วันที่ พุธ ตุลาคม 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

.....กาญจนบุรี...ทางไปน้ำตกห้วยแม่ขมิ้น..ปูด้วยแอสฟัลต์...นิ!


.

.

๖ ตุลาคม ๒๕๕๖

.

.

บ่ายวันนั้น หลังจากที่อิ่มใจกับองค์ความรู้เรื่องซากดึกดำบรรพ์และดู "นอติลอยด์" ที่ท่ากระดานแล้ว

รถตู้คันดังกล่าว และรถคันอื่น ๆ (บางคัน) ตรงดิ่งไปที่น้ำตกห้วยแม่ขมิ้นตามกำหนดการที่วางไว้

ครั้งนี้คุณชาลีเลือกใช้เส้นทางที่เข้าทางเขื่อนศรีสวัสดิ์ ผ่านทางแยกเข้าน้ำตกเอราวัณ ผ่านถ้ำพระธาตุ แทนการลงแพ

ซึ่งท่านที่เปิดอ่านจากอินเทอร์เน็ตเก่า ๆ

จะมีนักเดินทางเล่าขานไว้ว่าเป็นถนนลูกรังระยะทางประมาณ ๔๐ กิโลเมตรกว่า ๆ นั่นแหละครับ

.

.

วันนี้  ถนนลูกรังซึ่งเคยเต็มไปด้วยฝุ่น และถนนลื่นในหน้าฝน

ได้รับการปรับปรุงเป็นถนนลาดยางอย่างดีแล้วครับ

รถเล็กวิ่งฉิวสบาย  เหมาะสำหรับท่านที่มีเวลาจำกัด และไม่พึงประสงค์จะซึมซับบรรยากาศช้า ๆ เหนือเขื่อนศรีนครินทร์

.

.

.

เมื่อชำระเงินค่าเที่ยวชมอุทยานตามที่เขากำหนด  เราก็ถึงน้ำตกห้วยแม่ขมิ้นตามที่ตั้งใจ

.

.

การเดินทางไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ เป็นกลุ่มเป็นก้อน

จะพบว่า  ในแต่ละกลุ่มนั้น  ผู้คนในกลุ่มมีประสบการณ์ไม่เหมือนกัน  

เช่นบางคนเคยไป  บางคนไม่เคยไป

คนที่เคยไปแล้ว  ขอให้ตั้งใจเสียว่า ดีจังได้มาเที่ยวอีก  ส่วนคนที่ไม่เคย  จะได้พบเห็นสิ่งที่ไม่เคยได้เห็น

อย่างในภาพ  ผมพาแม่มะยงมาที่น้ำตกห้วยแม่ขมิ้นนี้หลายครั้งจนเธอรู้สึกเฉย ๆ  

แต่ "ชายสามหยด" นั้น  เช่นเดียวกับคนอื่น ๆ อีกหลาย ๆ คน  ที่เพิ่งจะมาเป็นครั้งแรกในชีวิต

.

.

"คนริมเล"  คนใต้อีกคนหนึ่งที่มาเที่ยวน้ำตกห้วยขมิ้นเป็นครั้งแรก

เขาทรุดร่างกายลงบนผืนหญ้า  เพื่อสัมผัสกับธรรมชาติอย่างใกล้ชิด

.

.

เขาลูบไล้ผืนดินอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน

.

.

เขานอนราบลงไปในระนาบเดียวกับผืนหญ้า...เพื่อถ่ายรูป

.

.

เขานั่งยิ้มอย่างมีความสุข  สูดอากาศบริสุทธิ์เข้าไปเต็มปอด  และไม่อยากจะปล่อยมันออกมา

.

.

บางคนจะมีความสุขเมื่อได้ถ่ายรูปคู่กับน้ำตกห้วยแม่ขมิ้น

.

.

และน้ำตกห้วยแม่ขมิ้น  คือสวรรค์ของช่างภาพ  ที่ท้าทายและพัฒนาฝีมือของตนเองในการถ่ายรูปน้ำตก

.

.

 ถ่ายรูปน้ำตกยังไงให้สวย  

ผมยังคงต้องศึกษาหาความรู้ต่อไป  เพราะผมไม่มีกล้องมือถือ S 4 Zoom ที่มีโหมดน้ำตก...อิอิ....

.

.

เมื่อเราขับรถเข้าไปจอด  นั่นคือน้ำตกห้วยแม่ขมิ้นชั้นที่ ๔ ที่มีชื่อว่า "ฉัตรแก้ว"

หากจะเดินลงไปข้างล่าง จะเจอชั้นที่ ๓ "วังหน้าผา"  ชั้นที่ ๒ "ม่านขมิ้น"  และชั้นที่ ๑ "ดงว่าน"

หากจะเดินย้อนขึ้นไปข้างบน  จะเจอชั้นที่ ๕ "ไหลจนหลง"  ชั้นที่ ๖ "ดงผีเสื้อ" และชั้นที่ ๗ "ร่มเกล้า" 

.

.

"คนริมเล"  เลือกที่จะเดินลงไปดูชั้นที่ ๓....๒....๑

ในขณะที่ "กำหนัน"  ชาวกระบี่ผู้ที่เดินทางมาที่น้ำตกห้วยแม่ขมิ้นครั้งแรกเหมือนกัน  เดินหายไปในม่านน้ำตกนานแล้ว

.

.

ผมได้เห็นนักท่องเที่ยวหนุ่มสาวคู่หนึ่ง  กำลังมีความสุขกับการถ่ายภาพน้ำตก..น่ารักมากครับ...

.

.

"วังหน้าผา" ชั้นที่ ๓ ของน้ำตกห้วยแม่ขมิ้น  กระแสน้ำไหลแรง  ทำให้ผมกำหนดเวลาเพื่อเปิดหน้ากล้องไม่ถูกครับ

.

.

"คนริมเล" ลั่นชัตเตอร์ไม่ยั้ง  จนแบตเตอรี่ในกล้องถ่ายรูปของเขาหมดไปทั้งก้อน

.

.

เขานั่งลง  และถอนหายใจอย่างรู้สึกหงิดเล็กน้อย

.

.

น้ำตกอีกชั้นหนึ่งระหว่างชั้นที่ ๓ และชั้นที่ ๒ ของน้ำตกห้วยแม่ขมิ้น มีน้ำไหลบ่าอย่างรุนแรง ส่งเสียงก้องไปทั้งไพรพฤกษ์

.

.

ในแอ่งน้ำของ"ม่านขมิ้น" ระงมไปด้วยเสียงสนุกสนานของนักท่องเที่ยวกลุ่มนั้น

.

.

.

.

.

.

ห้วยแม่ขมิ้นวันนี้  มีมุมน้ำตกให้ถ่ายรูปมากมายครับ  

ผมทดลองถ่ายไปเรื่อย ๆ   เพื่อที่จะหาความพอดีว่าจะเปิดหน้ากล้องอย่างไรให้สายน้ำสวย

และผมก็ยังไม่มีข้อสรุปให้กับตัวเองซะที

.

.

ที่น้ำตกชั้นที่ ๑ นั้นเอง  ผมเห็น "กำหนัน" กำลังเดินทางกลับขึ้นมา  หลังจากที่เดินลงไปข้างล่างจนถึงที่ทำการอุทยานฯ

และ "กำหนัน" ได้พบเห็นสิ่งที่ต้องการพบมากมาย

.

.

เราถ่ายรูปร่วมกัน

.

.

และเราก็ถ่ายรูปร่วมกันอีกแล้ว

.

.

ช่างภาพระดับมหากาฬประจำทริป...

.

.

 สาวน้อย  "ตูนและเจน" เดินทวนแสงอาทิตย์ลงมาจากน้ำตกชั้นที่ ๔

.

.

.

.

 และเราก็ได้รูปที่งดงามเหมือนอยู่ในึความฝัน

.

.

.

.

.

.

สักนิด....เมื่อเห็นหน้าแม่มะยงก็หายเหนื่อย...

.

.

บรรยากาศแห่งมิตรภาพของชาวโลกออนไลน์  มีให้เห็นได้ง่าย ๆ ไม่เสแสร้งแต่จริงใจ

.

.

คำว่า " L...O...V...E..."  ซึ่งแปลว่าความรัก  ถูกร่างกายของบุคคลเขียนขึ้นมาอย่างง่าย ๆ 

.

.

 สมควรแก่เวลาที่จะต้องเดินทางกลับ  จะกลับถึงกรุงเทพมหานครกี่ทุ่มกี่ยาม  เรายังกำหนดไม่ได้

.

.

เย็นย่ำแล้ว  ผู้คนกลับเข้าบ้าน...วัว แพะ...เดินกลับเข้าคอก...นกบินเข้ารัง

ภาพเหล่านี้เกิดขึ้นทุกวี่วัน  จนแทบจะไม่มีใครเห็น

.

.

ผมจบทริป "ขุนช้างสลักพระ" อย่างสมบูรณ์แบบ  

ซึ่งนานแล้วที่ผมไม่ได้เขียนเรื่องยาว ๆ หลาย ๆ ตอน และละเอียดครบถ้วนเช่นนี้

ผมเขียนเพราะอยากจะเขียน  ถ่ายภาพมาแต่ละภาพเพราะอยากจะถ่าย  

และนำเสนอภาพเหล่านั้นด้วยความเต็มใจ

.

.

ขอได้รับความขอบคุณด้วยความจริงใจ....

จาก..."มะอึก...มะยง..."

สวัสดีครับ

.

โดย มะอึก

 

กลับไปที่ www.oknation.net