วันที่ อังคาร พฤศจิกายน 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

อยู่บ้านหลังใหญ่ … ทำไมไม่มีความสุข !!!


บ้านผมอยู่แถวรามอินทรา มีสมาชิกกสามคนพ่อแม่ลูก และหมาอีกสองตัว

เป็นบ้านขนาดเล็ก พื้นที่ไม่ถึง 100 ตารางวา

เว้นพื้นที่ข้างบ้านไว้ปลูกต้นไม้ พืชผักสวนครัวนิดหน่อย

 

ด้วยพื้นเพดั้งเดิมผมเป็นคนต่างจังหวัด จึงชอบบ้านที่มีต้นไม้สีเชียว

อบที่โล่ง ๆ อยากปลูกพืช ปลูกดอกไม้ ผลไม้เยอะ ๆ

แต่ในความเป็นจริงทำไม่ได้ เนื่องจากบ้านในกรุงเทพฯ ราคาสูงมาก

ซื้อไม่ไหว ไม่ใช่สิ ต้องบอกว่าไม่มีปัญญาซื้อถึงจะถูก

ทุกวันนี้เราจึงอยู่กันในบ้านหลังเล็ก ๆ

แต่เป็นบ้านที่อยู่แล้วมีความสุขมาก เรียกว่าคับเฉพาะพื้นทีบ้าน

แต่พื้นที่ความสุขกว้างขวาง ใหญ่โต อบอุ่น สนุกสนาน

จนเพื่อนผมหลายคนถามว่าทำยังงัยถึงมีความสุขสนุกกันตลอดเวลา

จริง ๆ จะพูดว่ามีความสุขตลอดเวลาก็ดูจะเว่อร์เกินไป

เรียกว่าส่วนใหญ่สุขละกัน เพราะก็มีบ้างที่มีเรื่องหงุดหงิด

กวนใจ ไม่ได้อย่างใจ ขัดอกขัดใจกันบ้าง

แต่นั่นเป็นเพียงส่วนเล็กน้อย

ผมว่าเคล็ดลับอย่างหนึ่งในการอยู่บ้านให้มีความสุข

นั่นคือการทำกิจกรรมของสมาชิกในครอบครัว (ทั้งหมาและคน)

วันนี้ขอพูดถึงกิจกรรมในบ้านของคนก่อนละกัน

ต้องหาเรื่องทำอะไรด้วยกัน

ถึงแม้เวลาที่จะได้อยู่ด้วยกันที่บ้านจะมีอยู่น้อยนิดก็ตาม

ผมขอยกตัวอย่างวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ...

ตอนเช้ามืดผมไปวิ่งมินิมาราธอน

กลางวันกลับมาเจอลูกชายอยู่บ้านคนเดียว

กำลังถูบ้านอยู่ พอดีภรรยาผมไม่อยู่ไปทำธุรข้างนอก

เรียกว่าสมาชิกอยู่กันไม่ครบ

แล้วลูกชายก็ถามผมว่าอยากกินน้ำแข็งไสไหม

ผมก็บอกว่าดีเหมือนกัน ว่าแล้วลูกชายก็รีบเช็คของในตู้เย็น

พร้อมกับรายงานว่ามีลูกชิด เม็ดแมงลัก และน้ำแดงแล้ว

ขาดน้ำแข็งกับขนมปัง จากนั้นก็ชวนผม

ขี่จักรยานไปซื้อของที่ร้าน 7-11 ตรงปากซอย  

ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านประมาณ 200 เมตร

กลับมาลูกผมก็เริ่มปฏิบัติการทำน้ำแข็งไส

ท่าทางคล่องแคล่วเอาการอยู่

เนื่องจากเป็นลูกมือแม่ครัวอยู่บ่อย ๆ

วันนั้นผมก็แค่คอยยืนดู

ถ่ายรูปไว้ให้ภรรยาดูฝีมือลูกชาย

 

 

 

 

 

ช่วงเวลาประมาณ 10 นาทีนั้น

ระหว่างที่ดูลูกทำน้ำแข็งไส

เราสองคนพ่อลูกก็ได้พูดคุยกันพอสมควร

ส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องสัพเพเหระของลูก

เรื่องเพื่อนที่โรงเรียน เรื่องฟุตบอลที่ลูกกชอบ

วันนั้นผมไม่ค่อยได้คุยเท่าไหร่

เพราะว่าเพลียจากการไปวิ่งมินิมาราธอนมา 10 กม.

 

ระหว่างกินน้ำแข็งไส ได้ตุยกันน้อยลง

เพราะลูกชายกินไปอ่านหนังสือเพชรพระอุมาไปด้วย

(เป็นการอ่านรอบที่สอง จริง ๆ อ่านจบไปรอบหนึ่งแล้ว)

ลูกผมว่างเป็นไม่ได้ต้องหยิบเพชรพระอุมา มาอ่านตลอดเวลา

 

จากนั้นผมก็ขอตัวไปงีบ เพราะรู้สึกง่วงนอน

ตื่นมาอีกทีตอน 4 โมงเย็น  ภรรยากลับมาพอดี

เธอเตรียมเข้าครัวทำอาหารมื้อเย็น

ปกติวันหยุด ถ้าไม่มีนัดไม่มีธุระนอกบ้าน

ภรรยาผมจะทำอาหารให้สมาชิกในครอบครัวทานเป็นประจำ

ยกเว้นวันไหนที่เหนื่อยมาก ๆ ก็จะไปหาอะไรนอกบ้านกินกัน

เวลาจะทำก็มักจะเรียกหาลูกมือ คือ ไม่ลูกก็เป็นผม

แต่ส่วนใหญ่จะเป็นลูกซะมากกว่า

เนื่องจากเขาชอบกิน ภรรยาผมก็เลยถือโอกาส

เรียกไปช่วยงานซะเลย อย่างวันนั้นภรรยาผม

เตรียมทำแกงป่า และก็ปลาทูทอด

 

ช่วงที่ภรรยากำลังทำกับข้าว

ผมก็คอยไปสังเกตการณ์ ถ่ายรูปเล่น

ลูกชายเดินเข้าออกในครัว ตามเสียงเรียกของแม่

เนื่องจากครัวที่บ้านผมมีขนาดเล็ก

ถ้าเข้าไปยืนครบสามคนก็แน่นแล้ว

ส่วนใหญ่ภรรยาผมจะทำเมนูอาหารคาว

ถ้าเป็นเครื่องดื่มลูกชายจะเป็นคนจัดการ

ผ่านไปประมาณหนึ่งชั่วโมง อาหารเย็นก็เสร็จ

 

แกงป่ารสชาติแซ่บจัดจ้าน กินกับปลาทู (แม่กลอง) ทอด

อร่อยเด็ด กินกันไปคุยกันไป

ลูกชายผมกินแกงเผ็ดได้เหมือนพ่อแม่

หลังจากทานเสร็จแล้วก็เป็นหน้าที่ลูกล้างจาน

(วันหยุดเสาร์อาทิตย์เขาจะช่วยล้าง)

จากนั้นเราสามคนก็อยู่หน้าจอทีวี

ดูรายการ The Voice ดูไป หัวเราะไป ...

แค่นี้ก็มีความสุขมากแล้ว

ผมว่าพื้นที่บ้าน ขนาดของบ้านใหญ่บ้านเล็ก

ไม่สำคัญเท่าความผูกพันของคนที่อยู่ด้วยกันในบ้าน

ถ้าเรามีเวลาอยู่ด้วยกันไม่ว่าจะสั้นหรือยาว

ขอให้ได้ทำกิจกรรมที่บ้านด้วยกัน ได้พูดคุยกัน

ถกเถียงกันบ้าง มีเสียงหัวเราะให้กัน

แซวเล่นกันบ้าง ผมว่าถ้าเราทำได้แบบนั้น

บ้านหลังนั้นก็น่าอยู่แล้วแหละครับ 

โดย Pro.Trainer

 

กลับไปที่ www.oknation.net