วันที่ อังคาร ตุลาคม 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

น้ำชา ลาดัก และการเดินทางผ่านถนนที่สูงเป็นลำดับที่สองของโลก


น้ำชา ลาดัก และการเดินทางผ่านถนนที่สูงเป็นลำดับที่สองของโลก

บนเส้นทางกลางทุ่งที่แห้งแล้ง มีโรงเตี้ยมเล็กๆติดถนนอยู่แห่งหนึ่ง … รอบด้านคือทุ่งสีน้ำตาล เบื้องหลังเป็นภูเขา หินผา กำแพง ตัดกับเส้นขอบฟ้าสีน้ำเงิน

ด้านหน้าของโรงเตี๊ยมมีเขาสัตว์พร้อมกะโหลกของสัตว์ชนิดหนึ่งตั้งอยู่บนปลายเสา … ฉันไม่รู้ว่าเป็นสัตว์ชนิดไหน และถูกนำมาวางไว้เพื่อปัดเป่าวิญญาณร้าย คงเพื่อความโชคดีกระมัง

กระโจมสีขาว ตัดกับสีสันของสิ่งอื่นๆที่เป็นส่วนประกอบของหมู่บ้านแห่งนี้ กลายเป็น “โอเอซิส” ที่คนแรมทางแวะมาพักระยะสั้นๆในระหว่างการเดินทาง

“มาปิกนิก ดื่มน้ำชากัน” ตานลี เชื้อเชิญ

เราเดินตามๆกันเข้าไปในกระโจม … ภายในมีที่นั่งในรูปครึ่งวงกลม ด้านหนึ่งเป็นโต๊ะวางอุปกรณ์เพื่อชงชา และทำอาหารมื้อเล็กๆกรณีมีลูกค้าต้องการสั่ง ส่วนตรงกลางมีราวไม้ห้อยของขบเคี้ยวกรุปกรอบ ราคาไม่แพง

ฉันเห็น ตานลี สั่งชาใส่นมตามแบบลาดัก แล้วดื่มชาในมืออย่างหลงใหล … และสำหรับคนที่หลงใหลอะไรแล้ว มักจะชอบเล่าไม่รู้เบื่อ … ฉันจึงได้ความรู้เรื่องการชงชาแบบดั้งเดิมของคนลาดักมาฝาก

การชงชาแบบลาดักแท้นั้นน่าสนใจมาก เริ่มจากการการต้มชาให้เดือดแล้วเติมเกลือและเนยลงไป แล้วจึงเทน้ำชาร้อนๆนี้ลงในกระบอกไม้ที่มีคันชักสำหรับช่วยให้ส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันดี กระบอกที่ว่านี้ เรียกว่า “กรูกรู” ในภาษาท้องถิ่น

จากนั้นจะมีการขยับคันชักของกระบอกนี้ คล้ายๆกับการคนชา ก่อนจะเทชากลับลงไปในกาน้ำร้อนซ้ำอีกครั้ง … คงคล้ายๆกับการทำชาชักในบ้านเราเหมือนกัน อาจจะต่างกันที่อุปกรณ์และวิธีการ … เมื่อชาถูกผสมจนได้ที่แล้ว จะถูกเทออกมาจากกรูกรู เป็นชาหอมๆสีส้มๆ

ทาชิ ขยั้นขยอให้ชิมชาที่เขาบอกว่าเป็นชาออริจินัล เครื่องดื่มประจำชาติ ที่อร่อยมากของลาดัก … อดจะคิดไม่ได้ว่า น้ำชาที่ทาชิว่าอร่อยนั้น ออกจะเค็มและมันไปหน่อยสำหรับเรา … แต่จะว่าไป หากคนลาดักว่างเมื่อไหร่ก็เห็นสั่งชาแบบนี้มาดื่มทุกครั้ง แถมบอกว่า ชานี้ดีจริงๆนะ ช่วยปรับร่างกายได้ดีเมื่อต้องอยู่ที่สูงๆ

ดื่มไป กินมันฝรั่งทอดกรอบแกล้มไปเรื่อยๆ … ท่าทางคงอร่อยๆจริงๆแหละ

 

Leh-Manali Highway

เลห์-มะนาลี ไฮย์เวย์ คือสิ่งก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่ เป็นไฮเวย์เส้นที่อยู่สูงที่สุดในโลก ส่วนที่สูงที่สุด คือที่ Kadungla Pass สูงเหนือระดับน้ำทะเลถึง 5602 เมตร (ถนนที่เราผ่านเมื่อเดินทางสู่นูบราแวลเล่ย์)

ถนนสายนี้คือประตูเชื่อมระหว่างอินเดียกับปากีสถาน และเข้าใจว่าเดิมคือเส้นทางสายไหมที่พ่อค้าชาวเอเชียใช้ในการเดินทางขนส่งสินค้า ถือว่าเป็นเส้นทางแห่งอารยะธรรมที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์

เดิมทีเดียว ถนนสายนี้มีขบวนคาราวานและพ่อค้าบรรทุกสินค้าผ่านไปมาเสมอ ถนนเส้นนี้จึงเลื่องชื่อในเรื่องของการปล้นสะดม

ปัจจุบันหากคุณเดินทางบนเส้นทางสายนี้ รถจะพาคุณผ่านไปบนที่ราบสูง ที่สูงเสียจนรู้สึกได้ว่าตนเองอยู่บนหลังคาของโลก ซึ่งคุณอาจจะได้พบกับชาวกุระข่าที่ไม่เหมือนที่ไหนในโลก

อากาศเป็นแบบทะเลทราย หรือกึ่งทะเลทราย ฝนตกน้อย และแห้งจัดไม่ว่าจะเป็นฤดูไหน … ชาวลาดักได้น้ำจากหิมะละลาย

ภูเขาสูงเหล่านี้เป็นผู้วางกฎของการใช้ชีวิตที่นี่ … ในชุมชนเล็กๆที่มองเห็นกระจัดกระจายในพื้นที่ เราจึงเห็นกลุ่มคนทำมาหาเลี้ยงตนและครอบครัวด้วยการเลี้ยงปศุสัตว์ เช่น แพะ แกะ รวมถึงนำผลผลิตที่ได้ เช่น ขนแกะ มาทำเป็นเครื่องนุ่งห่ม

เข็มและด้ายทำมาจากกระดูกสัตว์ … ใช้เป็นเครื่องมือในการถักร้อยเส้นด้าย เป็นงานฝีมือที่ตกทอดมาตั้งแต่ครั้งบรรพบุรุษ

การอยู่ดีกินดี ไม่ใช่ทางเลือกในพื้นที่สูงเสียดฟ้าเช่นนี้ … แต่การอยู่รอดในแต่ละวันเป็นความจำเป็น มีการช่วยกันทำงานโดยไม่แบ่งเพศ ด้วยการใช้อุปกรณ์ดั้งเดิม ที่เหมือนในยุคหลายร้อยปีที่แล้ว ไม่มีการปรับเปลี่ยนมากนัก สำหรับชาวบ้านที่นี่ อดีตและปัจจุบัน คือสิ่งเดียวกัน

คนเป็นเพียงผู้อาศัย และชีวิตขึ้นอยู่กับความเมตตาของธรรมชาติ ทำให้เราตระหนักได้ไม่ยากว่า มนุษย์เป็นเพียงเศษเสี้ยวเล็กๆของธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่

ผู้คนดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยการเอื้อเฟื้อของภูเขา… แม้จะยากจนและขาดแคลน แต่พวกเขาก็สามัคคีกันอย่างเหนียวแน่น

 

วิถีแห่งภูเขา .. Journey through the 2nd highest road in the world : Leh–Manali Highway

เส้นทางสายนี้เคยเป็นเส้นทาการค้าจากอินเดียสู่ลาฮอล์-สปิติ และเอเซียกลางในอดีต

ความสูงโดยเฉลี่ยของไฮเวย์สายเลห์-มนาลี อยู่ที่ระดับ 4,000 เมตร สำหรับส่วนที่สูงที่สุด คือ Tanglang La Pass โดยมีความสูง 5,328 เมตร

เมื่อขับรถไฮเวย์สายนี้คุณจะเห็นภูเขาสูงเป็นแนวยาว บางพื้นที่มีทรายและหินรูปร่างต่างๆที่เกิดจากการกรัดกร่อน เกรากลึงของลม ฝน และความดุดันของธรรมชาติ

ผิวทางเป็นดินผสมหินบดอัด ถนนแคบขรุขระไม่มีไหล่ทาง บางช่วงเมื่อมีรถสวนทางมา การแล่นรถสวนกันทำได้ลำบาก รถคันหนึ่งต้องชะลอความเร็วเพื่อหลีกให้รถอีกคันหนึ่งสวนผ่านไปก่อน … คนขับรถต้องระวังโค้งหักศอกที่มีฝุ่นเป็นม่านพรางเส้นทางให้มองเห็นไม่ถนัด

 

ยิ่งสูง ยิ่งสวย … ภูเขาสูงที่ยอดปกคลุมด้วยหิมะสีขาวๆ

ชายคนหนึ่งในชุดเครื่องแต่งกายมอซอ มือถือภาชนะบางอย่าง  … ทาชิ ชะลอความเร็วของรถ

ชายคนนั้นวิ่งมาเกาะยืนบนด้านหลังของรถ แล้วรถก็แล่นต่อไปตามถนน

“ชายคนนั้นกำลังจะเอาอาหารกลางวันไปส่งเพื่อนๆที่กำลังทำงานอยู่ข้างบน เดินอีกนานกว่าจะถึง” .. ทาชิบอกถึงสาเหตุที่เขาจอดรถรับชายแปลกหน้า

 

ไฮเวย์สายนี้กำลังอยู่ในระหว่างการซ่อมสร้าง เราจึงเห็นคนงานทั้งชายหญิงมากมาย ผิวกายดำเมี่ยม ในชุดเครื่องแต่งกายมอมแมมทำงานอยู่กับหิน ท่ามกลางแสงอาทิตย์ที่ร้อนแรง ดวงตาอ่อนโรย เห็นแล้วอดคิดไม่ได้ว่า หากชนที่เจริญแล้วทางตะวันตกมาเห็นคงบอกว่าพวกเขาเป็นแรงงานทาส …

คนงานหลายคนยกค้อนทุบหินใหญ่ๆให้กลายเป็นขนาดที่พอเหมาะในการใช้งาน บางคนยก บางคนขับรถบดฯลฯ น่าทึ่งจริงๆที่คนงานเหล่านี้สามารถทำงานในที่ที่สูงที่สุดในโลกที่ปริมาณออกซิเจนบางเบาได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจจริงๆ … บนความสูงขนาดนี้ แม้แต่การเคลื่อนไหวช้าๆก็ยังยากลำบากมากมายสำหรับเรา อย่าว่าแต่จะยกค้อนทุบหิน โกยหินหนักๆใส่ภาชนะแล้วขนไปถมไหล่ทาง ฯลฯ เลย

พวกเขาเป็นคนงานที่ทำงานบนที่สูงที่สุดในโลก และบนเส้นทางที่ลำบากที่สุดในโลก ทำงานท่ามกลางฝุ่นที่กระจานอยู่ในทุกอณูของอากาศ พวกเขาดูจะไม่รังเกียจฝุ่นที่มาจากการตะกายดินของรถราที่แล่นผ่านไปมา แลกกับรายได้ราว 400 รูปีต่อวัน … แต่นี่คือ เส้นทางชีวิตที่พวกเขาเลือกแล้ว เมื่อรถของเราแล่นผ่าน พวกเขาส่วนมากจะโบกมือยิ้มให้

พวกเขาล้อมวงกันกินอาหาร แบ่งปันนาน ขนมปังแผ่นเล็กแข็งๆ และแกงแบบอินเดียในชามกาละมังใบเล็ก

 

เราเดินทางผ่านไปบนถนนที่ไต่ไปตามความลาดชันของภูเขาสูง … และหลังจากที่วนเวียนอยู่บนถนนสักพัก เราก็มาถึง Taglangla Pass จุดสูงสุดของถนนที่สูงเป็นอันดับสองของโลก

ทาชิ (อีกแล้ว) คว้ากล้องถ่ายรูป และเดินตามฉันมาขณะที่ฉันขอให้อั้มถ่ายรูปให้

ในวันที่ฟ้าเป็นสีน้ำเงิน ภูเขาที่ยอดปกคลุมด้วยหิมะสีขาวเป็นฉากหลังที่สมบูรณ์แบบขับให้ธงมนตราที่กองทับถมกันอยู่ดูสว่างไสว … ฉันเดินไปขอถ่ายรูปกับคนงานสร้างถนนที่นั่งพักอยู่ในแนวธงมนตรา …

ไม่พลาดที่จะโพสท่ากับป้ายจารึกว่าครั้งหนึ่งในชีวิตฉันได้ผ่านเข้ามาถึงส่วนยอดสูงสุดของช่องผ่านของถนนที่สูงเป็นอันดับสองของโลก

ทุกครั้งที่ฉันยืนอยู่บนเขาสูง ฉันรู้สึกเหมือนเป็นจุดเล็กๆในจักรวาลที่กว้างใหญ่ …

อยากขึ้นไปยืนบนกองหิน เหยียดแขนชูไปบนฟ้า กางขาจนสุด แล้วตะโกนว่า … I am here, on top of the world … ก่อนจะถูกกลืนหายไปกับธรรมชาติที่งดงาม

โดย Supawan

 

กลับไปที่ www.oknation.net