วันที่ อาทิตย์ พฤศจิกายน 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เมื่อเชื่อว่าสร้างได้ - ครูเฒ่า-ย่าแก่


 
เมื่อพาลูกๆๆ..นาง 12 ไปร่วมงานOk Nation 30 ตุลาคม 2556 ที่ประกาศผลงาน Thailand Blog Awards 2013 ช่วงที่นัั่งรถไปกลับประมาณ 15 ชั่วโมง และต้องถูกบล๊อกอยู่ในที่นั่งนั้น....
ความคิดก็เกิดขึ้นในสมองว่า ..เราสอนมา 30 ปี เราได้ปลูกฝังจริยธรรม-ค่านิยมในการทำงานได้ดีแค่ไหน...นั่นนะสิ
 
จริยธรรมในการทำงาน
          จริยธรรมในการทำงาน  หมายถึง  กฎเกณฑ์ที่เป็นแนวทางปกิบัติตนในการประกอบอาชีพที่ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีงาน  เหมาะสม  และยอมรับ
           การทำงานหรือการประกอบอาชีพต่าง ๆ จะเน้นในเรื่องของจริยธรรมที่มีความแตกต่างกันดังนี้
           จริยธรรมในการทำงานทั่วไป
    จริยธรรมที่นำมาซึ่งความสุขความเจริญในการทำงานและการดำรงชีวิต  เรียกว่า  มงคล  38  ประการ    มงคลชีวิตที่เกี่ยวข้องกับการทำงานมีดังนี้
  1. ชำนาญในวิชาชีพของตน (  มงคลชีวิตข้อที่ 8 ) เป็นการนำความรู้ที่เล่าเรียน  ฝึกฝน  อบรม  มาปฏิบัติให้เกิดความชำนาญ   จนสามารถยึดเป็นอาชีพได้
  2. ระเบียบวินัย  (  มงคลชีวิตข้อที่ 9 )  การฝึกกาย  วาจาให้อยู่ในระเบียบวินัยที่สังคมหรือสถาบันวางไว้เป็นแบบแผน
  3. กล่าววาจาดี(  มงคลชีวิตข้อที่ 10 )  คือ  วจีสุจริต  4  ประการ  ได้แก่    ความจริง  คำประสานสามัคคี  คำสุภาพ  คำมีประโยชน์
  4. ทำงานไม่คั่งค้างสับสน (  มงคลชีวิตข้อที่ 14 )  ลักษณะการทำงานของคนโดยทั่วไปมี  2  แบบ คือ 
          -  การทำงานคั่งค้างสับสน คือ  ทำงานหยาบยุ่งเหยิง  ทำงานไม่สำเร็จ  
          -  การทำงานไม่คั่งค้าง  คือ การทำงานดีมีระเบียบ  ทำงานเต็มฝีมือ  และทำงานให้เสร็จ
 
ค่านิยม 
 
ค่านิยม หมายถึง สิ่งที่บุคคลพอใจหรือเห็นว่าเป็นสิ่งที่มีคุณค่า แล้วยอมรับไว้เป็นความเชื่อ หรือความรู้สึกนึกคิดของตนเอง ค่านิยมจะสิงอยู่ในตัวบุคคลในรูปของความเชื่อตลอดไป จนกว่าจะพบกับค่านิยมใหม่ ซึ่งตนพอใจกว่าก็จะยอมรับไว้ เมื่อบุคคลประสบกับ การเลือกหรือเผชิญกับเหตุการณ์ ละต้องตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่งเข้าจะนำค่านิยมมาประกอบการตัดสินใจทุกครั้งไป ค่านิยมจึงเป็นเสมือนพื้นฐานแห่งการประพฤติ ปฏิบัติของบุคคลโดยตรง
 
อิทธิพลของค่านิยมที่มีต่อพฤติกรรมของบุคคล
                
            รองศาสตราจารย์ สุพัตรา สุภาพ ได้กล่าวถึงค่านิยมสังคมเมืองและค่านิยมสังคมชนบทของสังคมไทยไว้ค่อนข้างชัดเจน โดยแบ่งค่านิยมออกเป็นค่านิยมของคนในสังคมเมืองและสังคมชนบทซึ่งลักษณะค่านิยมทั้งสองลักษณะ จัดได้ว่าเป็นลักษณะของค่านิยมที่ทำให้เกิดมีอิทธิพลต่อค่านิยมที่มีต่อพฤติกรรมของบุคคล ซึ่งสามารถแสดงให้เห็นชัดเจนในตาราง
 
 ค่านิยมสังคมเมือง
 
 
       
๑. เชื่อในเรื่องเหตุและผล
๒. ขึ้นอยู่กับเวลา
๓. แข่งขันมาก
๔. นิยมตะวันตก
5. ชอบจัดงานพิธี
๖. ฟุ่มเฟือยหรูหรา
๗. นิยมวัตถุ
๘. ชอบทำอะไรเป็นทางการ
๙. ยกย่องผู้มีอำนาจผู้มีตำแหน่ง
๑๐. วินัย
๑๑. ไม่รักของส่วนรวม
๑๒. พูดมากกว่าทำ
๑๓. ไม่ชอบเห็นใครเหนือกว่า
๑๔. เห็นแก่ตัวไม่เชื่อใจใคร
 
 
ค่านิยมสังคมชนบท
๑. ยอมรับบุญรับกรรมไม่โต้แย้ง
๒. ขึ้นอยู่กับธรรมชาติ
๓. เชื่อถือโชคลาง
๔. ชอบเสี่ยงโชค
๕. นิยมเครื่องประดับ
๖. นิยมคุณความดี
๗. นิยมพิธีการและการทำบุญเกินกำลัง
๘. ชอบเป็นฝ่ายรับมากกว่าฝ่ายรุก
๙. ทำงานเป็นเล่น ทำเล่นเป็นงาน
๑๐. พึ่งพาอาศัยกัน
๑๑. มีความเป็นส่วนตัวมากเกินไป
๑๒. รักญาติพี่น้อง
๑๓. มีความสันโดษ
๑๔. หวังความสุขชั่วหน้า
 นี้แหละประเด็นที่ต้องหลอมรวมให้เกิดในตัวบุคคล จากประสบการณ์ของการสอนมายาวนานถึง 30 ปี อาจไม่ได้เป็นตัวรับประกันคุณภาพที่สอน...แต่สิ่งที่ย่าแก่รู้ คือ การสอนความรู้ให้คนไม่ยาก  แต่สอนให้เป็นคนดีนั้นยาก  และเป็นภาระของจิตวิญญาณของครู วันนี้ครูเฒ่า-ย่าแก่ของต้องเอาบทกลอนจากใจที่ให้เด็กท่องและนำไปใช้ทุกคาบ ถึงจะเป็นกลอนที่ไม่ถูกต้องตามลักษณะเท่าที่ควร....แต่สิ่งที่มี คือ ศรัทธา

 ทำงานเอาความสามารถแลก                                แสดงให้เห็นความตั้งใจไผ่เรียนรู้

งานทำเป็นกลุ่ม   ไม่ได้ทำให้กลุ้ม                         รู้จักทำงาน    แบ่งงานแบ่งเวลา

เข้าหาครูอาจารย์   สอบถามผู้รู้                           อย่ามัวท้อแท้   หาว่ายากเกิน

กำเนิดมาเท่าเทียมกัน  หนึ่งสมอง  2 มือ               ฝึกปรือ รู้จักแบ่งปัน รู้จักดูแลใจกัน

พัฒนาตน ได้คน  ได้งาน                                    สุขสันต์สู่อาเซียนเอย  (ครูเฒ่าบุรีรัมย์)

โดย ครูเฒ่า

 

กลับไปที่ www.oknation.net