วันที่ เสาร์ ตุลาคม 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

-----ซุปเปอร์ชีป... ภาพด้านหนึ่งของตำนานค้าปลีกภูเก็ต ----


 

   หากนับจาก 2538 จนถึง 2556 นี่คือ 18 ปี ของการอยู่ควบคู่กับสังคมของภูเก็ต และจังหวัดใกล้เคียงในฝั่งอันดามัน สำหรับห้างสรรพสินค้า ท้องถิ่นในจ.ภูเก็ต ภายใต้ชื่อ ซูปเปอร์ชีป ( Super Cheep ) ที่บริหารโดยบริษัท ซุปเปอร์ชีป จำกัดห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ ที่มีลักษณะของธุรกิจผสมผสานระหว่างค้าปลีกกับค้าส่งภายในพื้นที่รวม 30 ไร่ เป็นธุรกิจที่สืบทอดกันมา ของตระกูล "อนันตจรูญวงศ์" โดยปัจจุบัน มีผู้บริหารหลักคือ  "บุญสม อนันตจรูญวงศ์" ซึ่งเป็นคนรุ่นที่ 2 ของตระกูล ขณะที่รุ่นแรกของตระกูล วางธุรกิจเอาไว้ที่ร้านขายยา ในชื่อว่า"คลังยา" สำหรับ"ซูปเปอร์ชีป" ที่มีความหมายคือราคาถูกพิเศษ พัฒนาตัวเองมาจากร้านค้าทั่วไป ซึ่งตั้งอยู่ที่ ถ.เทพกระษัตรี ต.รัษฎา อ.เมือง จ.ภูเก็ต อันเป็นที่ตั้งเดิมของ โรงงานแทนทาลัม ที่เคยถูกประชาชนในภูเก็ตขับไล่ ในปี 2529 จากนั้นจึงถูกเปลี่ยนมือมาอยู่ที่ตระกูล "อนันตจรูญวงศ์

 

 

   แรงสนับสนุนสำคัญที่ทำให้ซุปเปอร์ชีป เติบโตได้ ส่วนหนึ่งมาจากการสนับสนุนของบริษัทสหพัฒนพิบูล จำกัด ผู้ผลิตสินค้าอุปโภค- บริโภค รายใหญ่ ที่ส่งสินค้าของตัวเองมาให้กับคู่ค้ารายนี้ " ด้วยคำพูดง่ายๆของคนในตระกูลโชควัฒนา ที่เป็นเจ้าของธุรกิจบริษัทสหพัฒนพิบูล ก็คือ " เอาไปวางขาย หากขายไม่ได้ก็จะมารับคืนเอง ไม่ต้องเสียเงิน แค่เอาไปวางไว้ในร้านก็พอ" รูปแบบการค้าในยุคนั้น ที่ยังคงความผูกพัน ระหว่างผู้ผลิต กับผู้ค้ารายย่อย ทำให้ซุปเปอร์ชีปในยุคแรก ที่เป็นโกดังขนาดใหญ่ ใช้ไม้จากต้นสนเป็นเสา มุงหลังคาด้วยสังกะสี เติบโตได้อย่างมั่งคง และเปลี่ยนมาเป็นเสาปูนมุงด้วยสังกะสี มีพื้นที้ใช้สอยรวม 30 ไ ร่ ด้วยรูปแบบ มีพื้นที่ค้าภายในแบบเปิดโล่ง แบ่งเป็นล็อคในการจำหน่ายสินค้า ทุกชนิด นับตั้งแต่ ดินปลูกต้นไม้ อะไหล่รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ผักผลไม้ อาหารสด หรือ กระทั่้งแกงบรรจุถุง  ไม่นับรวมสินค้าอุปโภค - บริโภค อื่นๆ แม้แต่กระทั่งปูนแดงที่กินกับหมาก เครื่องคอมพิวเตอร์ เฟอร์นิเจอร์ ก็มีขายภายในห้างสรรพสินค้าแห่งนี้

 

   

 

   ด้วยความหลากหลายของสินค้าที่มีวางจำหน่ายอยู่ภายใน ผนวกเข้ากับจุดแข็งในทางธุรกิจที่สามารถควบคุมราคาสินค้าให้มีราคาขายที่ถูกกว่าประกอบการรายอื่นๆ นั่นจึงทำให้ซุปเปอร์ชีป กลายเป็นศูนย์กลางในธุรกิจการค้า ที่ไม่ได้จำกัดกลุ่มลูกค้าเฉพาะภูเก็ตเท่านั้น แต่ยังคาบเกี่ยวไปถึงผู้ซื้อในจังหวัดใกล้เคียง โดยเฉพาะในกลุ่มค้าปลีก ค้าส่ง ที่เป็นร้านค้าท้องถิ่นก็นิยมที่จะมาซื้อสินค้าจากห้างแห่งนี้ เพื่อนำไปจำหน่ายอีกทอดหนึ่ง และไม่เพียงแต่ลูกค้าทั่วไปทั่วไป กระทั่งโรงแรมในภูเก็ต ก็นิยมที่จะซื้อสินค้าในหมวดอาหารสด เพื่อนำไปทำอาหารบริการให้กับลูกค้า ทั้งอาหารทะเล เนื้อสัตว์ ผักนานาชานิด ผลไม้ แม้ว่าธุรกิจที่บริหารโดยผู้ประกอบการท้องถิ่นรายนี้ จะมีความมั่นคงตามลำดับ สอดคล้องกับอายุของการเปิดให้บริการ แต่สิ่งที่เป็นเป็นลักษณะพิเศษด้านหนึ่งนั่นก็คือ การเลือกที่จะปกปิดตัวเอง ไม่เปิดเผยตัวกับสื่อมวลชน

 

   เป็นที่รับรู้ในหมู่คนใกล้ชิดว่าครั้งแรกของการเข้ามาทำธุรกิจห้างสรรพสินค้าที่รวมทุกอย่างไว้ด้วยกัน ด้วยความเป็นท้องถิ่นในรูปแบบการบริหาร และรูปแบบของตัวสถานที่ไม่น่าที่จะจูงใจให้มีใครมาอุดหนุน กลายวิพากษ์วิจารณ์ในขณะนั้น ทำให้เจ้าของธุรกิจรายนี้เลือกที่จะไม่ไปขอความเห็นจากใคร และเน้นที่จะใช้วิธีคิดของตัวเองในการก่อร่างทางธุรกิจ กลายเป็นการปิดตัวเองและเลี่ยงที่จะพบปะกับสื่อมวลชน อย่างไรก็ตามสิ่งที่พิสูจน์ได้ถึงแนวคิดของ บุญสม ก็คือ การที่สามารถจะขยายธุรกิจของตัวเอง ออกไปได้อย่างกว้างขวาง ด้วยความได้เปรียบจากตัวห้างเดิม ซึ่งมีความหลากหลายในตัวสินค้า การตั้งราคาขายที่ทำได้ถูกกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่ง ด้วยต้นทุนของตัวสถานที่ ซึ่งไม่ได้เน้นความหรูหรา มีการใช้เครื่องปรับอากาศเฉพาะในส่วนที่เป็นจดชำระเงินเท่านั้น แต่นั่นก็ทำให้จนถึงขณะนี้ที่ภูเก็ต มีร้านค้าในรูปแบบมินิมาร์ท ภายใต้ชื่อ"ซุปเปอร์ชีป" กระจายอยู่มากกว่า 20 แห่ง ก็ต ถือเป็นการต่อสู้ในทางธุรกิจได้อย่างมั่นคง เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ค้าที่มีเทคโนโลยี และการสนับสนุนทางธุรกิจจากพันธมิตรที่หลากหลาย

 

   

 

   จุดแข็งทางธุรกิจด้่นหนึ่งที่น่าสนใจก็คือการเลือกที่จะเปลี่ยนตัวเอง จากผู้ค้ามาเป็นผู้ผลิต และเมื่อธุรกิจมั่นคงสิ่งที่เลือกลงทุน อาทิ การทำโรงงานผลิตเส้นขนมจีน ที่เป็นอาหารพื้นเมือง การซื้อกิจการโรงงานผลิตเฟอร์นิเจอร์ เป็นต้น เหล่านี้คือสิ่งที่คือความเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจจากผู้ค้ามาเป็นผู้ผลิตควบคู่กับการค้า ความแตกต่างอีกด้านหนึ่้งก็คือ การเลือกที่จะใช้แรงงานต่างด้าวชาวพม่า ทื่้มีการว่าจ้างกว่า 700 คน จากจำนวนพนักงานทั้งหมดกว่า 2,000 คน ภายในห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ ก็กลายเป็นแม่เหล็กทางอ้อมให้กับซุปเปอร์ชีป เมื่อแรงงานต่างด้าวเหล่านี้คือ ผู้ที่ชักชวนให้ต่างด้าวที่มาค้าแรงงานในภูเก็ต ได้มาอุดหนุนนสินค้า ด้วยราคาขายที่ถูกกว่า นี่จึงไม่ใช่เรื่องแปลกเมื่อภาษาในการสื่อสารภายในห้างส่วนหนึ่งคือภาษาพม่า

 

   ที่ผ่านมา ซุปเปอร์ชีป มียอดขายต่อวันเฉลี่ยที่ 10 ล้านบาท โดยแกนหลักทางธุรกิจอยู่ที่ตัวห้างใหญ่ เนื้อที่ 30 ไร่ สำหรับเหตุเพลิงไหม้ที่เกิดขึ้นในคืนวันพุธที่ 16 ตุลาคม สร้างความเสียหายทางธุรกิจ คาดว่าไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท อาจจะเป็นภาพความเสียหายครั้งใหญ่ สำหรับผู้ประกอบการท้องถิ่น แต่สิ่งที่ท้าทายนับจากนี้ก็คือ ด้วยจำนวนสาขาในรูปแบบร้านสะดวกซื้อที่ยังคงมีอยู่  จะเป็นทุนได้หรือไม่สำหรับการฟื้นตัวกลับมาอีกครั้งของห้างท้องถิ่นที่ผ่านการพิสูจน์ตัวเองมาแล้ว ด้วยโมเดลทางธุรกิจที่เรียบง่ายเน้นไปที่บริหารต้นทุนที่รัดกุม จนสามารถสร้างความเป็นตำนานให้เกิดขึ้นได้

 

   

---------------------

ข้อมูลเรื่อง : คุณจำเริญ โพธิกิจ

ภาพประกอบ : คุณสาลินี ปราบ 

 

   

โดย sophon

 

กลับไปที่ www.oknation.net