วันที่ เสาร์ สิงหาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

งานแต่งงานในวัฒนธรรมเขมรที่อีสานใต้


งานแต่งงานในวัฒนธรรมเขมรที่อีสานใต้

เมื่อช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมาข้าพเจ้าได้เดินทางไปร่วมงานแต่งงานญาติฝ่ายเจ้าสาวที่แต่งงานกับเจ้าบ้านในหมู่บ้านเดียวกันซึ่งทั้งสองได้จัดการแต่งงานแบบวัฒนธรรมเขมรตามขนบธรรมเนียมของตน

               โดยภายในงานเริ่มตั้งแต่เวลาเก้าโมงเช้าขบวนขันหมากฝ่ายเจ้าบ่าวนำหน้าด้วยพราหมณ์   แห่เข้ามายังปะรำพิธีที่บ้านเจ้าสาวซึ่งได้จัดเตรียมไว้แล้วโดยต้องเดินรอบปะรำสามรอบฝ่ายพราหมณ์ชายจะตกลงต่อรองกันกับ พราหมณ์ฝ่ายเจ้าสาวเพื่อขอเข้าไปนั่งในปะรำพิธี   

                  

                       ขบวนขันหมากฝ่ายเจ้าบ่าวแห่รอบปะรำพิธีสามรอบ

                 

    พราหมณ์ฝ่ายเจ้าบ่าวกำลังต่อรองกับพราหมณ์ฝ่ายเจ้าสาวเพื่อเข้าสู่ปะรำพิธี

 ในขณะนี้เพลงกันตรึมแห่ขันหมากจะดังขึ้นพร้อมกับขบวนฟ้อนรำของฝ่ายเจ้าสาวอย่างสนุกสนาน   พอได้เวลาพราหมณ์ฝ่ายเจ้าสาวขอนับค่าสินสอดที่เรี่ยกว่า ขันสลา(ขันหมาก)และข้าวของเครื่องใช้  ขนม  นม   เนยว่าครบตามที่กำหนดหรือไม่   ของเหล่านี้พ่อแม่จะต้องแบกรับขึ้นไปบนบ้านและขณะทำพิธีห้ามพ่อแม่ฝ่ายเจ้าบ่าวเจ้าสาวเข้ามายุ่งเกี่ยวหรือเข้าใกล้ภายในปะรำพิธีโดยเด็ดขาดในขณะนี้จะเป็นพิธีสำคัญของพราหมณ์โดยเริ่มให้เจ้าบ่าวเจ้าสาวไหว้ญาติผู้ใหญ่ฝ่ายตรงกันข้ามเพื่อให้รับทราบเครือญาติสายตระกูล 

 

                      

               พิธีไหว้หรือสัมเปี๊ยะของเจ้าบ่าวเพื่อรับทราบฝ่ายเครือญาติ

โดยของกำนันที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวมอบให้แก่ญาติฝ่ายตรงกันข้ามคือหมากพลูบุหรี่ เหล้ารินให้จิบแล้วญาติจะตอบแทนด้วยเงินเล็กๆน้อยแก่เจ้าบ่าวเจ้าสาวในพิธีไหว้เรี่ยกว่า  พิธีสัมเปี๊ยะ  คือพิธีไหว้นั่นเอง  หลังเสร็จสิ้นก็จะเริ่มต่อไปด้วยการสู่ขวัญเจ้าบ่าวเจ้าสาว  ที่เรี่ยกว่า เฮาปลึงมงกวลจองได หมายถึง การสู่ขวัญผูกข้อมือ โดยพราหมณ์สู่ขวัญเป็นภาษาเขมรและมีการโปรยข้าวสารเรี่ยกขวัญ  ตามด้วย  พิธีประจีร์  และผูกข้อมือจากญาติๆ

                     

                                พิธีเรี่ยกขวัญ หรือเฮาปลึง

                      

                                   พิธีจองไดหรือผูกข้อมือ

                     

                       พราหมณ์เสี่ยงทายจากรูปทรงไข่ต้ม

หลังจากนั้นส่งตัวเจ้าสาวเจ้าบ่าวขึ้นหอโดยน้องหรือหลานต้องคอยมาล้างเท้าให้ก่อนขึ้นหอและจะมีของกำนัลตอบแทนแก่ผู้ล้างเท้า   จากนั้นจะเป็นพิธีกรรมของ พราหมณ์ท่ามกลางเพื่อนเจ้าบ่าวเจ้าสาวและญาติพี่น้องในเรือนหอ  ส่วนกิจกรรมที่ปะรำพิธีจะปัดกวาดจัดเตรียมที่จะยกสำรับเครื่องเซ่นผีบรรพบุรุษมาเซ่นให้ทราบว่าลูกหลานแต่งงานของสิ่งนี้เรี่ยกว่า  สแนแซน(เครื่องเซ่น)  โดยมีญาติฝ่ายชายและหญิงมาร่วมพิธีเซ่น  

                 

พิธีแซนหรือเซ่นซึ่งประกอบด้วยสะเเนนแซน(เครื่องเซ่น)เพื่อบอกกล่าวบรรพบุรุษ

หลังจากนั้นเจ้าบ่าวจะต้องกลับไปบ้านของตนเพื่อเตรียมการในช่วงบ่ายที่เจ้าสาวจะแห่ไปทำพิธีไหว้ของสมมามอบแก่ญาติฝ่ายชาย โดยขบวนของเจ้าสาวจะพร้อมด้วยเครื่องไหว้ เป็นฟูกหมอนผ้าไหมจัดเป็นชุดตามจำนวนของญาติฝ่ายชายที่จะมอบเรี่ยกว่า  สำรับสมาหมายถึงของไว้หรือของสมนา  และเจ้าสาวต้องหาบน้ำขมิ้นน้ำหอมไปอาบให้พ่อแม่ฝ่ายเจ้าบ่าวในพิธีงูดตึก(อาบน้ำ)   เมื่อมาถึงบ้านเจ้าบ่าวเพลงกันตรึมดังขึ้นและขบวนฟ้อนรำของฝ่ายหญิงฟ้อนรำกันอย่างสนุกสนานบริเวณลานบ้าน   จากนั้นพรามหมณ์ก็จัดทำพิธีให้เจ้าสาวจุ่มคว้านมือลงในหม้อดินปิดปากหม้อด้วยใบตองโดยภายในมีแหวนทองเป็นของกำนัลแก่ฝ่ายเจ้าสาวและตามด้วยพิธีโยนไม้คานข้ามศรีษะของเจ้าบ่าวเจ้าสาวไปด้านหลัง 

              

                  พิธีการโยนไม้คานข้ามศรีษะเปรียบเสมือนนักเอาเบาสู้

ซึ่งข้างหลังจะมีคนคอยรับเชื่อว่าใครรับได้จะเป็นคนต่อไปที่จะได้แต่งงานคล้ายกับการรับดอกไม้ในพิธีของคริส์ต  หลังจากนั้นก็จะเป็นการอาบน้ำหรือพิธีงูดตึกให้แก่พ่อแม่ฝ่ายเจ้าบ่าวแล้วเปลี่ยนชุดผ้าไหมเย็บเชิงผ้าโดยฝีมือของเจ้าสาวให้แก่พ่อแม่ฝ่ายเจ้าบ่าว   หลังจากนั้นตามด้วยพิธีการมอบของสมมาแก่ญาติฝ่ายชาจึงเป็นอันเสร็จพิธีการแต่งงานหรือที่เรี่ยกว่าพิธีแซนการ์ในวัฒนธรรมเขมรที่อีสานใต้

พิธีการแต่งงานหรือชาวเขมรเรี่ยก  ว่าแซนการ์   จะจัดขึ้น ตั้งแต่เดือนแคปะกุล  - เดือนแคเจต(เดือนกุมภาพันธ์  - เดือนเมษายน)การเตรียมงานในสมัยเมื่อ 20  -  30  กว่าปีก่อนถือเป็นงานพิธีที่ยุ่งยากและพิถีพิถันอย่างมากเตรียมงานกันข้ามปีกว่าจะได้แต่งงานแม้ปัจจุบันขั้นตอนบางอย่างอาจจะหายไปบ้างแต่รูปแบบทางวัฒนธรรมการแต่งงานของคนไทยเขมรก็ยังดำเนินไปตามขนบธรรมเนียมที่ยังคงมีอยู่ให้ควบคู่กับวิถีชนบทแห่งวัฒนธรรมชาวไทยเขมรเรื่อยๆต่อไป    

โดย บรรณาลัย

 

กลับไปที่ www.oknation.net