลุมปลูกเป็นที่เรียบร้อย แหม๊...เสียดายจริงๆ นี่ถ้าเรามีต้นกล้ามากกว่านี้ก็คงจะดี
คงจะปลูกกันเพลินที่เดียว...

..

..

..

..

..

..

..

..
 * ต่อมาเจ้าหน้าที่ก็นำเราเดินทางต่อไปในป่า เพื่อไปพักผ่อนซึ่งเป็นน้ำตกผาผึ้ง เราตั้งใจกันว่า
จะไปกินข้าวเที่ยงกันที่นั่น ถือเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศไปกินข้าวป่ากัน แต่บางคนก็อดรนทนไม่ได้
จัดการกับข้าวห่อเสียก่อนจะเดินไปที่น้ำตกเสียอีก ก็เลยต้องแบ่งกลุ่มกันออกเดินทางล่วงหน้าไปก่อน
ส่วนอีกกลุ่มหลังจากจัดการกับข้าวห่อแล้วก็ออกเดินทางตามเข้าไปสมทบที่น้ำตก
 * ระหวางทางที่จะไปน้ำตกพบกับต้นยางนาขนาดมหึมา ล้มยาวหยียดที่ข้างทาง บริเวญคนต้นมีร่องรอยของไฟ
ซึ่งก็มิได้เกินที่จะคาดเดานัก เจ้าหน้าที่ท่านเล่าให้ฟังว่า ก็เพราะความโลภของคนนี่แหละ เบียดเบียนสัตว์
เผ่าป่าล่าสัตว์ จนเกิดไฟไหม้ทำให้ต้นไม้ใหญ่ต้องล้มลงไป น่าเสียดายมาก..
กระนั้นต้นอื่นๆที่ยังอยู่ก็ทำหน้าที่ของมันต่อไป เพราะระหว่างทางต้นไม้ใหญ่อีกหลายๆต้อนก็ยังแผ่กิ่งก้าน
สร้างความร่มรื่นให้ผืนป่าแห่งนี้ได้ต่อไป

..

..

..

..

..
 * น้ำตกผาผึ้งเป็นน้ำตกเล็กๆทว่าเย็นฉ่ำชุ่มหัวใจดีนัก ทำให้หลายเหนื่อยได้ดีทีเดียว กลุ่มที่ล่วงหน้ามาก่อน
ก็ได้เวลาในการจัดการกับเสบียงที่ห่อกันมา ข้าวไข่เจียว..ห่อด้วยใบตอง แค่นี้ก็อิ่มอร่อยมากแล้ว.....
ท้องอิ่ม แต่ใจยัง เลยออกไปหาอาหารใจเสียหน่อย กัยสายน้ำตกเล็กๆนี้ ก้มๆเงยๆถ่ายภาพน้ำตกจนเพลิน
พอเงิยหน้ามาก็เจอกับเจ้าแมงมุมตัวเขื่อง ที่ชักไยอันกว้างใหญ่อยู่ระหว่างต้นไม้นั่น สวยงามเชียว..

..

..

..
 * จากนั้นบางกลุ่มสมัครใจที่จะปีนขึ้นต่อไปอีก บางกลุ่มก็เดินทางกลับลงมาหลังจากคลายเหน็ดเหนื่อยกันแล้ว
ระหว่างทางจากที่ปลูกป่ากับทางที่จะไปน้ำตกนั้น เราจะพบกับร่องรอยของช้างป่าหรือช้างที่ถูกปล่อยจากโครงการ
คืนช้างสู่ป่าก็ไม่อาจทราบได้ แต่ร่องรอยยังดูใหม่ๆ ทั้งขี้ช้าง และร่องรอยต้นไม้ใบไม้ที่ถูกหักลงมา
สังเกตุเห็นอาการของเจ้าหน้าที่ ดูระแวดระวังตัวตลอดช่วงที่ผ่านไปนั้น สอบถามทราบว่า มีช้างตัวหนึ่งชื่อเจ้าสาคร
อาจตกมันหรือเปล่าไม่ทราบ แต่เจ้าหน้าที่บอกว่าเจ้าสาครค่อนข้างเกเรเสียด้วยสิ ปะเหมาะเคราะห์ดีอาจจะเอ๋กัน
กลางทางก็เป็นได้
 * ในกลุ่มของเราไปทั้งหมด 5 คัน ผ่านมาได้ 3 คัน อีแต๊กเทอร์โบ คันที่ 4 เกิดเสียกลางทาง ตรงจุดที่เจ้าสาคร
ออกมาป้วนเปี้ยนเสียด้วย เจ้าหน้าที่ก็เลยต้องย้อนกลับไปดู โดยแบ่งอีแต๊กกลับไป 1 คัน ให้เราแบ่งคนอย่างละครึ่ง
ไปขึ้นอีกอีกสองคัน เรากลับมาถึงที่ทำการโดยไม่ปะหน้าเจ้าสาครเลย แต่ทว่าสองคันที่เหลือช่างโชคดีเสียนี่กระไร
ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ ให้รวมคนไปคันเดียว ส่วนอีกคันบรรทุกเจ้าเทอร์โบกลับ แล้วล่วงหน้าาก่อนเจ้าหน้าที่
ราวกับรู้ว่าในรถอีแต๊กที่มาก่อนไม่มีเจ้าหน้าที่มาด้วย เจ้าสาครออกมายืนจังก้ารอต้อนรับอยู่กลางทาง ทุกอย่างเงียบ
สงัด ไม่มีเสียงเอะอะใดๆจากคน เจ้าสาครยืนโบกหูวาบๆอย่างนั้น ไม่นานเจ้าสาครก็ตรงดิ่งเข้ามา ทีนี้หล่ะแตกกระเจิง
ลุงคนขับรีบบอกให้เราวิ่งหนีเอาตัวรอดก่อน ส่วนตะแกยืนตะโกนไล่เจ้าสาครอยู่ที่รถของแก แกว่าแกกลัวเจ้าสาคร
จะพังรถแกทิ้ง สุดท้ายเจ้าสาครก็หลบออกข้างทางไป ทุกคนก็เลยโล่งอกโล่งใจไปตามๆกัน

..

..
 * เรื่องเล่าของเจ้าสาคร* เป็นช้างที่มีปมในใจ เพราะแม่ของเจ้าสาครนั้นโดนฆ่าตาย โดยคนที่ฆ่านั้นขี่รถมอเตอร์ไซค์สีเขียว
ฉนั้นปมในใจก็คือ เจ้าสาครจะผูกใจอยู่กับรถมอเตอร์ไซสีเขียว เห็นไม่ได้ไล่กระทืบเสียแบนแต๊กแต๋เลยหล่ะ
.....

โดย นายสิบหมื่น

 

กลับไปที่ www.oknation.net