วันที่ เสาร์ สิงหาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เสียงสะท้อนเมื่อฝรั่งสอนดนตรีไทย


เสียงสะท้อนเมื่อฝรั่งสอนดนตรีไทย

จาก คอลัมน์ ช่องนี้ว่าง
เขียนโดย อมรรัตน์ กานต์ธัญลักษณ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต
มติชน  5 ก.ค. 50


"...ดนตรีในยุคปัจจุบันไม่มีข้อจำกัดในเรื่องเชื้อชาติอีกต่อไป..." (ดร.เจตนา นาควัชระ)

        หากใครได้ติดตามชมรายการโทรทัศน์ "คุณพระช่วย" ทางช่อง 9 จะเห็นแขกรับเชิญคนสำคัญของรายการมาสาธิตการเล่นดนตรีไทย ให้ประชาชนชาวไทยเจ้าของประเทศได้รับความรู้เกี่ยวกับดนตรีอันเป็นวัฒนธรรมรากเหง้าของเราเอง บรูซ แกสตัน แห่งวงฟองน้ำ ผู้มีชื่อเสียงระดับแนวหน้าของดนตรีไทย คือ วิทยากรในวันนั้น

        หลากหลายความคิดจากต่างมุมมองของผู้ชมรายการในวันนั้น บ้างชื่นชมในความสามารถ ความรัก และความเข้าใจอันลึกซึ้งของบรูซที่มีต่อดนตรีไทย บ้างจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์อย่างถึงพริกถึงขิงว่าทำไมคนไทยต้องไปถามสาระทางดนตรีไทยจากฝรั่ง

        ในภาษาอังกฤษ ดนตรี หรือ Music หมายถึงเสียงที่ไพเราะนิ่มนวล, เสียงที่ไพเราะละมุนละไม ในภาษาไทย ดนตรีหมายถึงเสียงที่ประกอบกันเป็นทำนองเพลง, เครื่องบรรเลงซึ่งมีเสียงดังทำให้รู้สึกเพลิดเพลิน หรือเกิดอารมณ์รัก โศก หรือรื่นเริง เป็นต้น ดนตรีจึงเป็นศิลปะล้ำค่าชิ้นหนึ่งที่ควรดำรงอยู่สืบไปเคียงคู่กับประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ

        หากเรายอมรับว่า ดนตรีเป็นเสมือนน้ำทิพย์ประโลมใจ ช่วยคลายความทุกข์โศกยามหัวใจเราอ่อนล้า มีพลังวิเศษที่จะขัดเกลากมลสันดานของมนุษย์ให้อ่อนโยนลงได้ แล้วเหตุใดเราจึงไม่รู้จักแบ่งปัน ไม่ลดทิฐิแยก ดนตรีของเขา หรือ ดนตรีของเรา เสียเล่า ในเมื่อดนตรีมีคุณต่อมนุษย์ ดนตรีก็ควรเป็นสมบัติของมนุษย์ทุกคนเช่นกันและถ้าเราดึงเส้นกั้นพรมแดนในแผนที่ออก ก็จะไม่มี พวกเขา และ พวกเรา อีกต่อไป จะมีแต่เพียงมนุษย์ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมทุกข์ด้วยกันเท่านั้น

         มีงานศึกษาค้นคว้าด้านดนตรีวิทยายืนยันได้อย่างชัดเจนว่าคีตกวี Liszt และ Wagner ลงความเห็นพ้องต้องกันไว้ว่า วงดนตรีที่เล่นผลงานของเบโธเฟน(คีตกวีชาวเยอรมัน-ผู้เขียน) ได้ดีที่สุด คือ "วงดนตรีฝรั่งเศส" พิจารณากันดูเถิดว่าตรงไหนเป็นเส้นพรมแดนกั้นขวางหัวใจมนุษย์สิทธิอย่างเท่าเทียมกันที่จะเสพ หรือถ่ายทอดประสบการณ์ทางเสียงอันเป็นทิพย์เหล่านี้เป็นสิทธิเสมอภาคของมนุษยชาติ

        ลำพังแต่ผู้ฟังในประเทศนี้ยังแทบไม่มีพื้นที่ว่างสำหรับดนตรีไทย ยังจะมาแยกเชื้อชาติกันอีกหรืออย่างไร หากเขาพูดผิดค่อยต่อว่าด่าทอกันไปอีกเรื่อง แต่ถ้าเขาพูดถูกก็เป็นโอกาสที่เราจะได้เปิดใจให้กว้าง เผื่อว่าจะได้มุมมองใหม่ๆ มาพัฒนาดนตรีไทยที่เรารักและหวงแหนหนักหนาให้เจริญก้าวหน้ายิ่งๆ ขึ้นไป

        ที่พูดมานี้มิได้เชียร์คนต่างชาติอย่างสุดลิ่มทิ่มประตู แต่พูดในฐานะคนรักดนตรีคนหนึ่ง อยากเห็นบรรยากาศสร้างสรรค์ในวงการดนตรีไทยให้มากกว่าที่เป็นอยู่ดนตรีทั้งโลกบรรเลงเพลงเดียวกัน ไม่ใช่เรื่องการหวง(ก้าง)

        กรณีของ บรูซ แกสตัน เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งที่สะท้อนให้เราได้หวนกลับมาทบทวนหัวใจไทย

โดย คีตพจน์

 

กลับไปที่ www.oknation.net